ความสำเร็จของโทรศัพท์มือสองเป็นเครื่องเตือนใจว่า อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ดูหรูหรา และฟังก์ชันการทำงานที่ล้ำสมัย ซึ่งจัดแสดงในงานแสดงเทคโนโลยีโทรคมนาคมระดับโลก “โมบายล์ เวิลด์ คองเกรส” (เอ็มดับเบิลยูซี) ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนเดียวของภาคส่วนนี้
แม้การสำรวจในปี 2568 พบว่า ชาวยุโรปประมาณ 46% ตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือสองแล้ว แต่รายงานจากบริษัทวิเคราะห์ “มอร์ดอร์ อินเทลลิเจนซ์” ระบุว่า สถานการณ์แตกต่างกันไปทั่วโลก โดยตลาดที่มั่นคงในยุโรปและบางส่วนของอเมริกาเหนือ มีแนวโน้มที่จะซื้ออุปกรณ์มือสองสูงกว่า และตลาดสินค้ามือสองคิดเป็น 10% ของการซื้อโทรศัพท์ทั่วโลกต่อปี
“ผู้บริโภคในชาติตะวันตก หันมาให้ความสนใจกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการยืดอายุการใช้งาน และการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นในวงสนทนาสาธารณะ” ผู้เขียนรายงาน ระบุเสริม
อนึ่ง ตลาดเกิดใหม่หลายแห่งยังคงขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์ใหม่เป็นหลัก แต่ถึงอย่างนั้น ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โทรศัพท์มือสองได้รับความนิยม เนื่องจากในบางครั้ง โทรศัพท์มือสองมีราคาถูกกว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่จากโรงงานถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อลดลง เพราะภาวะเงินเฟ้อ
ปัจจุบัน ยอดขายสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ยังคงเป็นของอุปกรณ์ใหม่จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านฮาร์ดแวร์ เช่น แอปเปิล และซัมซุง อย่างไรก็ตาม บริษัทสินค้าเทคโนโลยีมือสองบางแห่ง สามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อโทรศัพท์มือสองนั้นถือว่า “ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ” โดยหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุใหม่ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตอุปกรณ์แต่ละชิ้น
ด้านนายสตีเวน มัวร์ หัวหน้าฝ่ายการดำเนินการด้านสภาพอากาศ จากกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือระดับโลก “จีเอสเอ็มเอ” กล่าวว่า โทรศัพท์มือสองสามารถลดผลกระทบจากสภาพอากาศได้ถึง 87% เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ใหม่
กระนั้น ข้อโต้แย้งดังกล่าวแทบไม่ช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ซื้อหลายคน ที่กลัวว่าพวกเขาอาจจ่ายเงินหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐ ไปกับสินค้าชำรุด อีกทั้งยังมีความเข้าใจที่ว่า โทรศัพท์มือสองจะพังเร็วกว่า
ตามข้อมูลจากมอร์ดอร์ อินเทลลิเจนซ์ ตลาดโทรศัพท์มือสองคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.22 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.17 ล้านล้านบาท) ในอีก 5 ปีข้างหน้า
แต่เช่นเดียวกับสาขาเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมาย ตลาดโทรศัพท์มือสอง ก็อาจตกเป็นเหยื่อของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้า ซึ่งปะทุขึ้นอีกครั้งนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



