การทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ที่มีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล มีเสียง สส. 291 เสียง ถือว่ารัฐนาวาของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 มีเสถียรภาพในฝ่ายนิติบัญญัติค่อนข้างสูง ท่ามกลางด่านร้อน วิกฤตเร้า วันนี้ “คอลัมตรวจการบ้าน” จึงต้องมาสนทนากับ “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มาบอกเล่าถึงยุทธศาสตร์การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรจากนี้ไป จะเป็นไปในรูปแบบใด เมื่อสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ จะถูกขับเคลื่อนโดยพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำหลัก
โดย “กรวีร์” เปิดประเด็นว่าผมคิดว่าการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งในซีกฝ่ายรัฐบาล และซีกฝ่ายค้าน จะใช้ความรู้จัก ความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกันมาก่อน ซึ่งโชคดีทางฝ่ายค้านเอง ก็มีคนที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ดังนั้นในรอบนี้ ก็จะมาประสานงานกันให้มากยิ่งขึ้น คิดว่าใช้การอะลุ่มอล่วย ใช้การเจรจากัน อันไหนที่เราพอให้เขาได้ อันไหนที่ต้องขอกัน คิดว่าเราเคยทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

@ รัฐบาลที่ผ่านมามีปัญหาเรื่ององค์ประชุมทำ “สภาล่ม” แม้รอบนี้เสียงรัฐบาลค่อนข้างเยอะการแก้ปัญหา “สภาล่ม” เตรียมรับมือไว้หรือไม่
เรื่องเสียงในสภาเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าวันนี้เราจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ประมาณ 300 เสียงก็ตาม แต่ก็มีการพูดคุยกันทั้งในพรรคของภูมิใจไทย ซึ่งมีสส.มากที่สุด ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลเราก็ขอความร่วมมือกันว่า ในการประชุมกันทุกวันพุธ- วันพฤหัสบดี ขอให้อยู่ครบองค์ประชุม อยู่พิจารณาจนกระทั่งเลิกประชุม แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงบรรดารัฐมนตรี ที่เป็นสส. ทางหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็มีแนวทาง มีนโยบาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งและเน้นย้ำว่า ทุกวันพุธ-วันพฤหัสบดี ขอให้มาทำงานที่สภา จึงคิดว่า ทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกันในการรักษา “องค์ประชุม” ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ
@ ในเรื่องของการตอบกระทู้ยังเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งฝ่ายค้านอยากให้เจ้าของกระทรวงเป็นผู้มาตอบคำถามจะมีการประสานเป็นกรณีพิเศษหรือไม่
มีการพูดคุยกันแล้วว่า ถ้าเป็นไปได้ให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ขอให้เป็นคนมาตอบกระทู้ แต่ก็ต้องรู้จากฝ่ายค้านก่อน จึงได้มีการพูดคุยว่า ขอให้มีการประสานนอกรอบก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าสัปดาห์นี้จะถามเรื่องอะไร กระทรวงใดและจะได้ประสานกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อพยายามจัดคิวให้รัฐมนตรีได้เข้ามาตอบกระทู้เอง ให้ตรงกระทรวงให้ได้มากที่สุด ปัญหาที่ผ่านมาตนก็เห็นใจฝ่ายค้าน และมองภาพรวมการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าถึงเวลายื่นกระทู้สด แล้วรัฐมนตรีไม่มาตอบก็เหมือนการไม่ให้เกียรติรัฐสภา ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ก็เชื่อว่าในสมัยนี้จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยตรงมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านมากยิ่งขึ้น

@ พรรคฝ่ายค้านในชุดนี้ที่มีทั้งพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ หนักใจพรรคไหนเป็นพิเศษหรือไม่
กรณีฝ่ายค้าน 3 พรรค ผมไม่หนักใจ เพราะอย่างพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็ทันในสมัยอยู่ที่สภาเก่าด้วยกันมาก่อน ส่วนคนที่มาประสานงานในวิปต่างๆ ก็คิดว่าเป็นคนที่พอคุยและประสานการทำงานร่วมกันได้ “ผมเชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันที่จะทำให้งานในสภาเดินหน้าไปได้ ทั้งกฎหมาย ทั้งเรื่องญัตติต่างๆ ก็คิดว่าจะใช้การประนีประนอม การอะลุ่มอล่วยกัน การพูดคุยเจรจาเพื่อให้ได้ความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย”
@ ตอนนี้เปิดมาได้ 2 สัปดาห์ประเด็นที่ร้อนแรงคือเรื่องการตัดงบอาหารสส.และปรับลดจำนวน ผู้ช่วย สส. มองเรื่องนี้อย่างไร
เรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมืองที่จะไปพิจารณากันว่าจะ เอาอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะมีการเชิญตัวแทนแต่ละพรรคมาพูดคุย ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมพรรคก็ได้มี มติเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะให้สส. ดูแล อาหารกลางวันเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องไปคุยกันว่าเราจะมีแนวทางแบบไหนอย่างไร จะทำอย่างไร ในการช่วยลดค่าใช้จ่ายเพื่อประหยัดงบประมาณของประเทศได้ และจะทำอย่างไรให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ด้วย
ตรงนี้ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า การประชุมไม่มีช่วงพักกลางวัน ไม่มีพักเบรค เป็นการประชุมต่อเนื่อง ถ้าสมมุติต้องให้สมาชิกออกไปรับประทานอาหารกลางวันข้างนอก ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ที่เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เพราะว่าอะไร แต่ คือ กว่าจะออกไป กว่าจะกลับเข้ามากับคน 500 คน ที่ทำหน้าที่ในสภา ซึ่งอาจจะมีการลงมติอะไร ผมคิดว่าก็อาจจะมีปัญหาได้

อย่างไรก็ตามก็อยู่ที่การบริหารจัดการ ถ้าเราลดงบประมาณลงมาหรือจะตัดออกไปเลย แล้วจะมีพื้นที่ตรงไหนจะอำนวยความสะดวกให้ สส.ได้หรือไม่ เพื่อให้สั่งแล้วจ่ายเงินกันเอง แต่สภาทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก ถ้าเป็นแบบนี้ผมคิดว่าก็พอไปได้ ก็อยู่ที่การคุยกันว่าวิธีการแนวทางจะเป็นแบบไหน
@ มองการทำงานร่วมกับวุฒิสภา ที่ถูกมองว่าเป็น “สภาสีน้ำเงิน” ด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรในช่วง 4 ปีจากนี้ไป
ก็เหมือนเดิม ผมไม่ได้มองว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” แต่มองเรื่องการให้เกียรติกัน ถ้าเราให้เกียรติเขา เชื่อว่าวุฒิสภาซึ่งเป็นผู้ใหญ่ก็น่าจะให้เกียรติเราด้วย และจากการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว ผมก็ได้ประสานงานกับผู้ประสานงานของฝั่ง สว.อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นก็คิดว่าจะสามารถทำงานร่วมกันกับทาง “วุฒิสภา”ได้เป็นอย่างดี
@ จะฝากถึงเพื่อน สส.ถึงการทำงานร่วมกัน 4 ปี จากนี้จะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติให้ได้มากที่สุด
ผมคิดว่ากว่าเราจะเข้ามาในสภาได้ เราสู้กันมาอย่างหนัก ดังนั้นเมื่อเข้ามาแล้วก็อยากให้ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ การทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเข้าใจดีว่ามีความรับผิดชอบทั้งในแง่ของพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามหน้าที่หนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของพวกเรา คือ การทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ การมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นผมอยากจะเห็นสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นสภาที่ผ่านกฎหมาย ทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้มากที่สุด มีการออกกฎหมายได้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้เป็นจำนวนมากคิดว่าก็จะทำให้ประชาชนได้เห็นผลงานของสภาชุดนี้ร่วมกัน ซึ่งมันไม่ใช่แค่ผลงานของรัฐบาล แต่เป็นผลงานของเพื่อนๆ สส.ทุกคน ในสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติให้มากที่สุด.



