อาการปวดท้องในเด็กเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจนถึงเด็กโต บางครั้งอาจเป็นแค่ลมในท้อง แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องผ่าตัดด่วน การสังเกต “ความผิดปกติ” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและสุขภาพของลูกน้อยได้ทันท่วงที

ในวันนี้ นพ.ปรเมศวร์ วงศ์ประเสริฐ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาลนวเวช ได้เผยถึง “6 สาเหตุยอดฮิต ทำไมลูกถึงปวดท้อง?” ผ่าน Healthy Clean ดังนี้..
-อาหารเป็นพิษ/ลำไส้อักเสบ มักมีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือไข้ร่วมด้วย
-ท้องผูก ลูกจะปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ ถ่ายยาก หรืออุจจาระแข็ง
-อาหารไม่ย่อย/แพ้อาหาร มีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรืออาจมีผื่นขึ้น
-พยาธิในลำไส้ ปวดท้องร่วมกับน้ำหนักลด หรือคันบริเวณรอบทวารหนัก
-ไส้ติ่งอักเสบ (ภาวะฉุกเฉิน!) เริ่มปวดรอบสะดือแล้วย้ายไปปวดเสียวที่ท้องขวาล่าง
-ลำไส้อุดตัน ปวดท้องรุนแรงมาก ไม่ถ่าย และไม่ผายลม

5 สัญญาณเตือน “ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที”

หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ “ห้ามรอเด็ดขาด” ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที
-ปวดรุนแรงไม่หยุด ปวดจนตัวงอ หรือปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
-ซึมและมีไข้สูง เด็กดูอ่อนเพลีย ไม่ยอมเล่น ไม่กินอาหาร หรือไม่ดูดนม
-อาเจียนผิดปกติ อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนออกมาเป็นสีเขียว/มีเลือดปน
-ถ่ายผิดปกติ ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือท้องเสียอย่างรุนแรง
-ท้องแข็ง เมื่อกดที่ท้องลูกแล้วรู้สึกแข็ง หรือลูกร้องไห้จ้าไม่ยอมหยุด (ร้องผิดปกติ)

วิธีดูแลเบื้องต้น เมื่อลูกน้อยปวดท้อง

สำหรับทารก (วัยแบเบาะ)
-จับเรอทุกครั้ง หลังกินนม ให้อุ้มพาดบ่าลูบหลังเบา ๆ เพื่อระบายลม
-ท่าคอลลิคโฮล (Colic Hold) อุ้มลูกนอนคว่ำบนลำแขน แล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังช่วยให้ผ่อนคลาย
-นวดท้องไล่ลม ใช้ฝ่ามือวนตามเข็มนาฬิการอบสะดือเบา ๆ หรือจับลูกทำท่าปั่นจักรยานอากาศ
-นมแม่ดีที่สุด การให้นมแม่ช่วยลดโอกาสปวดท้องและท้องอืดได้ดี
-ปรับบรรยากาศ หรี่ไฟ ลดเสียงดัง เพื่อให้ลูกรู้สึกสงบ

สำหรับเด็กเล็ก
-ให้พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำ
-เลี่ยงอาหารกระตุ้น งดอาหารมัน รสจัด และขนมหวานชั่วคราว
-ข้อควรระวังสำคัญ “ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดหรือยาหยุดถ่ายให้เด็กกินเอง” เพราะอาจบดบังอาการจริงจนรักษาไม่ทัน..

……………………………………………
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…คลิก…