น่าอนาถใจ บนภูเขาสูงชัน ธรรมชาติอันงดงาม อุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ตามแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชายทะเล ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งทะเลอันดามัน ทะเลอ่าวไทย  ต้องตกไปอยู่ใน กลุ่มทุนใหญ่  เล่นแร่แปรธาตุ ส่งต่อไปให้เงา นอมินีต่างชาติ ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ ได้ถือครองแปรเปลี่ยนเป็น อสังหาริมทรัพย์ บ้านหรู วิลล่าราคาแพง โรงแรม ฯลฯ

ชาวบ้านได้แต่มองตาปริบ ๆ กว่าภาครัฐจะขยับตัวตามจับกุมเอาผิด คดีก็อืดเป็นเรือเกลือ ที่สำคัญแต่ละพื้นที่เกี่ยวโยง นายทุนอิทธิพล ใหญ่คับฟ้า มีเบื้องหลัง ทั้งบิ๊กการเมือง-ข้าราชการระดับสูง คอยเป็นลมหนุนใต้ปีกแทบทั้งสิ้น

ยิ่งล่าสุด เดลีโฟกัส เกาะติดเปิดโปง ถึงความไม่ชอบมาพากล ขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ “น.ส.3ก.” โดยมิชอบ ในป่าเขาปากเตรียม ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ภูมิทัศน์มุมสูงของผืนป่าเขาปากเตรียม ทีมข่าวเฉพาะกิจเดลินิวส์ นำมาตีแผ่ให้สังคมไทยได้รับรู้ มองเห็นทั้งทิวเขาทอดยาว อ่าวจากชายทะเลอันดามัน จะเรียกว่า หากครอบครองได้ทั้งหมด ยิ่งกว่าทำเลทองกันเลยทีเดียว

ทั้งที่ปัญหานี้เคยถูก คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เคยเข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมสรุปผลไว้เรียบแล้วเมื่อปี 2565 ระบุชัด มีพื้นที่ทับซ้อนกับผืนป่า-ภูเขาปากเตรียม ถือว่าออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ จึงเสนอให้เพิกถอน “น.ส.3ก.” และดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มผู้บุกรุกป่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ไม่น่าเชื่อเกือบ 3-4 ปี บรรดาหน่วยงานเกี่ยวข้องต่างนิ่งกันหมด เหมือนเปิดไฟเขียวให้ นายทุน ไม่ยำเกรงกฎหมายระดมขนเครื่องจักรอุปกรณ์เครื่องมือหนัก ขุดเขา ทำถนน ตัดไม้มีค่า เร่งทำลายสภาพผืนป่า เท่านั้นไม่พอยังใช้เล่ห์ “ระวางทิพย์” อ้างมีเอกสารสิทธิทับซ้อนจึงบีบซื้อที่ชาวบ้าน ขยายการครอบครองบริเวณเขาปากเตรียมให้เป็นผืนเดียวกันทั้งหมด เพราะภูมิทัศน์สวยงาม มีชายหาดติดทะเลอันดามัน คงมองการณ์ไกลเพราะถือว่าใกล้แนว โครงการแลนด์บริดจ์   

ยังดีมีข้าราชการตัวเล็ก ๆ และชาวบ้าน ทนไม่ไหว พฤติกรรมของนายทุนเห็นแก่ได้ ทำลายป่าเขา ตัดไม้มีค่า ขนย้ายลำเลียงไม้ซุงใหญ่ ออกนอกพื้นที่ไปแปรรูปกันแบบโจ่งครึ่ม ตัดสินใจสะกิดแจ้ง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ และอดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ รีบลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ปลายปี 2568       

หลังจากปัญหาถูกขุดเอามาตีแผ่อีกครั้ง กรมป่าไม้ ส่ง หน่วยพยัคฆ์ไพร ประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง ทสจ.,ตร.ปทส., ตร.ปปป., ที่ดิน, กอ.รมน.ภ.4 และ ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ ลุยตรวจสอบเก็บหลักฐานแบบฟูลทีม มีเป้าหมาย 1.พิสูจน์ที่ดิน โดยใช้พิกัดจากสำนักงานที่ดิน ชี้ให้ชัดว่า น.ส.3 ก.ทับผืนป่าเขา หรือไม่?  2.ขยายผลตรวจยึดไม้ซุง ไม้ท่อน จำนวนมากตัดมาจากไหน และก่อนหน้านี้ถูกส่งไปฟอกที่โรงเลื่อยใด  และ 3.กระชากหน้ากาก นายทุนอิทธิพล ผู้อยู่เบื้องหลังการบุกรุกป่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดี

ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ผวจ.ระนอง ออกโรงยืนยันเรื่องนี้ จะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู ผิดถูกว่าตามกฎหมาย!!

ที่แน่ ๆ ชาวบ้านเริ่มปูเสื่อ ถ่างตารอดู จะเอาผิดใครได้บ้าง? ตั้งแต่ต้นเรื่องปัญหา คือ ขบวนการ ออก น.ส.3ก. โดยมิชอบ ทั้งที่ทับซ้อนผืนป่าภูเขา  กลุ่มกระทำผิดจึงไม่ได้มีเพียงแค่ “นายทุนกินป่า” ยังมี “ข้าราชการนอกรีต” กินเงินบาปที่นายทุนโยนมาให้เหมือนเศษเนื้อข้างเขียง แล้วร่วมกันทรยศต่อแผ่นดินทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังเหลือน้อย

นายทุน-ข้าราชการนอกรีต ตอนนี้อาจจะยังรอดพ้นกฎหมาย แต่ก็คงหนีไม่พ้น บ่วงกรรมที่ทำเอาไว้แน่นอน!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่