เรื่องทุจริตและคอร์รัปชัน ในทางการเมือง ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลและผู้บริหารท้องถิ่น อดีตที่ผ่านมา เรามักจะเห็นว่าจุดจบของฝ่ายบริหาร ซึ่งถูกต่อต้านจากประชาชน ถ้าพบมีพฤติกรรมโกงกิน แล้วองค์กรตรวจสอบขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถหาหลักฐาน นำคนผิดไปลงโทษได้ จนหลายครั้งต้องจบด้วย มีอำนาจนอกระบบเข้าจัดการ
อย่างการบริหารงาน ดูแลเมืองหลวง ที่กำหนดให้มีผู้ว่าฯ กทม. มาจากการเลือกตั้ง บางครั้งก็มี เรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น ที่ยังถูกเล่าขานหนีไม่พ้นช่วงที่ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สองในช่วงปี 56 โดยสังกัด “พรรคประชาธิปัตย์” แต่มาเกิดปัญหา จากเรื่องใช้จ่ายงบประมาณ
ในที่สุดพรรคต้นสังกัด ก็ต้องประกาศตัดขาด และนำมาสู่การถูกปลด พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารเมืองหลวง โดยอำนาจของ “คสช.” ช่วงปี 59 และแต่งตั้ง “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” มาทำหน้าที่แทน
ตัวอย่างของ โครงการที่มีปัญหา ในสมัย “คุณชายสุขุมพันธุ์” มีการใช้งบกว่า 1.28 พันล้านบาท จัดซื้อเครื่องดนตรี ให้แก่โรงเรียนในสังกัด ที่ไม่มีบุคลากรครูผู้สอน มีการใช้งบ 39 ล้านบาท ในการประดับตกแต่งไฟ บริเวณลานคนเมือง ซึ่งขั้นตอนไม่โปร่งใส การปฏิเสธโครงการความช่วยเหลือ แบบให้เปล่า โรงไฟฟ้าขยะจากรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากมีโครงการอยู่กับบริษัทจากจีน
นอกจากนี้ยังมีการใช้งบประมาณ กว่า 16.5 ล้านบาทในการตกแต่งห้องทำงานส่วนตัว และยังมีการจัดซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กพวงมาลัยซ้าย สมรรถนะต่ำใน ราคาคันละ 8 ล้าน และเรือดับเพลิงขนาดเล็กคันละ 10 ล้าน แม้จะถูก สตง. ท้วงติงแล้ว
ขณะที่ในช่วงนี้การหาเสียง ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. กำลังมีความเข้มข้น เหลืออีกเพียงสองสัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง 28 มิ.ย. 69 ในช่วงแรกการชิงชัย ในตำแหน่งสำคัญ ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องตื่นเต้น เพราะสำรวจโพลครั้งใด “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” นำโด่ง ชนิดที่นอนมา แบบไม่มีพระนำ เพียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มปรากฏ ข้อมูลด้านลบ ของอดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับการยกย่องว่า แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
คนที่ออกมาให้ข้อมูล เป็น บุคคลที่มีชื่อเสียง และเกี่ยว ข้องกับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย “นายจิรายุ ห่วงทรัพย์” อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโพสต์ข้อความ “เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย” โดยระบุว่าไม่เข้าใจระบอบอากง แต่คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะ เป็น “เสี่ย ป.” “เสี่ย ต.” “ดอกเตอร์ ด.” หรือใครก็แล้วแต่ใน กทม. เป็นที่มาของการ โยกย้าย อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งตนพูดเพื่อจะที่บอกว่า 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ก็ ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือผู้ว่าฯ ไลฟ์สดมากขึ้น
ส่วน “นายคริส โปตระนันท์” สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย “พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่เรียกว่า “ระบบอากง” โดยนายคริสกล่าวว่า มีกลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลัง การบริหารงานของ กทม. และมีบทบาทในการ เรียกรับผลประโยชน์
นายคริส กล่าวว่า ได้รับข้อมูลร้องเรียน จากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลายรายว่า การแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตมีการเรียกรับเงินหรือ “ค่าเก้าอี้” สูงถึง 4 ล้านบาท โดยผู้ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งจะต้องเข้าพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลใน สถานที่แห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในระหว่างการพูดคุย
ด้าน “นายชัชชาติ” ยืนยันว่า เรื่องทุจริต ถ้ามีจริง ผมว่า ผมตายไปแล้ว เพราะเรามี สก.จากทุกพรรคเลย ทุกคน
ก็คอยตรวจสอบเราอยู่ นี่คือความสวยงามเลย จากนี้ไปต้องรอลุ้น ฝ่ายที่ออกมาชี้ให้ความผิดปกติ จะมีข้อมูลสำคัญ
หลักฐานอะไร ที่เป็นรูปธรรมออกมาอีก หรือหวังผลการเมือง แค่ช่วงเลือกตั้ง.
“เขื่อนขันธ์”



