ภูเขาไฟฮุงกา ตองกา-ฮุงกา ฮาอาปาย ระเบิดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2565 จนเกิดเสียงดังสนั่นไปไกลถึงรัฐอะแลสกาของสหรัฐ และสึนามิรุนแรงพัดถล่มเกาะหลักของตองกา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 65 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย อีกทั้งบ้านเรือนหลายร้อยหลังถูกทำลาย ธุรกิจต่าง ๆ พังราบ และถนนถูกน้ำพัดหายไป ขณะที่แหล่งน้ำส่วนใหญ่ไม่สามารถดื่มได้ เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟหนา 6 นิ้ว ตกลงมาบนหมู่เกาะตองกา


ลอร์ด ฟากาฟานัว นายกรัฐมนตรีตองกา กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า โครงการฟื้นฟูส่วนใหญ่ของรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว แต่เขายอมรับว่า มันยังมี “ส่วนที่เหลือ” ที่รัฐบาลต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น


อนึ่ง ความเสียหายที่เกิดจากสึนามิ ยังคงเห็นได้ชัดในบางพื้นที่ของตองกา โดยซากปรักหักพังจากบ้านเรือนและธุรกิจ ยังคงกระจัดกระจายอยู่ใกล้ชายหาดบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะตองกาตาปู และบนเกาะเออัวที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งนักท่องเที่ยวได้รับคำแนะนำให้พกเงินสดติดตัวมาจากกรุงนูกูอาโลฟา เนื่องจากตู้กดเงินสดหรือเอทีเอ็ม และบริการธนาคาร ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู


แม้ลอร์ด ฟากาฟานัว อาจต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ถึงอย่างนั้น เขากล่าวว่ารัฐบาลตองกาหยุดการกู้ยืมเงินแล้ว


เอกสารงบประมาณเผยให้เห็นว่า รัฐบาลตองกาเป็นหนี้ธนาคารเอ็กซิมของจีน มูลค่า 67.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,187 ล้านบาท) เนื่องจากกู้ยืมเงินเพื่อบูรณะย่านธุรกิจใจกลางกรุงนูกูอาโลฟา หลังเหตุจลาจลในปี 2549 โดยเงินกู้เริ่มต้นที่ได้รับในปี 2551 มีมูลค่า 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,785 ล้านบาท) แต่เมื่อรวมดอกเบี้ยแล้ว หนี้สินก็เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,247 ล้านบาท) ภายในปี 2567


รัฐบาลตองกาให้คำมั่นว่าจะชำระหนี้ให้หมดภายในปี 2573 และช่วงหนึ่งปีจนถึงเดือน มิ.ย. 2568 ตองกาได้จ่ายเงินให้จีน 17.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 574 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ทั้งหมด 29.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 954 ล้านบาท)


ขณะที่ตองกาแสดงให้เห็นถึงความยับยั้งชั่งใจทางการคลัง จีนกลับต้องการขยายอิทธิพลในภูมิภาคแปซิฟิก ด้วยการเสนอเงินกู้และการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน


เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว สมเด็จพระราชาธิบดีตูโปอูที่ 6 แห่งตองกา เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง ซึ่งในเวลานั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวว่า จีนพร้อมที่จะมอบความช่วยเหลือให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของตองกา และเขาต้องการให้ “เอกราชและอธิปไตย” ของตองกา ได้รับการปกป้อง


อย่างไรก็ตาม ลอร์ด ฟากาฟานัว กล่าวว่า ตองกาจะไม่รับเงินกู้จากจีนอีกต่อไป พร้อมกับเสริมว่า ขณะนี้ตองกาอยู่ในจุดที่ไม่รับเงินกู้เพิ่ม ไม่ก่อหนี้เพิ่ม และบริหารจัดการทางการคลังอย่างชาญฉลาดมากขึ้น


ทั้งนี้ เอกสารงบประมาณของตองกา ระบุว่า ประเทศเผชิญกับ “ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ” จากเงินกู้ของจีน โดยความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เป็นข้อกังวลหลัก ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ตองกามีความเสี่ยงสูงต่อ “ภาวะวิกฤติหนี้สิน”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP