ในวันที่ตัวเลขราคาน้ำมันขยับขึ้นไม่หยุด และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพากันแพงขึ้นแทบทุกชนิด ความกังวลเรื่องปากท้องกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของใครหลายคน แต่ในอีกมุมหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี บนถนนเล็กๆ หลังวัดเกาะโตนด กลับมีภาพที่สวนทางกับความตึงเครียดนั้นอย่างสิ้นเชิง

หน้าบ้านพักธรรมดาหลังหนึ่ง ถูกจัดวางเป็น “จุดปันสุข” ที่เต็มไปด้วยถุงอาหารคาวหวานและน้ำดื่มเรียงราย รอส่งต่อให้ผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ภาพเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานกว่า 6 ปี

หญิงเจ้าของบ้านคือ “หมอเจี๊ยบ” หรือ นางนิธิกานต์ แจ่มใส วัย 51 ปี ผู้ใช้ชีวิตอีกด้านในบทบาทหมอดู แต่เลือกใช้รายได้ส่วนหนึ่งกลับมาสร้างคุณค่าให้สังคมในรูปแบบที่จับต้องได้ที่สุด “อาหาร”

ทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์) หมอเจี๊ยบและทีมงานจะช่วยกันจัดเตรียมข้าวกล่องสดใหม่ วันละประมาณ 300 ชุด เมนูหมุนเวียนไม่ซ้ำ ตั้งแต่แกงส้ม ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวและขนมจีน เพื่อให้ผู้รับไม่รู้สึกจำเจ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่เธอยืนยันว่า “คุณภาพต้องเท่าเดิม”

ต้นทุนต่อวันเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500-3,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ของเธอเอง ผสมกับแรงศรัทธาจากลูกศิษย์ลูกหาที่ร่วมกันบริจาคข้าวสารและอาหารแห้ง สิ่งเหล่านี้ช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้การให้ยังดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุด

เธอเลือกลงตลาดด้วยตัวเอง เพื่อควบคุมต้นทุนและคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพราะสำหรับเธอ “ของที่ให้” ต้องดีพอ ไม่ใช่แค่พอประทังชีวิต แต่ต้องเติมกำลังใจให้ผู้รับได้จริง

จุดเริ่มต้นของการให้ เกิดขึ้นอย่างจริงจังในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2562 เมื่อหลายคนขาดรายได้และโอกาส แต่แทนที่เธอจะหยุด เธอกลับเพิ่มปริมาณการแจก และยืนหยัดต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

ในมุมมองของหมอเจี๊ยบ วิกฤตราคาไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการที่คนเราสูญเสีย “น้ำใจ” ต่อกัน

เธอทิ้งท้ายด้วยข้อคิดเรียบง่าย แต่ทรงพลังว่า

การรู้จัก “พอ” และลด “ความโลภ” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้

ในโลกที่ทุกอย่างดูเหมือนจะแพงขึ้นทุกวัน เรื่องราวของหมอเจี๊ยบอาจเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า บางสิ่งยังคงมีค่าเท่าเดิมเสมอ นั่นคือ “น้ำใจของคน”
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “อธิคม สิงขรณ์” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.จันทบุรี
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..