ทีมจากศรีษะเกษ จะเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ไม่มีใครสามารถมองข้ามได้ในถ้วย ก. ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม และการเข้าถึงบอลแบบไม่แกรงกลัวใคร ถือเป็นจุดเด่นของทีมที่ได้ชื่อ “มัธยมบราซิล” ซึ่งแน่นอนมันไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

การขึ้นไปท้าทายบรรดาทีมถ้วย ก. ในครั้งนี้อาจสร้างความแตกต่างให้กับรุ่น 16 ปี ได้มากเลยทีเดียวเพราะการเล่นกับ เทพศิรินทร์ ในนัดชิงชนะเลิศได้ดีขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา อย่าลืมว่าแม้จะตกชั้นลงมาก็จริง แต่ทัพ “ลูกแม่รำเพย” ก็ยังเป็นเต้ยในวงการลูกหนังขาสั้นของไทยอยู่ดี

เพราะฉะนั้นนี่ถือเป็นหนึ่งในก้าวใหญ่ๆ ของ กันทรารมณ์ อย่างที่ “โค้ชบิ๊ก” ไพฑูรย์ อ่อนคำลุน เฮดโค้ชของทีม ที่เป็นแม่ทัพนำทีมจนคว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปครอง โดย “โค้ชบิ๊ก” บอกว่า การเจอกับทีมระดับท็อปอย่าง เทพศิรินทร์ ได้เล่นในสนาม ศุภชลาศัย ที่มีมนต์ขลังและเปรียบเสมือนบ้านของแข้ง “เด็กเทพ”

จึงถือเป็นบททดสอบที่หนักอึ้ง ทั้งสภาพอากาศที่ร้อนระอุและความกดดันในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมเสียงของกองเชียร์ที่กรอกหูของพวกเขาอยู่ตลอด การผ่านมันมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อผ่านมาได้นั่นคือกำไรล้วนๆ ทั้งสตาฟฟ์โค้ช และนักเตะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น บรรดานักเตะของ กันทรารมณ์ ไม่ได้มีแค่ลีลาที่คลับคล้ายคลับคลากับทัพ “แซมบ้า” บราซิล แต่ความมั่นใจและความสุขในการเล่นของเด็กๆ ชุดนี้ก็พาให้ชวนคิดได้ว่า เมื่อเราเล่นฟุตบอลด้วยความสนุกผลที่ดีก็จะตามมา เช่นเดียวกันหากทำประตูได้ เด็กๆ เหล่านี้ก็มักจะโชว์สเต็ปแดนซ์ให้กลายเป็นที่พูดถึงเสมอ

ไม่มีใครทราบได้ว่า แก๊งเด็กมัธยมบราซิล จะไปโลดแล่นฟันฝ่าอุปสรรคในถ้วยประเภท ก. รุ่น 16 ปี ได้ดีแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ถ้วยใหญ่สุดในศึกลูกหนังขาสันของไทย จะได้ยลโฉมแชมป์จากถ้วย ข. อย่างแน่นอนถึงตอนนั้นเราอาจได้เอาใจช่วยพวกเขา แม้จะไม่ใช่ศิษย์เก่าก็ตาม แต่นี่คือความภาคภูมิใจของชาวศรีษะเกษทั้งจังหวัด

อดัม.