นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีในแต่ละวันแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันทีของสงคราม คือ ราคาสินค้าทุกอย่างพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สินค้าพื้นฐาน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือผ้าอ้อม ไปจนถึงอาหารกลางวันในร้านกาแฟที่ทันสมัยในเมือง
นายอามีร์ ชาวอิหร่านวัย 40 ปี จากชานกรุงเตหะราน กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า ราคาขนมปังปิ้งยี่ห้อที่เขาซื้อเป็นประจำเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน จาก 700,000 เรียลอิหร่าน (ราว 17 บาท) เป็น 1 ล้านเรียลอิหร่าน (ราว 24 บาท)
ขณะเดียวกัน เพื่อนคนหนึ่งของอามีร์ ต้องจ่ายเงิน 180 ล้านเรียลอิหร่าน (ราว 4,387 บาท) สำหรับยาเม็ดรักษาโรคมะเร็ง โดยก่อนหน้านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเรียลอิหร่าน (ราว 73 บาท) ก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวอิหร่านบางคนอธิบายว่า ร้านกาแฟยอดนิยมอย่าง “โดบาร์” ใจกลางกรุงเตหะราน ปรับขึ้นราคาสินค้าทุกอย่างถึง 25% ในวันเดียว แม้กระทั่งในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน ซึ่งปกติจะมีสินค้านำเข้าจากตุรกีอย่างเพียงพอนั้น ผลิตภัณฑ์บางอย่างกลับมีราคาสูงกว่าปกติถึงสามเท่า
อนึ่ง ธนาคารกลางอิหร่าน (ซีบีไอ) ออกธนบัตรใหม่มูลค่า 10 ล้านเรียลอิหร่าน (ราว 243 บาท) ในช่วงกลางเดือน มี.ค. นับเป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดและใหม่ล่าสุดของประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งเดือน ซีบีไอออกธนบัตรมูลค่า 5 ล้านเรียลอิหร่าน (ราว 122 บาท) สะท้อนให้เห็นถึงการลดลงอย่างรวดเร็วของค่าเงินที่ร่วงลงอย่างมาก นับตั้งแต่ประเทศทำสงครามครั้งแรกกับสหรัฐและอิสราเอล เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว
ความยากลำบากทางเศรษฐกิจและการลดค่าเงินเรียลอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า การปราบปรามของรัฐบาลเตหะราน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย
ในขณะที่ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ สร้างภาระให้กับงบประมาณภายในประเทศ หลายคนก็พบว่าตัวเองตกงาน เนื่องจากสงครามทำให้ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัว พนักงานจำนวนมากจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับเงินเดือนหรือไม่
สำหรับคนที่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต หรือดำเนินธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในอิหร่าน ก็ประสบปัญหาอย่างหนักจากการตัดขาดการสื่อสารนานกว่า 5 สัปดาห์ โดยเหลือเพียงเครือข่ายที่จำกัดภายในประเทศเท่านั้นที่ยังใช้งานได้
ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีทางอากาศต่ออุตสาหกรรมเหล็กของอิหร่าน ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท รวมถึงโรงงานปิโตรเคมี สะพาน และถนน ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย
ทั้งนี้ นายอัดนาน มาซาเรอี อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า ภาคส่วนธนาคารหลังสงคราม จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าเป็นห่วง ซึ่งภาคส่วนนี้จะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสงคราม เนื่องจากผู้บริโภคและธุรกิจไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ได้.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



