@สวัสดีปีใหม่ไทย วันสงกรานต์ ที่ เป็น เทศกาลแห่งความสุข ของคนไทยทั้งประเทศ ทำบุญ ไหว้พระ ขอพรจาก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และ ผู้หลักผู้ใหญ่ สาดน้ำชุ่มฉ่ำ ทั้งกาย ใจ   เป็นความสุขสั้นๆ ก่อนที่จะกลับมาสู่ โลกแห่งความเป็นจริง อันโหดร้าย จาก สถานการณ์ที่ “จนทั้งแผ่นดิน และ แพงทั้งแผ่นดิน” จาก สถานการณ์ของ ความ ตกต่ำทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทย ที่เป็นปัญหาที่มีอยู่เดิม เมื่อบวกกับ สถานการณ์ สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่าง มหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา ที่ ร่วมมือกับ อิสราเอล ในการ ทำ สงคราม กับ อิหร่าน และ ยังไม่สามารถที่จะ หยุด อิหร่าน ให้ พ่ายแพ้  แต่กลับทำให้ อิหร่าน สู้ ยิบตา นอกจากการ ทำลายเป้าหมาย ที่เป็น ฐานทัพ ของ สหรัฐอเมริกา ในประเทศต่างๆ ใน ตะวันออกกลาง อิหร่าน ยัง โจมตี ประเทศมุสลิมทุกประเทศใน ตะวันออก กลาง ที่เป็น พันธมิตร และเป็นที่ตั้ง ฐานทัพ ของ สหรัฐอเมริกา  รวมทั้งการ ปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ และ ความไม่ ปลอดภัย ใน ทะเลแดง ….ซึ่งกระทบกับ พลังงานขาดแคลน เพราะ โรงกลั่น คลังน้ำมัน ที่ เสียหาย จากการ โจมตี ที่เกิดขึ้น ทำให้ พลังงานขาดแคลน และ ราคาแพง มีการ แย่งชิง น้ำมัน และ ก๊าซ และ กระทบกับ เส้นทางการเดินเรือ ที่ทำให้เรือสินค้า เรือน้ำมัน ไม่สามารถเดินเรือตาม ปกติ รวมไปถึง ค่าระวางบรรทุกที่แพงขึ้น ค่าประกันภัยที่แพงขึ้น ราคาที่เพิ่มขึ้นทุกอย่าง ถูก บวก เป็นราคาสินค้า  นั้นหมายถึงว่า นอกจาก สินค้าจะ ขาดแคลน แล้ว ราคาสินค้าจะ แพงขึ้น ทุกชนิด ที่ คนไทย ทุกคน ต้อง แบกรับ….. และ สงคราม ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน ก็ไม่สามารถ ยุติ ด้วยการ เจรจา เพราะการ เจรจา ระหว่าง อิหร่าน และ อเมริกา ที่ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ที่ใช้เวลา เจรจา ถึง 21 ชั่วโมง ล้มเหลว ตกลงกันไม่ได้  นั้นคือ สัญญาญ ที่ บ่งบอก ว่า การสู้รบ ใน ตะวันออกกลาง จะ รุนแรง ยิ่งขึ้น และจะ ยืดยาว ออกไป แบบไม่มีกำหนด  โดยเฉพาะ หาก สหรัฐอเมริกา บุกยึด ช่องแคบ ฮอร์มุซ และ โจมตี เมืองต่างๆ ใน อิหร่าน และ อิหร่าน ยัง ตอบโต้ ด้วยการ ทำลาย คลังน้ำมัน โรงกลั่น และ ฐานการผลิต ใน 6 ประเทศ ใน ตะวันออกกลาง ที่เป็น พันธมิตร ของ สหรัฐอเมริกา  ประเทศไทย คนไทย ก็ หนีไม่พ้น ที่ต้อง แบกรับ ความ เดือดร้อน ที่เกิดขึ้น…..

@และนี่คือ หน้าที่ ของ รัฐบาล ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ครม. ที่มาจาก สองพรรคการเมืองคือ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย ที่จะต้อง เร่งมาตรการ ทุก มาตรการ ในการ แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ พลังงาน ราคาน้ำมัน ราคา ก๊าซ ราคา ไฟฟ้า ที่ต้องเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ น้ำมัน ที่เป็นผลกระทบที่ชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคลัง ที่บอกกับ คนไทย ให้ รับมือกับ ราคาน้ำมัน ที่จะ ไม่เหมือนเดิม คนไทยต้องใช้ น้ำมันแพงไปอีกไม่ต่ำกว่า 1 ปี…. หรือ หาก โชคดี ครม.ชุดนี้  จะ สามารถ สั่งการ ให้ หนู เอา กระพรวนไปผูกคอแมว สำเร็จ ด้วยการ ปรับโครงสร้าง ของ พลังงาน แบบ ยกเครื่อง เพื่อให้ ราคาน้ำมัน กลับไปสู่ความ เป็นจริง และ โปร่งใส ตรวจสอบ ทั้งเรื่อง ต้นทาง และ การ ดำเนินการ รวมทั้ง กำไร ได้ ซึ่ง เชื่อว่า ยากมาก  แต่ถ้าเรื่องการที่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ประกาศที่จะ ทุบ จะ แทง ความไม่ ยุติธรรม กับ กลุ่มทุนพลังงานคือ โรงกลั่น เป็นความตั้งใจจริง ที่ไม่ใช่ ราคาคุย  ก็ เอาใจช่วยให้ สำเร็จ เพื่อทำให้ ราคาน้ำมันในประเทศ ถูกลง….ส่วน มาตรการในการ ช่วยเหลือ กลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบ 5-6 กลุ่ม  รัฐบาล ต้องเร่ง ในการ ดำเนินการ ให้ รวดเร็ว  อย่าให้ ระบบราชการ กลายเป็น ปัญหา อุปสรรค และที่สำคัญ คือการ ตรวจสอบ ที่ต้อง ชัดเจน อย่าให้เหมือนกับ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการ ที่ คนจนปลอม  ขับรถเก่ง ใส่ทองเต็มตัว  แย่งสิทธิ ของ คนจน ไปเป็นจำนวนมาก…..โดยเฉพาะ เกษตรกร คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่ หนักหน่วงที่สุด ทั้งเรื่อง ค่าน้ำมัน ทั้งเรื่อง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช  ที่ แพงเกินจริง อย่างปุ๋ย กระสอบละ 800 บาท ขึ้นไปเป็นกระสอบละ 1,300 บาท เป็นเรื่อง เกินจริง และไม่มีเหตุผล ในการรองรับ  ยกเว้น ว่า นั้นคือการที่ กระทรวงพาณิชย์ ปล่อยให้ พ่อค้า ค้ากำไรเกินควร เรื่อง ราคาสินค้า ที่ปรับราคาขึ้นทุกชนิด ที่สร้างความ เดือดร้อน ให้กับ ประชาชน ระดับล่าง มากที่สุด ทำให้ เห็นว่า ศุภจี สุธรรมพันธ์  รัฐมนตรีพาณิชย์ อยู่ในอาการที่ เอาไม่อยู่ ไม่สามารถ ควบคุมการขึ้นราคาของสินค้าที่ ผู้ผลิต พ่อค้าคนกลาง ขึ้นราคาตามใจชอบ ความนิยมชมชอบใน ศุภจี สุธรรมพันธ์ เริ่มลดลง เหมือนกับการเป็น รัฐมนตรี ในช่วงของ “รัฐบาลอนุทิน 1” ที่ผ่านมา…..

@โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ปัญหา ราคารมะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำ ซึ่ง ดูดี ใน เบื้องต้น แต่ “บ่มีไก๊” ใน เบื้องปลาย เพราะ วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้ทำอะไรกับการที่จะให้ มะพร้าวน้ำหอม  แม้แต่เรื่องของ “ล้งกลาง” ก็เป็นเรื่องที่ ทำไม่ได้ และสุดท้าย รัฐมนตรีพาณิชย์ ก็ ยอมรับว่า เป็นเรื่อง ยากมาก กับ ปัญหาของ ล้งจีน ที่ เป็นผู้ กำหนดราคา ในการ รับซื้อ มะพร้าวน้ำหอม  สุดท้ายก็เป็นไปตาม สุภาษิตไทย คือ อัตหิ อัตโน นาโถ”  เกษตรกรสวนมะพร้าวน้ำหอมต้อง ช่วยตนเอง ถ้าไม่พัฒนาคุณภาพสวนมะพร้าวให้ ผลมะพร้าวมีคุณภาพ ถ้าหาตลาดไม่เป็น ก็ต้อง โค่นทิ้ง และ ปลูกพืชชนิดใหม่ เป็น ทางออก ที่ผ่านมา เช่น โค่น ต้นลองกอง เมื่อ ลองกอง ราคาตกต่ำ และ ปลูกทุเรียน โค่นทุเรียน เมื่อ ทุเรียนถูก ล้งจีน กดราคา และหันไป ปลูกปาล์ม และ โค่นยางพาราทิ้ง เพราะ ราคาตกต่ำ ทำไม่พอกิน เพราะไปปลูกปาล์มน้ำมัน และ นี่ โชคดีที่ ปาล์มน้ำมัน ให้ ผลดี ในภาคใต้ ทำให้ เกษตรกรภาคอิสาน และภาคเหนือ ปลูกปาล์ม ไม่ได้ผล ถ้า เกษตรกรภาคอิสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ปลูกปาล์มได้ผล เหมือนปลูก ยางพารา ป่านนี้ สวนปาล์ม ของภาคใต้ น่าจะต้อง โค่นทิ้ง และไป ปลูกพืชอย่างอื่น นี้คือความ น่าสงสารของ เกษตรกรไทย ที่พึงพาอาศัย นักการเมือง ที่ ตนเอง เลือกเข้าไป ช่วยไม่ได้เลย….ก็ต้องติดตามดูว่า สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส. รุ่นเก๋า ที่ผ่านมามาแล้ว หลายกระทรวง เมื่อมา บริหารกระทรวงพาณิชย์ จะมี ไอเดีย อะไรในการ ที่จะทำให้ ราคา อ้อย มัน ยางพารา และ ผลไม้ มีราคา เพิ่มขึ้น เพราะ ขณะนี้ ราคา ผลผลิต ทุกชนิด ตกต่ำ ยกเว้น ปาล์มน้ำมัน หรือ สุดท้าย ถ้า คิดอะไรไม่ออก ก็ “แจกเงิน” ให้ ชาวนา ชาวสวนยาง ไร่ละ 1,500 บาท เพื่อ ช่วยค่าครองชีพ อย่างที่ รัฐบาล ที่ผ่านมาเคยทำมาแล้ว เพราะ ง่าย ไม่ต้องใช้ สมอง คิด ก็ แก้ปัญหาได้ ส่วนเรื่องของ อ้อย มัน ก็ ให้ โรงงานรับซื้อ ในราคาที่ แพงขึ้น นิดหน่อย โดย รัฐบาล ให้เงิน อุดหนุน กับ โรงงาน อ้อย และ มัน เป็นการ อุดหนุน กลุ่มทุน โดยการใช้ เกษตรกร เป็น เครื่องมือ นี่คืองาน ถนัด ของ รัฐบาล และ นักการเมือง ที่ผ่านมา ซึ่ง ก็ต้องดูว่า รัฐบาล ชุดนี้ จะ ซ้ำรอยเดิม หรือไม่ ….

@เมื่อดูการแบ่งงาน ของ ครม. ชุด อนุทิน 2 สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ รองนายก ศุภจี สุธรรมพันธ์ เสนาบดี กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ กำกับดูแล กระทรวงเกษตรฯ ที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คนของ พรรคเพื่อไทย นั่งเป็น เสนาบดี ทำให้ ศุภจี ไม่สามารถ กำกับดูและ เรื่อง ราคาพืชผลทางการเกษตร ที่ สอดคล้องกับ การทำหน้าที่ใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ว่า “ เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย” เท่ากับว่า ถ้า ราคาผลผลิตทางการเกษตร ไม่สามารถแก้ไขได้ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับผิดชอบไปเต็มๆ ส่วน พรรคภูมิใจไทย ลอยตัว  รับผิดชอบเฉพาะเรื่อง กระทรวงพาณิชย์ เพียงอย่างเดียว เรื่องนี้ไม่รู้ว่าเป็นความ ชาญฉลาด ของ พรรคภูมิในไทย หรือเป็นเพราะ พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการให้ รองนายกจากพรรคภูมิใจไทย เข้ามา กำกับดูแล กระทรวงเกษตรฯ….เช่นเดียวกับการ แบ่งงานด้านความมั่นคง  ที่ความจริงต้อง “รวมศูนย์อำนาจ” แบบ ซิงเกิ้ลคอมมานซ์ ผู้ สั่งการ ควรเป็น นายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่กลับมาการ แบ่งงาน ให้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือ สขช. และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. อยู่ภายใต้การ กำกับดูแลของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ในขณะที่ นายกรัฐมนตรี ดูแล กอ.รมน. สภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ศรชล  ซึ่งเป็นความ “ลักลั่น” ในการ บริหารงานด้านความมั่นคง ที่ โดยความเป็นจริง ทั้ง ศอ.บต. และ” สขช. ต้องอยู่ภายใต้การ สั่งการ ของ นายกรัฐมนตรี ปัญหา ความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็น ไฟใต้ หรือ การพัฒนาภาคใต้ ที่ต้องทำงานร่วมกับ มหาดไทย  กอ.รมน.และ สมช.และเพราะกรรตะ อย่างนี้กระทั้งที่ทำให้ ความไม่สงบ และการ พัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงกลายเป็น” ยักตื้นติดลึก ยักกึกติดกัก” อย่างที่ ย่างเข้า 22 ปี ยัง แก้ไม่ได้…..

@เรื่องของ ไฟใต้ คดี ยิงถล่มรถยนต์ ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ต้อง ชม ตำรวจชุด สืบสวนสอบสวน ของ ศตช. ที่นำโดย พล.ต.ต. ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก กก.สส. ที่ สามารถ ติดตามจับกุม ชุด ปฏิบัติการ ที่อยู่ใน รถยนต์ ของ กอ.รมน..จ.นราธิวาส จำนวน 3 คน ซึ่งเป็น พลขับ 1 คน มือปืน 2 คน ซึ่งขณนี้จับกุมตัวได้แล้ว 2 คน คือ อลาวี อาแว ที่เป็นพลขับ และ ธนภัทร วัฒนภิญโญ ผู้ทำหน้าที่ มือปืน  เหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืน อีกคนที่ยัง หลบหนี ซึ่งก็เชื่อว่า จะถูก กดดัน ให้ออกมา มอบตัว ในไม่ช้า ส่วน  สมพร ลังเดช  ผู้ รับงาน ซึ่งถูกจับกุมได้เป็น คนแรก ขณะนี้ถูกฝากขัง พร้อมกับ อลาวี อาแว อยู่ใน เรือนจำ จ.นราธิวาส เรียบร้อยโรงเรียน เจ้าหน้าที่โจร แล้ว…..ในส่วนของ นอ.มนตรี โตประเสริฐ  หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลฯ กอ.รมน.จ.นราธิวาส ที่เป็นผู้ให้ยืมรถยนต์ของ กอ.รมน. เพื่อใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ ล่าสุด พล.ท.นรธิป โพยนอก  แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า จะเอาผิดทาง วินัย ทางแพ่ง ให้ ชดใช้ ค่าเสียหายของ รถยนต์ ที่ถูก นำไป ชำแหละ เพื่อ ทำลายหลักฐาน  เรื่อง ความผิด ของ นอ.มนตรี โตประเสริฐ นั้น กอ.รมน.ต้อง ทำให้ประชาชนหายสงสัย โดยต้อง แจ้งข้อหาร่วมกันฯ และนำเข้าสู่ขบวนการ สืบสวนสอบสวน ของ ตำรวจ เพื่อให้ หมดข้อสงสัย ว่าไม่มีความผิดทางอาญา ไม่ใช่เอาแต่ คดีวินัย และ แพ่ง จึงจะถูกต้อง….และในวันที่ 17 เม.ย.นี้  นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จะเดินทางมา ประชุมกับ หน่วยงานความมั่นคง เรื่องของ ไฟใต้ ที่ห้องประชุมท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส ซึ่งคงต้องติดตามดูว่า นายกรัฐมนตรี จะมี นโยบาย อะไร ที่จะให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ฝ่ายปกครอง ในการ ดับไฟใต้ ก็เห็นนะ ถึงความ ตั้งใจ ของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่ เที่ยวไล้เทียวขื่อ ในพื้นที่ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แสดงให้เห็นว่า เอาจริง กับ เรื่องของ ไฟใต้ แต่ที่ไม่มีอะไรดีขึ้น เกิดจากแก้ปัญหาที่ไม่ ตรงประเด็น ที่และ ไร้ เอกภาพ มีความ ขัดแย้งภายใน ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และการ ลอยตัว อยู่เหนือปัญหา ของ ฝ่ายปกครอง ที่ 22 ปี ผ่านไป ฝ่ายปกครอง กับ ทหาร ไม่เคยเป็น เนื้อเดียวกัน กับการดับไฟใต้ถ้าไม่แก้ที่ ประเด็นนี้ การดับไฟใต้ ก็ยัง “ยักแย่ยักยัน” ไปเรื่อยๆ แบบเดิมๆ ดีบ้าง ร้ายบ้าง ตาม เกม ที่ บีอาร์เอ็น เป็นผู้ กำหนด ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เล่นตาม….

@การ ถอด อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ออกจาก กฎหมายความมั่นคง เห็นเผินๆ ก็เข้าใจว่า สุไหงโก-ลก สถานการณ์ดีขึ้น แต่ เปล่า เพราะ สุไหงโก-ลก ถูกนำไปอยู่ใน บัญชีของ พรก.ฉุกเฉิน ที่ เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถให้ อำนาจ ได้มากกว่า พรบ.ความมั่นคง ด้วยซ้ำ นั้นแสดงให้เห็นว่า  ฉก.นราธิวาส ยัง เอาไม่อยู่ กับ ความไม่ปลอดภัย ของ อ.สุไหงโก-ลก ที่ เป็น เมืองชายแดนติดกับ มาเลเซีย เพราะ พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก. นราธิวาส ที่มาจาก กองทัพภาคที่ 1 ใช้ นโยบาย ปิดเมือง ก็แล้ว ใช้ เฮลิคอปเตอร์ กราดยิง เพื่อ ข่มขู่ ก็แล้ว รวมทั้ง ปิดถนน ปิดหมู่บ้าน หลังการที่ ทหาร ถูก กับระเบิด เพื่อ กดดัน ให้ ประชาชน เดือดร้อน จะได้มีส่วนในการ รับผิดชอบ ที่ปล่อยให้ กองกำลังติดอาวุธ ปฏิบัติการ ในพื้นที่ หรือ เป็น แนวร่วม แต่ ก็ไม่ได้ทำให้ สถานการณ์ของ สุไหงโก-ลก ดีขึ้น สุดท้ายต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในการ ควบคุมพื้นที่ เพื่อ ตรวจค้น เพื่อ ไล่ล่า กองกำลังติดอาวุธ ที่งาน การข่าว ตอบไม่ได้ว่า แนวร่วม และ กองกำลังติดอาวุธ อยู่ที่ไหนของ สุไหงโก-ลก ใน สุไหงโก-ลก มี หมู่บ้านเข็มแข็ง 4 หมู่บ้าน วันนี้ ผบ.ฉก. นราธิวาส รู้แล้วยัง ถ้ารู้แล้ว จะ จัดการ อย่างไร….

@มาดูเรื่องของ  “พะยูน” ใน ทะเลอันดามัน ที่ล่าสุด มีการพบว่า พะยูน ถูก จับ และ ตัดหัว เพื่อ การค้า ที่ อ่าวท่าเขา ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา ซึ่ง ดร.ปิ่นสักก์ สุรัชวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ ลงพื้นที่ เพื่อติดตาม สถานการณ์ของ  พะยูน ที่ วันนี้ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ทั้งการการถูกจับไปเป็น สินค้า และจากการทำการประมง เฉกเช่นเดียวกับ  โลมา ใน อ่าวไทย ที่วันนี้อาจจะเหลือไม่ถึง 18 ตัว และ อาจจะ สูญพันธุ์ ในไม่ช้า ถ้า หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ….. เช่นเดียวกับ เรื่องของ แรงงานเถื่อน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จับไป ปล่อยไป รับประโยชน์กันไป และ สร้างผลงาน ให้เห็นว่ามีการ จับอยู่นะ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ ตรวจค้น รีสอร์ต ของ อดีด ปลัดอำเภอ ใน อ.จะนะ จ.สงขลา ที่ใช้ รีสอร์ต ในการ ซุก แรงงานเมียนมา ก่อนส่งข้ามแดนไปยัง มาเลเซีย โดยข้อเท็จจริง สงขลา คือ ศูนย์กลาง ของการค้าแรงงานเถื่อน เรื่องนี้ พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล  ผบก. ตม. 6 ที่รับผิดชอบภาคใต้  จะมี แนวทาง อย่างไร ในการ จับกุม เอเย่นต์ เพื่อ ทำลาย ฐานราก ของ ปัญหา ไม่ใช่การ ไล่จับ แรงงานเถื่อน เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ…..และเรื่องที่ต้อง ติดตาม คือเรื่อง การกักตุนน้ำมัน ในการขนส่งทางเรือ จาก โรงกลั่น มายัง คลังน้ำมัน ของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ทำให้ น้ำมันหายไป 60 ล้านลิตร ซึ่ง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ แล้ว โดยพบว่ามีการใช้เรือบรรทุกน้ำมัน 11 ลำ ขนน้ำมัน 24 เที่ยว  น้ำมันตรงนี้ไปไหน ขายให้ใคร และ ขบวนการ ซุกน้ำมัน ครั้งนี้ มี ใครอยู่เบื้องหลัง ในการ แบ่งปัน กำไร  อีกเรื่อง ที่ ดีเอสไอ ยังไม่สอบในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สงขลา ที่เป็นที่ตั้ง คลังน้ำมัน ในห้วงที่เกิด สภาวะ น้ำมัน ขาดแคลน รถบรรทุกน้ำมัน ที่ ส่งน้ำมันให้กับ ปั๊ม ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างหายไปไหนเพราะทุกปั๊ม ต้องจ้าง “รถบรรทุกน้ำมันจากบริษัทเอกชน” ในการรับน้ำมันจาก คลังสงขลา ไปส่งที่ ปั๊ม ต้องสืบสวนให้ได้ว่า มีการ ใช้รถบรรทุกน้ำมัน เป็นที่ กักตุน น้ำมัน เพื่อรอการปรับราคา และ ค้ากำไร ใช่หรือไม่ ….

@เรื่อง”ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่” ในภาคใต้ ที่เห็นได้ชัดคือ คนต่างชาติ ที่ แห่เข้ามา ปักหลัก ทำมาหากิน ใน เมือง เศรษฐกิจ เช่น  ชาวอิสราเอล ที่ เกาะภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน  ที่ มาอยู่แบบ ลงหลักปักฐาน มีการ สร้างโบสถ์  มีการทำธุรกิจ  และมีการรวมตัวในรูปแบบของ มาเฟีย ในการ เรียกค่าคุ้มครอง และ จ่ายส่วย ให้ เจ้าหน้าที่ ในท้องถิ่น เรื่องนี้ คือ ภัยแทรกซ้อน ในรูปแบบใหม่ ที่ เขียนไว้ใน นโยบายของ กอ.รมน. ก็ต้องถามไปยัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่ามีการ ดำเนินการในเรื่อง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ หรือยัง อย่างน้อย อยากเห็น ตัวเลข ของ อิสราเอล ที่เข้ามาอยู่ใน 3 เกาะ ว่ามีจำนวนเท่าไหร่…..

@เขียนเรื่อง ตู้เกม ตู้สล็อต ที่ถูก พ่อค้านำมา มอบเมา ผู้ ชอบการพนัน ที่ เมืองด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มา 2 ครั้งแล้ว เพื่อ กระตุ้น ให้ ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง ของ อ.สะเดา จ.สงขลา ลงพื้นที่ ตรวจสอบ และ จับกุม เพราะเป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย และ มอบเมา ประชาชน แต่ ณ วันนี้ ตู้เกม ตู้สล๊อด ยังวางให้เล่นได้เหมือนเดิม โดย ทุกคนที่เข้าไป ในสถานที่ตั้งตู้เกม ตู้สล๊อต ต้องมีบัตร สมาชิก เมื่อ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ อ.สะเดา จ.สงขลา เพิกเฉย  เพราะ เจ้าของตู้เป็นผู้กว้างขวาง ใน ด่านนอก ก็ขอร้องไปยัง รัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา และ พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา ช่วยส่ง เจ้าหน้าที่ ของ จังหวัด ลงไป จัดการ กับ ปัญหานี้ด้วย….

@เรื่อง สวนปาล์ม จำนวน 30,000 ไร่ ของ นายทุน ที่หมด สัมปทานไปแล้วกว่า 10 ปี ผ่านมา 4 รัฐบาล สี่ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม 4 คน แต่ ปัญหายัง กองอยู่ที่เดิม ไม่มีการ แก้ให้ เป็นไปตาม กฎหมาย วันนี้ สวนปาล์ม 30,000 ไร่ กลายเป็น ขุมทรัพย์ ให้มีการ แย่งชิง ผลประโยชน์ ทั้ง นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ในพื้นที่ โดยที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง ระดับ จังหวัด และ ส่วนกลาง ทำตัวเป็น ทองไม่รู้ร้อน วันนี้ ประเทศนี้ มีรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คนใหม่ ชื่อ สุชาติ ชมกลิ่น  ซึ่งข่าวว่าเป็น นักการเมือง หมัดหนัก ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่อง สวนปาล์ม 30,000 ไร่ จะเสร็จลงในสมัยของท่าน….

@เรื่อง ซ้ำซาก ของ ประเทศไทย วันนี้กำลังเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ง  หลายพื้นที่ เกษตรกร ได้รับความเดือดร้อน น้ำมันเติมเครื่องชักน้ำนะมี แต่น้ำใน แม่น้ำ ลำคลอง ห้วย หนอง คลอง ยัง เริ่มแห่งขอด เช่น คลองอาทิตย์ ในพื้นที่ คาบสมุทรสทิงพระ อ.สสิงพระ ,สิงหนคร จ.สงขลา กำลังเดือดร้อน ถ้า ชลประทาน ที่รับผิดชอบ ไม่ทำอะไรสักอย่าง ข้าวนาปรัง ไร่นาสวนผสม สวนมะพร้าว สวนปาล์ม คงต้อง แห้งตาย ซ้ำเติม ความ ทุกข์ ให้กับ เกษตรกร เพิ่มขึ้น ชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.เขต 4 พรรคกล้าธรรม อยู่ไหน ช่วยชาวบ้านหน่อย ….และหลังจากเรื่องของ ภัยแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็ น้ำท่วม ที่น่าเป็นห่วงคือ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่วันนี้ ร่องรอย ความ สูญเสีย ยังไม่ ลบเลือน  ในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า ถ้า เทศบาลนครหาดใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ ชลประทาน ยังไม่ดำเนินการ ในการ บูรณะคูคลอง รวมทั้ง แผน ในการ รับมือ น้ำท่วม  เทศบาลนครหาดใหญ่ อาจจะ ประสบภัยอีกครั้ง  หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่น และ กรมบรรเทาสาธารณภัย ล้วนอยู่ภายใต้ กระทรวงมหาดไทย ที่มี นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็น เสนาบดี มหาดไทย ต้อง เร่ง สั่งการ  หรือจะปล่อยให้ สส.จูรี นุ่มแก้ว  สส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ เอาเรื่อง น้ำท้วมหาดใหญ่ไปทำ “สำนวน” ในสภาผู้แทนทุกสัปดาห์ ก็ไม่ว่ากัน….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

————————————————————————

///////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a1

สืบสานพุทธศาสนา.   พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 สน./หน.คณะทำงานที่ 4 การศาสนาและพหุวัฒนธรรม พร้อมด้วย พระครูสมุห์บุญมา อาทโร หน.ฝ่ายเผยแผ่ศูนย์พัฒนาฯ, พระครูโฆสิตสุตาภรณ์ หน.ฝ่ายแผนและโครงการพิเศษศูนย์พัฒนาฯ และองค์กรพุทธธรรมนำชีวิต ร่วมโครงการบรรพชาสามเณรและบวชเนกขัมมศีลจาริณี ภาคฤดูร้อน รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569  ณ วัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

/////////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a2

ตรวจเยี่ยม.   พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนในห้วงวันหยุด เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยมี ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของ “จุดตรวจความมั่นคง/ด่านตรวจความมั่นคง” ในพื้นที่ให้เป็นจุดอำนวยความสะดวกและบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดตรวจเกาะหม้อแกง อ.เทพา จ.สงขลา

/////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a3

ตรวจงาน.   สรรเพ็ชญ  บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการให้บริการประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ ณ สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ – สถานีขนส่งหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี รอมดอน หะยีอาแว รอง ผวจ.สงขลา ให้การต้อนรีบ และนำพบปะกับประชาชน ที่มาใช้บริการ

//////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a4

ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นประธานในพิธีงาน YRU Media Summer Night 2026” ชูไฮไลต์แฟชั่นโชว์จากงานวิจัยและนวัตกรรมอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย พร้อมกระชับความสัมพันธ์อันดีและมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่สื่อมวลชน โดยมี ผศ.ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะผู้บริหาร และสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม  ณ หน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a5

ห่มผ้าพ่อท่าน.   วีรพัฒน์ บุญฑริก รอง ผวจ.ยะลา เป็นประธานในงานห่มผ้าพ่อท่านบรรทม  และร่วมแห่ผ้า ห่มผ้าพ่อท่านบรรทมที่ประดิษฐานภายในวัดถ้ำยะลา (พระพุทธไสยาสน์) ร่วมกับ สุนิสา อยู่หนูสิงห์ วัฒนธรรมจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันอัญเชิญผืนผ้าขนาดใหญ่ แห่แหนขึ้นสู่ ถ้ำคูหาภิมุข ผ่านบันไดพญานาค  ณ วัดคผูกาภิมุข ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา

///////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a6

มหาสงกรานต์.   ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา แท็กทีมกับ อนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมกันสร้างสีสันด้วยการขึ้นรถกระเช้าฉีดละอองน้ำเย็นฉ่ำ เปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางประชาชนนับพันคนที่สวมเสื้อลายดอกหลากสีสันมาร่วมสนุกกันแบบจัดเต็ม พี่น้องประชาชนได้ร่วมสนุกสนานกับ ปาร์ตี้โฟม และอุโมงค์น้ำ ณ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา

/////////////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a7

ต้อนรับ.  กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามันพร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมให้การต้อนรับ ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ในพื้นที่อำเภอรามัน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์  ณ  จุดตรวจ หน้า สภ.รามัน อ.รามัน จ.ยะลา

///////////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a8

ลดอุบัติเหตุ.    พ.ต.ไมตรี บรรเจิดเลิศ รอง ผบ.ฉก.ทพ.47  ร่วมกับ นายอำเภอกาบัง และผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น  เปิดจุดปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ณ จุดตรวจหน้า ชุดคุ้มครองตำบลกาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา

////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a9

ค่ายพัฒนา.  ที่เกาะมุกรับเบอร์ทรีบังกะโลเกาะมุก ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดตรัง จัดโครงการเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชนต้านทุจริต ระหว่างวันที่ 7- 8 เม.ย.69 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลปัญหาโดยรวมของเกาะมุก และ กิจกรรมคืนบ้านให้ปูเสฉวน รับทราบการจัดเก็บรายได้ที่เกาะรอก อุทยานหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่  มีเยาวชน – นักเรียน – นักศึกษา จำนวน 40 คน จากหลายสถาบัน เข้าร่วม

//////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a10

กินข้าว-เล่าเรื่อง.  ณ ห้องประชุมพระเทพวิมลเมธี สพป.ตรัง เขต 1 อ.เมือง จ.ตรัง ฐกฤต อัชณาพิพัฒ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 พร้อมทั้งกิจกรรม “กินข้าว เล่าเรื่อง” เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในองค์กร สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น เป็นกันเอง และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

///////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a11

บันทึกความเข้าใจ.   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร) ร่วมกับ การยางแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรในอุตสาหกรรมยางพารา มีขึ้น ณ ห้องพอประมาณ 2 ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ศาสตราจารย์ ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นผู้แทนลงนามฝ่ายมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร

/////////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a12

บุญสงกรานต์. ดร.โยธิน ทองเนื้อแข็งอดีตผู้สมัคร สส.เขต 4สงขลาพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมงานมหาสงกรานต์กุศลทอดผ้าป่าสามัคคีและร่วมพิธีตักบาตรวันสงกรานต์ โดยมี กันย์ลภัส โจรจนหัสดิน เป็นประธาน ณ วัดอ่าวบัว อ.กระแสสินธ์ จ.สงขลา

////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a13

ร่วมเสวนา.  นราเดช คำทัปน์ นายกเทศบาลเมืองเขารูปช้างได้ร่วมเสวนาประเด็นการขับเคลื่อนอุทยานธรณีเขาเทียมดาจังหวัดสงขลา เปรียบเทียบกรณีศึกษาระหว่างอุทยานธรณีโลก(UNESCO GLOBAL GEOPARK) ระหว่างเขาชางซาน-ทะเลสาบเอ๋อไห่ ประเทศจีน กับ เขาเทียมดา-ทะเลสาบสงขลา ประเทศไทย เป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีสู่ระดับนานาชาติณ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา

////////////////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a14

ปัญหายาเสพติด.  จุไรวรรณ แก่นกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจะทิ้งพระ  ร่วมโครงการรณรงค์แก้ไขปัญหายาเสพติด แข่งกีฬาประจำ 2569 พร้อมด้วยคณะบริหารสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจะทิ้งพระ ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต อสม.และประชาชนในชุมชนหมู่ที่ 1 พังเภา ณ ชายทะเลหมู่ที่ 1 อ.สทิงพระ. จ.สงขลา

//////////////////////////////////////////

บรรยายภาพ a15

เสียใจด้วย.   อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา และ ที่ปรึกษาประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดยะลา พร้อมด้วยเครือญาติและบุคคลใกล้ชิด ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ น.ส.ชารีเม๊าะ มาโซ (กะแว) กำนันตำบลกอตอตือระ ที่เสียบิดาด้วยโรคประจำตัว ณ บ้านพัก ต.กอตอตือระ อ,รามัน จ.ยะลา

//////////////////////////////////////