แต่ภาพที่ค่อย ๆ ปรากฏชัด คือการขยับเกมของ “แม่ทัพทรัพยากรฯ” อย่าง ‘สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’ ที่ไม่ได้รออยู่แต่ในห้องแอร์ แต่ลงไปคลุกฝุ่น คลุกควัน สั่งการแบบถึงลูกถึงคน

หัวใจสำคัญอยู่ที่การ “บูรณาการ” เพราะรู้ดีว่าไฟป่าไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง งานนี้จึงเห็นการผนึกกำลังตั้งแต่ “มหาดไทย” ไล่ลงมาถึงผู้ว่าฯ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ไปจนถึงภาคประชาชนอย่าง “สภาลมหายใจ” ที่ช่วยสะท้อนปัญหาและร่วมเป็นแนวร่วมสำคัญ

อีกมุมที่ต้องยกนิ้วให้ คือการ “ขอความร่วมมือจากประชาชน” ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสผู้ลักลอบเผาป่า เพราะหลายจุดต้นเหตุไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือคนล้วน ๆ

และเมื่อมีการกระทำผิด ก็ไม่ปล่อยผ่าน! มีการย้ำชัดเรื่อง “บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง” เดินหน้าดำเนินคดีกับผู้เผาป่าแบบถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบซ้ำซาก

ต้องยอมรับว่า งานดับไฟป่าไม่ใช่แค่ใช้รถ ใช้เฮลิคอปเตอร์ หรือกำลังคนเท่านั้น แต่ยังต้องสู้กับภูมิประเทศสุดโหด อากาศที่ไม่เป็นใจ และเวลาที่ไล่บี้ทุกนาที เจ้าหน้าที่หลายชุดต้องเดินเท้าเข้าพื้นที่เสี่ยง ใช้แรง ใช้ใจ แบบที่คนเมืองอาจนึกภาพไม่ออก

แต่สุดท้าย เมื่อทุกภาคส่วน “เอาจริง” ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน สถานการณ์ที่เคยตึงมือก็เริ่มคลี่คลายลงอย่างเห็นได้ชัด

นี่จึงไม่ใช่แค่การดับไฟป่า…แต่คือบทเรียนของการรวมพลัง และการเอาจริงเอาจังกับต้นเหตุของปัญหา

สรุปสั้น ๆ ว่า…งานนี้ไม่ใช่แค่ “เอาอยู่” แต่ “เอาจริง” จนต้องขอปรบมือให้ดัง ๆ