นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน แตกหักกับพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อปีที่แล้ว ด้วยการปฏิเสธที่จะเห็นชอบกับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งต้องการให้ประเทศสมาชิกนาโตเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
นอกจากนี้ ซานเชซยังเป็นผู้นำชาติตะวันตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุด จากการเรียกสงครามสองปีอันโหดร้ายของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
นายอิกนาซิโอ โมลินา นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเอกกาโนรอยัล ในกรุงมาดริด กล่าวว่า ซานเชซทำให้สเปนได้รับการยอมรับจากการมี “จุดยืนที่สอดคล้องกัน” ในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกอาหรับ และลาตินอเมริกา
“สิ่งนี้เป็นผลดีต่อรัฐบาลมาดริด เพราะมันทำให้สเปนมีความเป็นผู้นำ อิทธิพล และบทบาทในประเทศต่าง ๆ อย่างมาก” โมลินา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบรรดาประเทศที่มีจุดยืนคล้ายคลึงกัน สเปนถือว่ามีความสอดคล้องมากที่สุด เนื่องจากประเทศอื่น ๆ ไม่ได้อยู่ในนาโต เช่น ไอร์แลนด์ หรืออยู่นอกสหภาพยุโรป (อียู) เช่น นอร์เวย์
ขณะที่ นายโจน โบเตยา ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอิสระแห่งบาร์เซโลนา กล่าวว่า สเปนก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในกลุ่มประเทศมหาอำนาจของอียูอย่างมีไม่เคยมีมาก่อน
อนึ่ง เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ซานเชซกลายเป็นผู้นำการต่อต้านทางการเมืองของชาติตะวันตก ต่อประธานาธิบดีสหรัฐ ส่วนเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส เรียกผู้นำสเปนฝ่ายสังคมนิยมคนนี้ว่าเป็น “ศัตรูตัวฉกาจของทรัมป์ในยุโรป”
กระนั้น ความนิยมของซานเชซในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ที่สร้างความแตกแยกในสเปน
นับตั้งแต่ซานเชซเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2561 เขาไม่เคยครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสเปน และตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการสอบสวนคดีทุจริตเกี่ยวกับข้องกับญาติ และอดีตพันธมิตรทางการเมืองที่ใกล้ชิด ซึ่งโบเตยากล่าวว่า ซานเชซกำลังใช้ประโยชน์จากนโยบายต่างประเทศอย่างหนัก เพราะมันเป็นพื้นที่ที่เขาถนัด และชาวสเปนส่วนใหญ่ชื่นชอบเขาในด้านนี้
ผลการสำรวจความคิดเห็นในเดือน มี.ค. ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์เอลปาอิส แสดงให้เห็นว่า ชาวสเปนมากกว่า 68% คัดค้านสงครามในอิหร่าน โดยในจำนวนนี้รวมถึงผู้ลงคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาชน (พีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักสายอนุรักษนิยม
ทั้งนี้ ผู้นำชาติตะวันตกคนอื่น ๆ เลือกที่จะรับมือกับทรัมป์อย่างมีชั้นเชิงในด้านการค้า การป้องกันประเทศ และนโยบายต่างประเทศ
“อย่างไรก็ตาม ซานเชซพยายามใช้ภาพลักษณ์ของผู้นำฝ่ายก้าวหน้า และผู้ต่อต้านทรัมป์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งตำแหน่งทางการเมืองของเขา และดึงดูดคะแนนเสียงจากฝ่ายซ้าย” นายฮวน โตวาร์ รุยซ์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยบูร์โกส กล่าว
สำหรับโมลินา จุดยืนของซานเชซ อาจทำให้เกิดความบาดหมางกับพันธมิตรดั้งเดิมบางประเทศที่ปกครองโดยฝ่ายขวา เช่น เยอรมนี และอิตาลี แต่ในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สเปนได้รับนั้นมากกว่าสิ่งที่อาจสูญเสียไป.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



