“วัฒนธรรมคือต้นไม้ใหญ่ที่มีลมหายใจ เริ่มต้นจากการหยังรากในภูมิปัญญาสั่งสมความแข็งแกร่งเป็นลำต้นแห่งอัตลักษณ์ และแผ่กิ่งก้านปรับตัวตามยุคสมัย เพื่อผลิดอกออกผลเป็นคุณค่าใหม่ที่งดงามและยั่งยืนแก่มวลมนุษย์” แนวคิดผลงาน “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย” โดย ธีรพล สีสังข์ ศิลปินผู้คว้ารางวัลช้างเผือก รางวัลสูงสุดในการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่15โดยผลงานจากการประกวดฯ จัดแสดงในนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จากนี้ถึง 17 พฤษภาคม 2569

การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่15 ครั้งนี้กำหนดหัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อให้ศิลปินถ่ายทอดแนวคิดของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม จากที่นำเสนอ คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยตัดสินคัดเลือกผลงานที่ถ่ายทอดสาระสำคัญการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภายใต้คุณค่าด้านความงามตามหลักสุนทรียศาสตร์ 21 รางวัล โดย “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย” ได้รับรางวัลช้างเผือก อันเป็นรางวัลสูงสุดในการประกวดครั้งนี้ ด้วยเทคนิคการถัก ขด และขมวดเส้นใยโลหะ ออกมาเป็นต้นไม้ใหญ่สีทองเปล่งปลั่ง แทนค่าวัฒนธรรมในสังคมที่เริ่มต้นจากการหยั่งรากในภูมิปัญญา ฯลฯ ผลงานที่โดดเด่นทั้งในมิติด้านสุนทรียศาสตร์ และสะท้อนความหมายที่ลึกซึ้ง

ขณะที่ภาพพิมพ์เมซโซทินท์ “ดอยอ่างขาง” โดย บุญมี แสงขำ ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นภาพดอยอ่างข่างที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งเกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลของรัชกาลที่ 9 พัฒนาดอยหัวโล้นให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรและส่งต่อคุณค่าอันประเมินมิได้นี้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์สืบมา นอกจากนี้มีผลงานรางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี โดยเญอรินดา แก้วสุวรรณ ศิลปินใช้การปักร้อยเส้นด้ายแทนค่าสายใยแห่งความสัมพันธ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของประเทศไทยที่แสนหลากหลายและเปี่ยมอัตลักษณ์ ในผลงานชื่อ Made in Thailand”

รางวัล CEO Award ได้แก่ จิตรกรรมสีอะคริลิค New Life 2025″ โดย ระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์ ผู้ใช้จุดสีแต่ละจุดเรียงเคียงเป็นรูปฝักบัว นัยถึงวัฏสงสารของทุกชีวิต เพราะเมื่อฝักบัวใกล้ร่วงโรย สิ่งเล็กๆ ถือกำเนิดขึ้นในนั้น เพื่อสืบสานการดำรงอยู่  รักษาความดี ความงดงามของชีวิตให้ก้าวเดินต่อไป และมีผลงานรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล

ส่วนหนึ่งพาชมแนวคิดสร้างสรรค์ผลงานรางวัลรองชนะเลิศ อาทิ “โพน ปราการแห่งชีวิต” โดยธีรพล โพธิ์เปี้ยศรี “ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติ การลดตัวของพื้นที่ป่าอย่างน่าใจหาย ส่งผลกระทบต่อสรรพ สัตว์ทั้งหลายโดยตรง เพราะที่อยู่อาศัยเดิมถูกรุกล้ำ แต่ยังมีระบบนิเวศของพื้นที่ธรรมชาติหนึ่งซึ่งถูกรักษาและอนุรักษ์ไว้โดยไม่ถูกทำลายนั่นคือ “โพน” บริเวณของเนินดินที่ก่อตัวสูงขึ้นและเป็นที่อยู่อาศัยของพืชพรรณไม้และสัตว์ทั้งหลาย เปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัย”

ผลงานแสดงถึงความสำคัญของระบบนิเวศ ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ รวมถึงพื้นที่แห่งจินตนาการ ชวนผู้ชมตระหนักถึงการมีอยู่ของพื้นที่ธรรมชาติ เช่น “โพน” ที่ทำหน้าที่แทนการปกป้อง ทั้งสะท้อนความงามของพื้นที่อุดมสมบูรณ์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ระบบนิเวศที่ไม่เพียงเป็นที่พักพิงของสัตว์นานาชนิด แต่ยังเป็นเสมือนป้อมปราการที่คอยปกป้องธรรมชาติได้อย่างงดงามและมั่นคง

ขณะที่“จิตวิญญาณ”โดย นารา วิบูลย์สันติพงศ์ สื่อผสมวัสดุ ดินเยื่อกระดาษ ผลงานจัดเรียงต่อเป็นชั้นๆ เปรียบได้กับกาลเวลาที่ผ่านไปในแต่ละยุคสมัย มีการสืบสานและสืบทอดวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งต่าง ๆ แม้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ก็เพื่อปรับดุลไปตามกาลเวลา โดยรายละเอียดในผลงานสื่อสารถึงความสวยงามของวัฒนธรรมไทยที่สืบสานและอนุรักษ์ไว้ไปจนถึงการต่อยอดพัฒนาเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน อนาคตข้างหน้าจะได้นำสิ่งดีๆ เหล่านี้มารักษาไว้และส่งต่อเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รักษาจิตวิญญาณของไทยสืบต่อไป ฯลฯ อีกผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการฯ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ศิลปะศิลปินไทย