จากปฏิบัติการชุดสืบนครบาล ร่วมกับศอ.ปส.บช.น. และสำนักงาน ปปส. กทม. เด็ดปีกเครือข่ายนายนวายวู อิเฟียนยี่ พลาคิตซ์ (MR.NWAIWU IFEANYI PLACID) หรือนามแฝง “แพททริค” อายุ 46 ปี สัญชาติไนจีเรีย พร้อมพวกอีก 3 คน ที่มีพฤติกรรมลอบค้าโคเคนรายใหญ่ในไทย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เผยเบื้องหลังผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม”ถึงการจับกุมมาจากการสืบสวนก่อนพบแพททริค คือตัวการสำคัญในขบวนการลำเลียงโคเคนมาจากทวีปแอฟริกา เส้นทางโคเคนเมื่อเข้ามาแล้วจะส่งค้าปลีกโดย“ไม่ผ่าน”ขบวนการค้าส่งใด ๆ เรียกว่าเป็นระดับ“แถว 1” โดยมีผู้ร่วมขบวนการลำเลียงเข้ามาอยู่ในทวีปแอฟฟริกา

เบาะแสแรกเริ่ม ต้องย้อนกลับไปปฏิบัติการเมื่อ 26 ต.ค.68 ที่มีการปลอมตัวเป็นช่างปูน ทลายเครือข่ายผิวสี 9 ราย ต่อเนื่องถึงปฏิบัติการเมื่อ 23 ม.ค.69 ทลายเครือข่าย “เจ้าแม่โคเคน”คนไทย ภรรยาชาวผิวสี ยึดทรัพย์กว่า 7 ล้านบาท จากนั้นมีการขยายผลต่อเนื่อง เพื่อหา“ต้นตอ”จนพบข้อมูลถึงระดับแถว 1 ในไทยคือคนร้ายรายนี้

ชีวิต“อำพราง”
พล.ต.ต.ธีรเดช ยอมรับการหาตัวคนร้ายรายนี้ยากมาก เพราะอำพรางทุกอย่าง รวมถึงการ“สมรสอำพราง” แกล้งแต่งงานกับภรรยาคนไทย จากการสืบสวนมีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นใบหน้าของคนร้ายรายนี้ เพราะพฤติกรรมชำนาญในการตัดช่องทางการสืบสวน และการใช้ชีวิตอย่างลึกลับ ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 4 เดือน จึงได้พบตัวครั้งแรก

“ก่อนการบุกชาร์ตตัวในการสืบสวนได้ใช้วิธีการเข้าเกลียว โดยให้เจ้าหน้าที่อำพรางเฝ้าติดตามกันเป็นเวลา 4 เดือน จึงได้พบคนร้ายครั้งแรก แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมได้ เพราะยังไม่มีหมายจับ เราจึงต้องใช้เวลาอีกเกือบสัปดาห์ ในการติดตามและวางแผนจับกุมแบบซึ่งหน้า”
แก๊งระดับสูง…กว่า
จากแนวทางสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกแต่อยู่ในประเทศทวีปแอฟริกา ทำหน้าลำเลียงยาเสพติดโคเคนจากต้นทาง ซึ่งมี“ตำแหน่งสูงกว่า”คนร้ายรายนี้ จากการวิเคราะห์รายปริมาณเม็ดเงิน คนร้ายมีทรัพย์สินมากกว่าคนอื่น ๆ ในขบวนการ แต่ที่ตรวจยึดได้เพียง 2.5 ล้านบาท เพราะโดยปกติคนร้ายจะส่งเงินส่วนใหญ่ไปไนจีเรีย เก็บไว้ไทยเป็นส่วนน้อย
การสอบปากคำเบื้องต้น เป็นปกติของการขยายผลชาวผิวสี มักจะไม่ได้รับความร่วมมือใดๆ แต่ทีมสืบสวนได้ใช้ความสามารถในการสืบสวน และวางแผนในการจับกุมมาก่อน ทำให้มีข้อมูลบางส่วนแล้ว

รูปแบบเครือข่าย-ภรรยาไทย
ขบวนการค้าโคเคน ต้องอธิบายก่อนว่าไม่ได้มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่โคเคนมาจากทวีปแอฟฟริกา มักลำเลียงเข้ามาโดยใช้“ร่างกายมนุษย์”เป็นพาหนะ เช่น กลืนเข้ามา เมื่อถึงไทยก็เข้ามาถ่ายท้อง หรือซุกซ่อนไว้ในอวัยวะเพศ หรืออำพรางมาด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบที่สนามบิน เมื่อต้องใช้มนุษย์เป็นพาหนะทำให้การลำเลียงได้ปริมาณไม่มากในแต่ละครั้ง “ทำให้ราคาโคเคนจึงสูงกว่ายาเสพติดทั่วไป”
เมื่อโคเคนเข้ามาแล้วจะมีกลุ่มผิวสีเป็นแถว 1 ในการแพร่กระจาย โดยแถว 1 มักเป็นการขายส่งไปยังลูกข่ายชาวผิวสี แพร่กระจายตามสถานที่ท่องเที่ยว เช่น นานา กทม. พัทยา ชลบุรี หรือภูเก็ต คนไทยที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้มักเป็น “ภรรยา”ของชาวผิวสี เพื่อใช้ในการซื้อรถ เก็บทรัพย์สิน หรือฟอกเงิน

เหตุผลซ่อนได้นาน-ลูกค้าไฮโซ
สาเหตุที่แพททริค แฝงตัวกระทำผิดได้นานมาจากการทำงานที่แยบยล ที่สำคัญคือการสมรสกับคนไทย เสมือนใบเบิกทางให้ชาวผิวสี“ติดปีก”ในการเดินเส้นทางนี้ ชุดสืบสวนได้รับเบาะแสจากผู้ร่วมขบวนการว่าคนร้ายมีงานอดิเรกเป็น“บาทหลวง” เมื่อครั้งที่อยู่ไนจีเรีย ประกอบกับการขึ้นภาพโปรไฟล์สวมชุดบาทหลวง
ขณะที่เงินหมุนเวียน และวิธีการลอบค้าขายที่ทำให้ลอยนวลอยู่มาได้นานขนาดนี้ อยู่ระหว่างการขยายผลโดยละเอียด ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพื่อป้องกันการเลียนแบบ แต่เบื้องต้นพบหมุนเวียนเดือนละ 1 ล้านบาท

“การจัดการกับเงินที่ได้จากการค้าโคเคนนั้น คนร้ายจะใช้วิธีเก็บเงินสด และส่วนใหญ่จะแปลงเงินส่งกลับประเทศไนจีเรีย โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว ไฮโซคนไทย 80% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 20%”
พล.ต.ต.ธีรเดช ทิ้งท้ายความแตกต่างของขบวนการแพททริค กับแก๊งค้ายาผิวสีอื่นในไทย คือแพททริคเป็นแถว 1 ที่ลงมือค้าปลีกเองไม่ผ่านการค้าส่ง ส่วนแก๊งอื่นจะค้าส่งมาเป็นทอด ๆ ก่อน.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



