@เริ่มที่เรื่อง การเมือง ที่ถนนสายนี้ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เต็มไปด้วย ขวากหนาม และ กับดัก รออยู่ข้างหน้า ทั้งเรื่อง บัตรเลือกตั้ง ที่มี คิวอาร์โค้ด ซึ่ง องค์กรอิสระ อยู่ระหว่างการ พิจารณา ว่าการ เลือกตั้ง ที่ผ่านมา เป็นความลับ ตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่….คดี ฮั้ว สว. ที่มี ชื่อของ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ใน ครม. เป็นผู้ถูก กล่าวหา รวมอยู่กับ สว.ที่ถูก กล่าวหา ซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยัง เงื้อง่าราคาแพง ไม่มีการ ชี้ขาด ว่า ผิด หรือ ไม่ผิด ซึ่งฝ่ายที่ จ้องจะ สอย สว. นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ใน ครม.อาจจะใช้เป็น เงื่อนไข ในเรื่องการ เอาผิด ทาง จริยธรรม ของ ผู้เกี่ยวข้อง ….เรื่องของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ ปปช. อยู่ระหว่างการ พิจารณา ว่ามีความผิด ตามที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ ลงความเห็น หรือไม่ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ อ่อนไหว เพราะเกี่ยวกับ วิกฤติศรัทธา ของ ประชาชน ที่มีต่อ องค์กรอิสระ ที่ถูก โหมโจมตี จาก กลุ่มคนหลายกลุ่ม ทั้งที่เป็น ฝ่ายตรงข้าม รัฐบาล และ นักวิชาการ นักกฎหมาย จนทำให้ องค์กรอิสระ ถูกมองจาก ประชาชน ว่ามีความ ผิดปกติ ที่ยังเป็น อิสระ จริงหรือไม่ เหล่านี้คือ วิกฤต ศรัทธา ที่ ถาโถม เข้าสู่ รัฐบาล ซึ่งผู้นำ รัฐบาล อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้อง แก้ปม เหล่านี้ เพราะนี้คือ เงื่อนไข ทาง การเมือง ที่อาจจะทำให้ รัฐนาวา อนุทิน 2 ถูก ซัดกระหน่ำ ให้ อับปาง…..และอีกเรื่องที่ต้องติดตามความคืบหน้า คือเรื่องที่ องค์กรอิสระ ที่พิจารณาความผิดของ 40 นักการเมือง พรรคประชาชน ในความผิดตาม ม.112 หรือไม่ ถ้า องค์กรอิสระ ฟันฉับ ว่า ผิดตาม ม.112 ก็จะเป็น ประเด็น ทาง การเมือง ที่อาจจะมีการ กระเพื่อม ทางการเมือง เกิดขึ้น เพราะ ประชาชน ที่ สนับสนุน พรรคประชาชน อาจจะออกมา เคลื่อนไหว พร้อมกับ แกนนำ ของ พรรคประชาชน ที่มีความ เคลื่อนไหวนอกสภา ซึ่งไม่เป็นผลดี กับ เสถียรภาพ ทางการเมือง ไม่มาก ก็น้อย….
@ส่วนเรื่องของ การบ้าน เรื่อง เศรษฐกิจ ยังเป็นเรื่องที่ใหญ่ แบบ มหึมา สำหรับ รัฐบาลอนุทิน 2 แม้ว่า สถานการณ์ สงคราม ใน ตะวันออกกลาง อาจจะ คลี่คลาย จากการที่ สหรัฐอเมริกา พี่ใหญ่ของโลก กับ อิหร่าน กำลัง ตกลงกันได้ และการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และ ทะเลแดง จะกลับมาเป็น ปกติ เรือบรรทุกน้ำมัน และ ก๊าซ สามารถเดินเรืออย่าง ปกติ แต่ สถานการณ์ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้า ยังไม่ ปกติ อย่างน้อยที่สุด ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน สถานการณ์อาจจะกลับมาเป็น ปกติ….วันนี้ ประเทศไทย สินค้าทุกอย่าง ปรับขึ้นไปหมดแล้ว และ ไม่ได้ ปรับลง ตามราคาน้ำมัน ที่ หลังจากมี รัฐบาล ชุดใหม่ น้ำมันมีการปรับลง ไปแล้ว 6-7 บาท แต่ สินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้ว ไม่ได้ ปรับราคาลงแต่อย่างใด เรื่อง ราคาสินค้าที่อ้างขึ้นตามราคาน้ำมัน เมื่อน้ำมันปรับลดราคา ทำไม่สินค้าจึงไม่ ลดลง เรื่องนี้ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ จะแก้อย่างไร ….. เห็น บทบาท ของ พาณิชย์จังหวัดสงขลา ที่อ้างว่า สินค้ายังไม่ขึ้นราคา โดยอ้างการ ตรวจสอบ จาก ห้างแม็คโคร ซึ่งเป็นห้าง ค้าส่ง ในพื้นที่ พาณิชย์ จังหวัด คงลืมไปว่า ห้างแม็คโคร ไม่ได้มีทุกอำเภอ มีแค่ เมืองใหญ่ๆ อย่าง หาดใหญ่ เท่านั้น ประชาชน ที่อยู่ ต่างอำเภอ ไม่ได้ ซื้อสินค้าจาก แม็กโคร แต่ซื้อจาก ร้านค้าใน ท้องถิ่น ที่ แพง มาก ในขณะที่ ค่าแรง และ ผลผลิต จากการเกษตร ที่ราคาตกต่ำ การมองปัญหา ต้องมองให้ครบทุกมิติ จึงจะ เห็นปัญหา และ แก้ปัญหาได้ และคนที่ควรจะ รายงาน ความเดือดร้อนของ ประชาชน ได้ดีที่สุด คือ นายอำเภอ ที่ต้องรายงานให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับรู้ แต่นั้นแหละ มหาดไทย วันนี้ กับ มหาดไทย ในอดีต ต่างกัน ลิบลับ มหาดไทย ในอดีต ทำงาน พัฒนา บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ ประชาชน แต่ มหาดไทย วันนี้ ทำงาน สนอง นโยบายการเมือง …..
@ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง นั่นคือการเดินทางลงพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ คณะ ทั้ง ตัวแทนของ กองทัพบก และ รัฐมนตรี กลาโหม ที่ลงพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นครั้งแรก หลังรับ ตำแหน่ง แต่ น่าเสียดาย ที่ การ ประชุม ที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก็ยัง ย่ำอยู่กับ ปัญหาเดิม นั่นคือ แก้ปัญหายาเสพติด พัฒนาพื้นที่ การค้าชายแดน เรื่อง ยาเสพติด แก้อย่างไร แก้ตรงไหน ในเมื่อ จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะการ ล้มเหลว ไม่สามารถ ซีลชายแดน ประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็น ผู้ผลิต และ จำหน่าย ความยากจน ว่างงาน ทำให้ คนใน สามจังหวัด ยึดการ ค้ายาเสพติด เป็นอาชีพ และ มีความคิดเห็นว่า การขายยาเสพติด เป็น อาชีพ หนึ่งในการ ดำรงชีพ ในการ เลี้ยงครอบครัว สุดท้าย จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง สงขลา นราธิวาส สตูล เมืองชายแดนที่ติดกับ ประเทศมาเลเซีย คือ ประตู ในการ ส่งออก ยาเสพติด กอ.รมน. และ ศอ.บต. แก้ปัญหา ยาเสพติด ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มา 10 กว่าปี ถามหน่อยเถอะ ทำไม่ยิ่งแก้ ยิ่งมาก และ การเสพ ยิ่งรุนแรง ท่านแก้เพื่อใช้ งบประมาณ หรือ แก้เพื่อให้ ยาเสพติด หมดจากพื้นที่ ….
@เช่นเดียวกับการ พัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนากันอย่างไร ปัญหาความยากจน ปัญหาคนว่างงานปัญหา การศึกษา ที่ ตกต่ำ จึงยัง เกาะกิน คนใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการของ ศอ.บต. มากมายที่ ล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการ เอานาร้างมาสร้างสวนปาล์ม โครงการปลูกไผ่เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าชีวะมวล โครงการ ปศุสัตว์ ตั้งแต่การ ส่งเสริมการ เลี้ยงแพะ การ โครงการโคล้านตัว โครงการ นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล โครงการเมืองต้นแบบ ในพื้นที่ 4 จังหวัด วันนี้ อยู่ที่ไหน และ โครงการ พัฒนา ใน ปัจจุบัน มี นโยบายการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้อะไรบ้างที่ โดดเด่น และ เชื่อว่าจะ ผลักดัน ให้มีการ สร้างเศรษฐกิจ สังคม และ การ ว่างงาน ได้ ส่วนเรื่อง การ ค้าชายแดน จะแก้อย่างไร จะ ส่งเสริมตรงไหน ในเมื่อ นโยบายของ รัฐกลันตัน มาเลเซีย คือการ กีดกัน การค้าชายแดน การสร้างรั้วชายแดนใน งบประมาณ 10,000 ล้านของ รัฐกลันตัน ด้านชายแดน จ.นราธิวาส นอกจาก มาเลเซีย ต้องการ ป้องกัน ด้านความมั่นคง แล้ว คือการ กีดกัน ทางการค้า ใช่หรือไม่ วันนี้ งานของ ศอ.บต. ภายใต้การนำของ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) คือการ จ่ายเงินเยียวยาของผู้ที่ เสียชีวิต และการ เยียวยา ทรัพย์สิน ของ นักลงทุน เช่น ปั้มน้ำมัน บริษัทรับเหมา ร้านค้า ที่ถูก วางระเบิด วางเพลิง จากการ สถานการณ์ ของ บีอาร์เอ็น เท่านั้น และอีกงานที่ เห็น คือ การ ประชุม สัมมนา ตาม โรงแรมต่างๆ ซึ่งหลังการประชุม สัมมนา มีการ ประเมิน หรือไม่ว่า ได้ผล ที่ คุ้มค่า กับ งบประมาณ ที่ใช้ไปหรือไม่…..
@เช่นเดียวกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ 22 ปี มี นายทหาร สับเปลี่ยน มาทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 มาแล้ว 17 คน โดยทุกคน ยึดถือ นโยบาย ในการ แก้ปัญหา ความไม่สงบ ด้วยการ ท่องคำว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ ไม่เคยมีใครถามว่า เข้าใจ เข้าถึง อะไร เข้าถึง ปัญหา เข้าถึง ความต้องการของประชาชนเข้าใจเรื่องของ บีอาร์เอ็น แค่ไหน การ เข้าใจ เข้าถึง ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นแบเดียวกับ ตาบอดคลำช้าง คนที่คลำถูก หางช้าง ก็จะบอกว่า นี้คือช้าง คนที่คลำถูก งวงช้าง ก็บอกว่า นี่คือช้าง คนที่คลำถูก เท้าช้าง ก็บอกว่า นี้คือช้าง แต่ละคน จึง ผิดแผดแตกต่างกัน ดังนั้นการ เข้าใจ จึงไม่เหมือนกัน เมื่อเข้าใจใน ปัญหา ที่ แตกต่างกัน จึงทำให้ ปัญหา แก้ไม่ได้ วันนี้ในเรื่องของการ เข้าถึง ต้องถามว่า เข้าถึงอะไร เพราะแม้แต่งาน สำคัญ ที่สุด คืองาน การข่าว ความเคลื่อนไหว ของ กองกำลังติดอาวุธ ในพื้นที่ของ สามจังหวัด ก็เข้าไม่ถึง จึงทำให้ การป้องกัน การก่อการร้าย ล้มเหลว มาโดยตลอด แต่ งบการข่าว ใช้หมดไม่เคยเหลือ ยิ่งการเข้าถึง บีอาร์เอ็น ใน รัฐ กลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่เป็น ฐานที่มั่นของ บีอาร์เอ็น 22 ปี ยัง เข้าไม่ถึง ตอบไม่ได้ว่า ใน ขบวนการ ของ บีอาร์เอ็น ใครเป็นประธาน ใครเป็นเลขาธิการ ใครเป็น ผบ.ทหาร ใครเป็น ผู้นำจิตวิญญาณ แม้แต่ แนวร่วม ในหมู่บ้านๆ ละ 6 คน วันนี้ ผบ.ฉก. ในพื้นที่ก็ยัง ไม่รู้ว่า เป็นใคร…..
@ส่วนงานพัฒนาของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ต้องถามถึง เพราะ งบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ มีไม่ถึง 10 % ของงบประมาณ งานพัฒนาของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในพื้นที่จึงเป็นเหมือน “ยาหอม” หรือ “ถั่วงอก” ที่ แก้ปัญหาได้ ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ถาวร คงทน และ จับต้องได้ ทั้งหมดคือ สภาพข้อเท็จจริงของการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นการเดินทางมาเพื่อให้ นโยบาย ในการแก้ปัญหา ไฟใต้ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล จึงไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างเป็นเรื่องเดิม เป็น ย่ำเท้า อยู่ที่เดิม ทั้งสิ้น….. ที่น่าเสียดาย ข้าราชการที่ยังอยู่ใน เกียร์ 1 และไม่ยอมไปที่ เกียร์ 5 คือ พวก เช้าชามเย็นชาม ซึ่ง ก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ซี 10 ซี 11 ก็ไม่สำคัญ ถ้า ยังทำหน้าที่ใน เกียร์ 2 ทั้งที่มี เกียร์ 5 ก็ย้ายได้ แต่ สุดท้าย ไม่มีอะไรที่ เปลี่ยนแปลง นอกจาก ยาหอม ที่ นายกรัฐมนตรี โปรยให้กับ ข้าราชการ และ ประชาชน พร้อมทั้งการ ขอโทษ ประชาชน และ สถาบันการศึกษาแทน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่เกิด โอษฐภัย จากการ พูดถึง สถาบันการศึกษา ปอเนาะ ตาดีกา แหล่งบ่มเพาะ เยาวชน ของ บีอาร์เอ็น ที่ไม่มี วงเล็บ กลายเป็น เหมารวม จนถึง องค์กร สามพี่น้อง ปอเนาะ ตาดีกา และ โรงเรียนเอกชน จนกลายเป็น ประเด็น ดราม่า นำไปสู่ความไม่พอใจของ องค์กร สามพี่น้อง ปอเนาะ ตาดีกา และ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่ยื่นคำขู่ให้ นายกรัฐมนตรี ย้าย พล.ท.นรธิป โพยนอก ออกจากพื้นที่ หวังว่า หลังคำขอโทษ ทั้งจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรี กลาโหม และ เจ้าตัว แม่ทัพภาคที่ 4 เอง คงทำให้ กระแส ดารม่า ที่ ต้องการ ย้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ออกจาก พื้นที่ คง เบาบางลง แต่เรื่องนี้เหมือน แก้วแตก ที่ แม้จะมี กาวใจ แต่ยากที่จะ ประสาน ให้เป็น ดั่งเดิม…..
@ปอเนาะ และ ตาดีกา เป็นที่ บ่มเพาะ เยาวชน ของ บีอาร์เอ็น เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ ทุกแห่ง เช่นเดียวกับ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ยังอยู่ นอกรีดนอกรอย ทั้งในเรื่องมีคนของ บีอาร์เอ็น เข้าไป แทรกแซง และการ โกงค่าหัวเด็ก หรือ บัญชีผี ก็ยังมีอยู่ ดังนั้นในทาง ปฏิบัติ นิ้วไหนร้าย ตัดนิ้วนั้น และ ต้องนำ หลักฐาน สื่อ ให้เห็นถึง ความผิด และหาก ดื้อด้าน ก็ต้อง ใช้ ยาแรง คือ กฎหมาย เข้าจัดการ คนที่จะ พูดว่า ไม่มี ไม่จริง ก็จะ หุบปาก….และที่ สำคัญ ไม่ควรใช้ ไอโอ หรือการทำ สงครามข่าวสาร มาใช้ มาแฉ ให้เกิด ประเด็นดราม่า ด้วยการ ด้อยค่า อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเต็มไปด้วย เพจอวตาร ที่ออกมา โจมตี ด้อยค่า ด่าทอ ด้วย ฝ่ายที่ เห็นต่าง ซึ่งไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และ แม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะ ปฏิเสธ ว่า ไม่รู้ไม่เห็น แต่ เชื่อเถอะ ไม่มีใครเชื่อ ลด ไอโอ ลง และ ใช้งาน สื่อสารกับสังคม ในการ ชี้แจงข้อเท็จจริง แบบมี สาระ มีเหตุ มีผล ที่ควรแก่การเชื่อถือ จะเป็นการ ลดความ ร้อนแรง ของ สถานการณ์ในพื้นที่ ปล่อยให้ บีอาร์เอ็น ทำ ไอโอ เพียงฝ่ายเดียว ก็ไม่เป็นไร เพราะ บีอาร์เอ็น คือ โจรใต้ ที่ต้องทำทุกวิถีทางในการ โจมตี เจ้าหน้าที่รัฐ ที่วันนี้ คนในพื้นที่ รู้แจ้งเห็นจริง มากขึ้นแล้ว……
@วันที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะมาเยือน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โจร บีอาร์เอ็น ข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก มา วางเพลิง รถบดถนน รถแบ็คโฮ ของ บริษัทตากใบการโยธา จำกัด วอด ค่าเสียหาย 6 ล้าน เผาเสร็จ ข้ามแม่น้ำ กลับไป กลันตัน มาเลเซีย และมีการ เผายางรถยนต์ เพื่อ ก่อกวน ในพื้นที่ ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จังหวัดเดียวกันอีก 2 จุด นี้แสดงให้เห็นว่า มาตรการ ป้องกัน ของ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ยังมี ช่องว่าง รอยโหว่ ให้ กองกำลังติดอาวุธของ บีอาร์เอ็น ปฏิบัติการ ก่อการร้าย ได้ตามความต้องการ โดยเฉพาะ พื้นที่ แนวชายแดน แม่น้ำ สุไหงโก-ลก ที่กั้น พรมแดนไทย-มาเลเซีย ทำไมจึงมี ช่องโหว่ ให้ โจร ข้ามน้ำ มาก่อเหตุได้ ไหนคุยว่ามีการ ซีล ชายแดน แล้วไง …..และ รถยนต์ 2 คัน ที่ ฉก.นราธิวาส แจ้งว่า มีการ โจรกรรม จาก กลันตัน มา ซุกไว้ที่ อ.แว้ง หรือ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เพื่อทำ คาร์บอมบ์ ณ วันนี่ หาเจอ แล้วยัง และเพราะ รถยนต์ 2 คันนี้ ที่คาดว่า โจรโต้ โจรกรรมมา เพื่อทำ คาร์บอมบ์ เป็นเหตุให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้อง ยกเลิก กำหนดการไป ตรวจ ด่านพรมแดนบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส ใช่หรือไม่ ทั้งหมด ชี้ให้เห็น จุดอ่อน ในการ ป้องกันแนวชายแดนฝั่งแม่น้ำ สุไหงโก-ลก ที่ ชัดเจนยิ่ง…..
@ กลับมาเรื่อง ปอเนาะ บางแห่ง และ หลายแห่ง ใน พื้นที่ สามจังหวัด ที่ยังเป็นแหล่ง บ่มเพาะ ซึ่ง หน่วยรบพิเศษ มี โครงการต่างๆ ในการเข้าไป ดูแล ในรูปแบบการ พัฒนา ให้เป็น ปอเนาะสีขาว ตาดีกา สีขาว โดยนำ สิ่งของ เช่น เมล็ดผัก ปุ๋ย เครื่องเล่นกีฬา และ อื่นๆ ช่วยเหลือ ในการ ทำ กิจกรรม รวมทั้ง กิจกรรม เสาธง 5 นาที ในการส่ง ทหาร ไป ทำกิจกรรม หน้าเสาธง ปัญหาคือ ทหาร บอกว่า นี้คือการ ช่วยเหลือ นี่คือการ พัฒนาคุณภาพชีวิต และ อุซต๊าส หรือ ครู สอนศาสนาของ บีอาร์เอ็น ปลุกระดมว่า นั้นคือการที่ ซีแย ( สยาม ) ส่ง ทหาร มา ควบคุม และ คุกคาม นายู ( คนมลายู ) และ นักเรียน เลือกที่จะเชื่อ อุซต๊าส ผู้บ่มเพาะ มากกว่า เชื่อ ทหาร เรื่องนี้ถ้า ไม่แก้ กิจกรรม ที่ ทหาร ลงไปทำ ก็คือการ สูญเปล่า เพราะสุดท้าย อิทธิพลของ ความเชื่อ คือ รากเหง้า ของ ไฟใต้ ที่ 22 ปี ผ่านมา ยัง แก้ไม่ได้ สรุปสั้นๆ ความเชื่อ กับความรู้สึก ของคนในพื้นที่ ที่มีต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ คือ ปมลึก และ เงื่อนไข ที่ทำให้ สันติสุข ไม่มีอยู่จริง…..การที่ องค์กร นั่น โน่น นี้ เรียกร้องให้ ทหาร เลิกยุ่งกับ ปอเนาะ กับ ตาดีกา ก็ไม่ต่างกับ ที่ เรียกร้องให้ ยกเลิก จุดตรวจ จุดสกัด และมี สกัดคนร้ายไม่ได้ อย่าง กรณีของ รถยนต์ ที่ มือปืน ใช้ ยิง รถยนต์ของ สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมะ และ ขับผ่าน จุดตรวจ ทุกจุด อย่าง ลอยนวล นี้คือ เงื่อนไข ที่ บีอาร์เอ็น ปลุกระดม เพื่อให้ ทหาร ถอนกำลัง ออกจาก สถานศึกษา และ ถนน เพื่อให้ บีอาร์เอ็น สามารถ ปฏิบัติการ ทั้งงาน การเมือง และ การทหาร อย่างปลอดภัย ดังนั้น ประชาชน ในพื้นที่อย่าหลงกล บีอาร์เอ็น และ อย่าโลกสวย กับ เอ็นจีโอ และ นักสิทธิมนุษย์ชนทั้งหลาย….แน่นอน พื้นที่ซึ่งมี สงครามประชาชน มี ขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีการ ก่อการร้ายทุกวัน จะให้เป็นพื้นที่ของ สิทธิเสรี ภาพ เหมือนพื้นที่ ปกติ ธรรมดา ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะ ต้องมี กฎหมาย พิเศษ ที่ใช้เป็น เครื่องมือในการ ป้องกันปราบปราม กลุ่มก่อการร้าย ตรงนี้ ประชาชนเอง ก็ต้องเข้าใจ สถานการณ์ ของ สามจังหวัด และ สี่อำเภอของ จ.สงขลา ว่า เป็นพื้นที่ไม่ ปกติ ที่จะอยู่ แบบ ปกติ เหมือนพื้นที่ ซึ่งไม่มีการก่อการร้ายเพื่อแบ่งแยกดินแดน ไม่ได้ ถ้า เข้าใจ ตรงจุดนี้ ประชาชน และ ทหาร ก็จะอยู่ด้วยกันแบบ ถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการ ปลด เงื่อนไข ของความ ขัดแย้ง และ ไม่ไว้วางใจ โดยการ ยอมรับความจริง และ รวมมือกันในการ แก้ปัญหา…..
@ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พูดถูก อยู่เรื่องหนึ่งคือ ที่ผ่านมา มีแต่การแก้ปัญหา ไฟใต้ ที่ ปลายเหตุ ดังนั้น เมื่อ แม่ทัพ เข้าใจ โจทย์ ในพื้นที่ นับต่อนี้ไป ต้องติดตามดูว่า แม่ทัพภาค 4 จะ แก้ปัญหา ที่ ต้นเหตุ ของ ไฟใต้ อย่างไร และ จะเริ่มจาก ตรงไหน การ พูดความจริง เพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็น หนทางในการ แก้ปัญหาจะแก้ได้ ต้อง รู้จริง และ ทำจริง ถ้า ทำได้ตามที่พูด นั้นคือ ของจริง แต่ถ้า พูดแล้ว ไม่ทำ นั้นแหละ ของปลอม และ เสียของ…..มีเสียง สะท้อน มาจากหลายภาคส่วน ถึงเรื่องการ ช่วยเหลือ ประชาชน ทั้งในเรื่องของ อุบัติเหตุบนท้องถนน และจากการ เจ็บป่วย ของ ประชาชนทั่วไป ที่ต้องใช้ บริการ การช่วยเหลือ จาก มูลนิธิท่งเซียเซียงตึ้ง หาดใหญ่ ที่วันนี้ ให้ บริการไม่ทั่วถึง เพราะ รถยนต์ของมูลนิธิ 20 กว่าคัน ที่เคยใช้ ถูก น้ำท่วม ได้รับความเสียหาย เหลือใช้อยู่เพียง 3 คัน อรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิ คงต้องเร่ง แก้ปัญหา ด่วน ความจริง หาดใหญ่ สงขลา มี คหบดี , เศรษฐี ,นักธุรกิจ ไม่น้อย น่าจะ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บริจาครถกู้ภัยให้กับมูลนิธิฯ เพื่อประโยชน์ของสังคม ก็จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่ง…..
@ความเดือดร้อนเรื่องน้ำในการ เพาะปลูก ของ เกษตรกร คาบสมุทรสทิงพระ ที่เกิดจาก น้ำในคลองอาทิตย์แห้งขอดในหน้าแล้ง ณ วันนี้ ชลประธาน ในพื้นที่ จ.สงขลา ได้มีการ นำเครื่องสูบน้ำเข้าไป เพื่อน้ำให้กับเกษตรกร ที่ปลูกข้าวนาปรัง และ ไร่นาสวนผสม แล้วแต่ความเดือดร้อนของ เกษตรกรที่ เลี้ยววัว ทั้งพันธุ์พื้นเมือง และลูกผสม วันนี้ เดือดร้อนหนัก ราคาซื้อขาย วัวเป็นๆ ที่เคยขายได้ กิโลกรัมละ 95 บาท ถูก พ่อค้าคนกลาง ฮั้ว ราคากัน กดราคาเหลือ กิโลกรัมละ 65 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ขาดทุนหลุดลุ่ย กันทั่วหน้าทั้งภาคใต้ เรื่องนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเร่ง แก้ไข อย่างน้อย ให้ขายได้ราคา กิโลกรัมละ 80 บาท เพื่อให้ อยู่ได้ ก็คอยดู ฝีมือ ของ นักการเมือง จอมเก๋า ฉายา พระอาทิตย์ ว่าจะมี ปัญญา ในการแก้ปัญหา แค่ไหน…..
@เวรกรรม โรงพยาบาลสงขลา ที่ ก่อสร้างโดย บริษัท ไชน่าฯ ซึ่ง เจ้าเดียวกับที่สร้างสำนักงาน สตง. จน ถล่มทลาย ทิ้งงานไปหลายเดือนแล้ว การก่อสร้างที่จะแล้วเสร็จ ของ ตึกใหม่ 9 ชั้นในปี 2570 ของคน สงขลา มลายหาย เพราะทราบว่า ต้องมีการดำเนินใหม่ ต้องรองบปี 70 และกว่าจะสร้างแล้วเสร็จอาจจะต้องรอถึงปี 75 เรื่องนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะมี ช่องทางไหน ที่จะ อนุมัติ ให้มีการก่อสร้างได้เร็วกว่านี้ เพราะ คน สงขลา ไม่อยากเห็น ตึกร้าง ของ โรงพยาบาลสงขลา ที่ ประจาน ถึงความ ล้มเหลว ของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ รู้อยู่แล้วว่า บริษัทไชน่าฯ แห่งนี้ ฟันราคา ในการ ประมูล ที่ต่ำผิดปกติ และต้อง ทิ้งงาน แต่ไม่มีการ ท้วงติง วันนี้ สงขลา จึงมีทั้ง อควาเรี่ยม หอยสังข์ ที่ถูก ทิ้งร้างมา 15 ปี และ มีเพื่อน คือ โรงพยาบาลสงขลา ที่ถูก ทิ้งร้าง เหมือกัน นี้คือ เคราะห์กรรม ของคน สงขลา ที่ต้อง แบกรับ จากการมีอ รัฐบาล ที่ ไม่เอาไหน…. แล้วพบกันใหม่ ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
—————————————————————————
///////////////////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a1

กำลังใจ, พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เยี่ยมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่บาดเจ็บจากการซุ่มโจมตี ของกองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ที่ อ.บันนังสตา ณ รพ.ศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a2

ส่งผู้แสวงบุญ…. ดร.นพ.สมหมาย บุญเลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และ ศักดิ์กริยา บินแสละ ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา และคณะ ร่วมส่ง คณะผู้แสวงบุญ จำนวน 342 คน เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ซาอุดีอารเบีย ที่ สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a3

ลงพื้นที่. อัยมานน์ อับดุลลาเต๊ะ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ยะลา พร้อมด้วย ยามาลูดิน อีแมดือเระ รองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ ณ หมู่ที่ 4 บ้านตะโละสาลี ต.บันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เป็นอาชีพให้คนในพื้นที่
///////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a4

ตาดีกาสัมพันธ์. พ.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมกับ กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน พร้อมส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมตาดีกาสัมพันธ์ ตำบลเนินงาม ครั้งที่ 15 เพื่อส่งเสริม เยาวชนพัฒนาทักษะด้านกีฬา วิชาการ และปลูกฝังความรักความสามัคคีใน ณ ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา
////////////////////////////////
บรรยายภาพ a5

เยียวยา. ไชยพร นิยมแก้ว รอง ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานมอบเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบ ในพื้นที่ กรณีเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์ บริเวณฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4313 เหตุเกิดเมื่อ 18 มี.ค.69 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 14 ราย
โดยมี เชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอโคกโพธิ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a6

ต้อนรับ. รศ.ดร.ลิลลา อดุลยศาสน์ รอง อธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดกิจกรรม ก้าวแรกสู่รั้วชมพู-เทา ต้อนรีบนักเรียนใหม่ และ ผู้ปกครอง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a7

เมาลิดสัมพันธ์. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา ลงพื้นที่เปิดโครงการ “เมาลิดสัมพันธ์ ประจำปี 2569” โดยมีผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นร่วมกิจกรรมทางด้านศาสนา มีการอ่านบัรซันญี. ซอลาวาส และ อัลกุรอ่าน ณ อบต.กาบัง อ,กาบัง จ.ยะลา
////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a8

อนุชิต กาญจนานุชิต และ ยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดอบรม “การพัฒนา แอปพลิเคชันเบื้องต้นด้วย Thunkable” ภายใต้โครงการห้องเรียนพิเศษด้านเทคโนโลยีฯ สำหรับเยาวชนยะลา จัดขึ้นวันที่ 18–19 เมษายน 2569 ณ ทีเค ปาร์ค ยะลา ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
/////////////////////////////////////
บรรยายภาพa9

ติดตามสถานการณ์ไฟป่า. บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่า พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในการสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลาม พร้อมร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ และชื่นชมความเสียสละของทุกฝ่ายที่ร่วมกันปกป้องพื้นที่ของประชาชน ณ หมู่ 8 บ้านปลักปลา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
/////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a10

บ้านหลังสุดท้าย ….จิรวิทย์ แซ่เจ็ง เป็นตัวแทนประธานมูลนิธิแม่กอเหนียวยะลา อ.เมือง จ.ยะลา รับมอบบ้านหลังสุดท้าย ( โรงศพ ) จากวัดถาวรวรารามหาดใหญ่. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อส่งต่อให้ผู้ยากไร้ในพื้นที่ของ จ.ยะลา
/////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a11

แถลงผลงาน. พิทยา เจริญสันต์ ผู้อำนวยการศุลกากรภาคที่ 4 และ ฝ่ายสืบสวนปรามปรามสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ได้ร่วมแถลงข่าวจับบุหรี่ไฟฟ้า ณ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 อ.เมือง จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a12

ส่งผู้แสวงบุญ. อดิศักดิ์ ศรีมณี นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห และ พี่ๆน้องๆ ประชาชน ร่วมส่งผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่ประเทศซาอุดิอารเบีย ณ สนามบินหาดหาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
///////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a13

แก้ปัญหาวัชชพืช. สุพจน์ นวลทอง นายกเทศมนตรีตำบลระโนด พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่คลองระโนด เพื่อติดตามแก้ปัญหาวัชชพืชในคลองระโนดที่ ขวางทางเดินของน้ำแต่เนินๆก่อนจะถึงช่วงมรสุมจะมาถึงนี้ ณ คลองระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา
////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a14

ติดตามโครงการ ชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ รองประธาน นำคณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ตรัง ส่งพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต ทางหลวงท้องถิ่น สายบ้านกะลาเส –บ้านแหลมไทร ต.กะลาเส อ.สิเกา 31,837,000 บาท ปรับปรุงผิวชราจรถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต สายบ้านเขาแก้ว – บ้านควนกุน ต.นาเมืองเพชร – ต.บ่อหิน อ.สิเกา 4,915,000,000 บาท ผลการติดตามเป็นไปตามแบบในสัญญา
///////////////////////////////////////////////////
บรรยายภาพ a15

รู้เท่าทันสื่อ. ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อโซเชียลในโลกยุคใหม่ และเส้นทาง YouTuber สู่การสร้างรายได้” รุ่นที่ 1 ณ ห้องธนารมย์ 2 โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จังหวัดตรัง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน และเยาวชนในพื้นที่ก้าวทันเทคโนโลยี และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู และนักเรียน เข้าร่วม
//////////////////////////////////////



