กลางวันธรรมดาที่ถนนพระราม 4 กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดของใครบางคน เมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณอันตราย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนไร้เรี่ยวแรง ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือดูเหมือนจะอยู่ไกลเกินเอื้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจาก สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ พ.ต.ท.ประเสริฐ บัวแก้ว สว.จร. จ.ส.ต.ฐิติวัฒน์ ภะคินี ผบ.หมู่ (จร.) จ.ส.ต.พงศธร บุญล้อม ผบ.หมู่ (จร.) กลับกลายเป็นคนกลุ่มแรกที่ยื่นมือเข้ามาอย่างทันท่วงที

ไม่มีเสียงสั่งการที่ซับซ้อน ไม่มีพิธีรีตอง มีเพียงการตัดสินใจที่เฉียบขาด ต้องช่วยทันที

จากการประสานงานผ่าน จส.100 สัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะค้นหารถคันดังกล่าวจนพบ และเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไม่ลังเล

ภาพของตำรวจที่ช่วยกันประคองผู้ป่วยขึ้นรถ การตัดสินใจอาสาขับรถแทน การเปิดทางจราจรเพื่อเร่งส่งถึงโรงพยาบาล ล้วนเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความรวดเร็ว และหัวใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น

ปลายทางของภารกิจนั้นคือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ซึ่งผู้ป่วยถูกส่งถึงมือแพทย์อย่างปลอดภัย

อาจไม่มีเสียงปรบมือในขณะนั้น ไม่มีเวทีให้ยืนรับรางวัล แต่ “เสียงขอบคุณ” จากผู้ที่รอดชีวิต คือสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุด

เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า บทบาทของตำรวจจราจรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดระเบียบรถบนถนน แต่ยังเป็น “ด่านแรกของความหวัง” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ภายใต้เครื่องแบบที่หลายคนคุ้นชิน ยังมีความเสียสละที่เกิดขึ้นทุกวัน เงียบๆ แต่ยิ่งใหญ่

และบางครั้ง ชีวิตหนึ่งชีวิต ก็เปลี่ยนไปได้ เพราะใครบางคน “เลือกที่จะช่วย” ทันเวลา.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “อาภาพร เทศทองดี” ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..