ทั้งนี้ จากคำเตือนที่ดังขึ้นพร้อมกันทั่วโลกเกี่ยวกับ “ภัยระดับซูเปอร์เอลนีโญ” ที่อาจทำให้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยได้เจอกับ “มหันตภัยอากาศสุดขั้ว” ในปี 2569 แถมมีโอกาสลากยาวถึงปี 2570 ทำให้เกิดกระแสสนใจ และถูกตั้งคำถามกันว่า… “มหันตภัยอากาศสุดขั้ว” กับ “ประเทศไทย” นั้น

กรณีนี้ไทยมีโอกาสถูกล็อกเป้าถล่มแค่ไหน

หรือมีโอกาสที่ไทยจะเจอภัยระดับซูเปอร์นี้

กับ “เอลนีโญระดับรุนแรงมาก” นี้หรือไม่??

ผศ.ดร.พงษ์เทพ หาญพัฒนากิจ

ทั้งนี้ เพื่อร่วมค้นหาคำตอบถึง “ความเสี่ยง” ของประเทศไทยจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ” นั้น ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้มีการเปิดบทวิเคราะห์เจาะลึกกับ ผศ.ดร.พงษ์เทพ หาญพัฒนากิจ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อไขคำตอบเรื่องนี้ โดยนักวิชาการคนดังกล่าว ระบุว่า… สถานการณ์น่ากังวลนี้ ไม่ได้มีเฉพาะแค่ไทยเท่านั้น แต่เป็น “ภัยระดับสีแดงทั่วโลก” ที่นักวิทยาศาสตร์วิตก หลังมี “สัญญาเตือนหลายอย่าง” ในปีนี้

ทาง ผศ.ดร.พงษ์เทพ กล่าวกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ถึงสถานการณ์อันตรายนี้ว่า… มีความเป็นไปได้ที่ทำให้เชื่อว่า… ในปีนี้ กับปี 2569 และอาจจะต่อยาวถึงปี 2570 โลกอาจเจอกับ เอลนีโญที่รุนแรงมากกว่าเดิม เนื่องจากข้อมูลล่าสุดขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NOAA) ตรวจพบดัชนีชี้วัดที่น่ากลัว โดยพบว่า… อุณหภูมิระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติกว่า 2 องศาเซลเซียส

เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 0.5-0.9 องศาเซลเซียส จะถือเป็นระดับน้อยถึงปานกลาง แต่หากสูงกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อใด คือสัญญาณอันตรายของซูเปอร์เอลนีโญ” …นักวิชาการระบุ

พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้ว่า… “ซูเปอร์เอลนีโญ” นี้ ถ้าเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบมหาศาล เช่น จะนำมาซึ่งความแห้งแล้งที่รุนแรงกว่าปกติ และจะทำให้อุณหภูมิร้อนจัด จนเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าหมอกควัน… ผศ.ดร.พงษ์เทพ กล่าว โดยถ้าหากย้อนดูบทเรียนในอดีตช่วงปี 2540-2541 โลกเคยเผชิญซูเปอร์เอลนีโญมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นสร้างความเสียหายมหาศาล เช่น เกิดไฟป่าครั้งเลวร้ายในอินโดนีเซีย อีกทั้งกระแสลมยังพัดพามลพิษหมอกควันหนาทึบมาปกคลุมไกลถึงภาคใต้ของไทยด้วย

จากบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต เมื่อมาวิเคราะห์ทางสถิติในปี 2569 ก็ทำให้พบความเสี่ยงสูงที่จะมีโอกาสเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกับในปี 2540-2541 ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้ และจะต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด”

นักวิชาการคนเดิมยังชี้ว่า… หากเกิดเอลนีโญขนาดรุนแรงมากในระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” แล้วนั้น สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอ คือ ภัยความแปรปรวนจากภูมิอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ภายใต้เงื่อนไขภาวะโลกร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาพสับสนคล้าย “ความย้อนแย้งทางสภาพอากาศ” กล่าวคือ ภาพรวมใหญ่ของเอลนีโญจะล็อกเป้าทำให้ไทยเกิด “ภาวะแล้งสะสม” โดยฝนจะทิ้งช่วงยาวนาน และอากาศร้อนทุบสถิติ แต่ในระหว่างที่ไทยกำลังแห้งแล้งนั้น หากมีปัจจัยระยะสั้น เช่น พายุหมุนเขตร้อนหรือลิ่มความกดอากาศสูงแผ่ลงมาปะทะกับมวลอากาศร้อนจัด ความชื้นทั้งหมดก็จะถูกกลั่นตัวกลายเป็นลมกระโชกแรงและฝนกระหน่ำอย่างหนักในคราวเดียว จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นจุด ๆ ในระยะเวลาอันสั้น

ที่สำคัญ ปรากฏการณ์อากาศแปรปรวนสุดขั้วนี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย เพราะเคยมีบทเรียนให้เห็นในอดีต เช่น บางจังหวัดที่เผชิญภัยแล้งจนภาครัฐต้องเตรียมมาตรการชดเชย ทว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมากลับมีพายุพัดถล่มจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน หรือพื้นที่ภาคใต้ เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่สถิติชี้ว่า… จำนวนวันฝนตกลดน้อยลงจากผลกระทบของเอลนีโญ แต่ปริมาณน้ำฝนสะสมกลับไม่ได้ลดลง และเมื่อมีฝนตกแต่ละครั้งจะเทลงมารุนแรงและยาวนานจนระบบระบายน้ำรับไม่ไหว

นอกจากนี้ ผศ.ดร.พงษ์เทพ ยังให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ความย้อนแย้งประเภท “แล้งจัดสลับท่วม” ในช่วงปี 2569 นี้ ยังอาจ เป็นสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนผ่านสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว หรือการสลับขั้วอย่างฉับพลันจากปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจจะมีบางจุดบางพื้นที่ที่มีความเปาะบางเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีผลทำให้พฤติกรรมของธรรมชาติได้บิดเบี้ยวไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จนอาจจะทำให้เกิดสภาวะฝนตกชุกหนาแน่นและเสี่ยงน้ำท่วมใหญ่ตามมา

โชคดีที่ปัจจุบันยังมีเรื่องข้อมูลที่แม่นยำ ทั้งข้อมูลที่ไทยได้รับจากหน่วยงานระดับโลก และจากในประเทศไทยเองที่มีการจัดเก็บแบบ Real-time ทำให้คาดคะเนได้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม แค่ตัวเลขสถิติบนหน้ากระดาษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ไทยจำเป็นต้องสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาช่วยวิเคราะห์ วางแผน และนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง จึงจะรับมือวิกฤติภัยระดับซูเปอร์แบบนี้ได้” …ผศ.ดร.พงษ์เทพ นักวิชาการ มศว ย้ำเรื่องนี้

นี่เป็น“มุมวิเคราะห์”จากผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ชัดไว้

ไทยเจอแน่!!”กับภาวะย้อนแย้งสภาพอากาศ

ไม่ต้องถึงกับซูเปอร์เอลนีโญ..ก็กระอักแล้ว.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์