จักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง (ครองราชย์ พ.ศ. 2278 – 2339, สวรรคต พ.ศ. 2342) ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกยุคแห่งความรุ่งเรืองร่วมกับพระบิดา (จักรพรรดิยงเจิ้ง) และพระอัยกา (จักรพรรดิคังซี) นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีชื่อเสียงเรื่องความกระตือรือร้นต่อศิลปะและวรรณกรรม ไม่เพียงมีบทกวีพระราชนิพนธ์มากกว่า 40,000 บท แต่ยังทรงเป็นผู้อุปถัมภ์การจัดทำสารานุกรมชุดใหญ่อย่าง “ซื่อคู่เฉวียนซู” หรือสารานุกรมสี่คลัง

จักรพรรดิเฉียนหลงทรงตั้งพระสมัญญาให้พระองค์เองว่า “สือเฉวียนอู๋กง” (ชัยชนะในการศึกอันสมบูรณ์ 10 ประการ) เพื่อยอพระเกียรติชัยชนะครั้งสำคัญ 10 ครั้งจากศึกสงครามที่พระองค์ทรงเริ่มขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้งชายแดน ซึ่งถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนความหลงตัวเองในสายตาคนรุ่นใหม่

พระบรมสาทิสลักษณ์ของจักรพรรดิเฉียนหลงโดยหลางซื่อหนิง (จูเซปเป คัสติลโยเน) ศิลปินชาวอิตาลีในราชสำนักจีนยุคราชวงศ์ชิง ภาพนี้ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์กู้กงแห่งพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง

ความหลงใหลในพระองค์เองนี้แผ่ขยายไปถึงความคลั่งไคล้ในศิลปะ เมื่อจักรพรรดิเฉียนหลงทรงพบภาพเขียนหรืออักษรวิจิตรที่ถูกตาต้องใจ พระองค์จะทรงประทับตราลงบนงานศิลปะเหล่านั้นซ้ำๆ

ในประเทศจีน มีประเพณีการประทับตราบนภาพเขียนและอักษรวิจิตรมาอย่างยาวนานย้อนไปถึงสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161–1450) โดยในอดีต ผู้สร้างสรรค์ผลงานจะประทับตราแทนการลงนาม ในขณะที่นักสะสมจะประทับตราเพื่อตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่ และเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ

ภาพวาดเขากวางจากฝีพระหัตถ์ของจักรพรรดิเฉียนหลง

ตราประทับบนงานศิลปะจึงเป็นร่องรอยเผยให้เห็นการตกทอดผลงานจากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่ง บ่อยครั้งที่นักสะสมคนหนึ่งจะมีตราประทับหลายดวงและจัดลำดับตามคุณค่าที่ประเมินจากตัวงาน นักสะสมยังมีรสนิยมเฉพาะตัวเกี่ยวกับสีของชาด (หมึก) และตำแหน่งของการประทับตรา บางคนมองว่าการประทับตราเป็นงานสร้างสรรค์ในตัวเอง โดยเชื่อว่าตราประทับเหล่านั้นจะหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบภาพ

ในยุคปัจจุบัน ธรรมเนียมเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญในการตัดสินว่าตราประทับใดเป็นของจริงหรือของปลอม

ข้อมูลจากบันทึกต่างๆ เกี่ยวกับตราประทับของจักรพรรดิเฉียนหลงระบุว่า ทรงเป็นเจ้าของตราประทับราว 1,800 ดวง บางดวงสลักด้วยตัวอักษรบอกยศศักดิ์ของพระองค์ ในขณะที่บางดวงอุทิศให้การสะสมศิลปะ โดยงานศิลปะสะสมของพระองค์ทั้งหมดจะถูกประทับด้วยตราที่มีข้อความว่า “เฉียนหลง อวี้หลัน จือเป่า” (ขุมทรัพย์แห่งความสำราญพระเนตรของจักรพรรดิเฉียนหลง)

ภาพวาดวัวห้าตัวที่เต็มไปด้วยตราประทับขององค์จักรพรรดิ

สำหรับผลงานที่ทรงชื่นชมเป็นพิเศษ พระองค์จะใช้ตราประทับ “อี้ จื่อซุน” (ควรค่าแก่การสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง) และ “ซานซีถัง” (หอสามล้ำค่า) ซึ่งเป็นห้องเก็บสมบัติส่วนพระองค์ ในบางครั้ง ด้วยความตื่นเต้นพระทัย พระองค์จะทรงประทับตราถึง 5-6 ดวงลงบนงานชิ้นเดียว ตัวอย่างที่โด่งดังคือภาพ “วัวห้าตัว” โดยหานหวง จิตรกรสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งจักรพรรดิเฉียนหลงทรงประทับตราลงไปถึง 8 จุด ทำให้มีบางคนวิจารณ์ว่า ตราประทับเหล่านี้ลดทอนความสะอาดตาและสุนทรียภาพที่สง่างามดั้งเดิมของภาพวาด และ “ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ” ของภาพ

ผู้รักศิลปะชาวจีนรุ่นหลังมีความรู้สึกก้ำกึ่งต่อพระองค์ ในด้านหนึ่งเฉียนหลงเป็นผู้ริเริ่มการรวบรวมงานศิลปะในพระราชวังลงใน “สือฉวี่เป่าจี๋” (คลังอัญมณีแห่งสือฉวี่) ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อผลงานศิลปะหลวง แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็วิจารณ์ว่าตราประทับของพระองค์ “ทำลายสุนทรียภาพทางศิลปะ” 

ต่อมา เมื่อมีแคมเปญส่งเสริมให้พิพิธภัณฑ์ในจีนได้รับความสนใจจากประชาชนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นิสัยการประทับตราของเฉียนหลงจึงได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของคนรุ่นหลัง จนทำให้พระองค์ได้รับฉายาอย่าง “ผู้คลั่งตราประทับ” และ “จอมประทับตรา” จากคนรุ่นหลัง

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, commons.wikimedia.org