ด้วยเหตุนี้…“มาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน” ที่รัฐบาลไทยใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงถูกตั้งคำถามว่า…ยังเหมาะสมหรือไม่? ในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือถึงเวลาต้องทบทวนใหม่อย่างจริงจังหรือไม่?

นโยบาย “ฟรีวีซ่า” เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลนำมาใช้หลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าจากโควิด-19 โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ

การเปิดฟรีวีซ่าให้หลายประเทศ รวมถึงจีน สามารถพำนักในไทยได้สูงสุด 60 วัน มีเป้าหมายชัดเจนคือ ดึงนักท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ในเชิงเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่า “ฟรีวีซ่า” ช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.69) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยแล้วกว่า 11.68 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 5.7 แสนล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจีนยังครองแชมป์เที่ยวไทยสูงสุดที่ 1.9 ล้านคน

เมื่อ…นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ รวมถึงสายการบินกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเคยสร้างรายได้มหาศาลให้ไทยก่อนโควิด

แต่! ในอีกด้านหนึ่ง การเปิดประเทศแบบผ่อนคลายมากขึ้น ก็เริ่มทำให้เกิด “ช่องโหว่” ที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ

เหตุการณ์ล่าสุด กลับทำให้สังคมหันมาตั้งคำถามว่า ไทยกำลังเปิดประเทศง่ายเกินไปหรือเปล่า เพราะเมื่อการเดินทางเข้าออกสะดวก อยู่ได้นานขึ้น ก็อาจกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มสีเทา อาชญากรข้ามชาติ หรือเครือข่ายผิดกฎหมาย ที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบนักท่องเที่ยว

สิ่งที่น่ากังวล ! ไม่ใช่แค่เรื่องอาวุธ แต่รวมถึงธุรกิจผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงิน พนันออนไลน์ ทุนสีเทา และนอมินี
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ควรเปิดหรือปิดประเทศ” แต่คือ “ไทยมีระบบคัดกรองที่เข้มแข็งพอหรือยัง”

แน่นอน!! เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ดังนั้นมาตรการฟรีวีซ่า จึงมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นถือเป็นเส้นเลือดสำคัญของประเทศไม่น้อย

ขณะที่เรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ก็ต้องเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกเช่นกัน เพราะหากปล่อยให้เกิดคดีใหญ่ต่อเนื่อง จะยิ่งกระทบความเชื่อมั่นในระยะยาวรุนแรงกว่า ทั้งต่อประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยวคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายไม่ได้เสนอให้ “ยกเลิกฟรีวีซ่าทั้งหมด” แต่เสนอให้ “ปรับเงื่อนไข” ให้สมดุลมากขึ้น เช่น ลดระยะเวลาพำนักจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน เพิ่มระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมล่วงหน้า เชื่อมฐานข้อมูลระหว่างประเทศ หรือคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้าออกบ่อยผิดปกติ

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก คือ ไทยอาจต้องแยกให้ชัดระหว่าง “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” กับ “นักท่องเที่ยวปริมาณ” แม้เวลานี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. ได้มุ่งเน้นไปที่นักท่องเที่ยวคุณภาพ ก็ตาม

นโยบาย “ฟรีวีซ่า” อาจไม่ใช่เรื่องผิด…หรือเรื่องถูกต้อง แบบที่แยกให้เห็นชัดเจน แต่…นโยบายนี้กำลังสะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศ ว่า จะสร้างสมดุลอย่างไรระหว่าง การสร้างเศรษฐกิจกับเรื่องของความมั่นคง

หากเปิดกว้างเกินไป โดยที่ไม่มีระบบการกำกับ การดูแล ที่ดี ที่เข้มงวด ประเทศอาจได้ เงินในระยะสั้น แต่… ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงในระยะยาว แต่… หากเข้มงวดจนเกินไป จนกระทบการท่องเที่ยว ก็อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่

ด้วยเหตุนี้…สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในเวลานี้ อาจไม่ใช่การรีบยกเลิกฟรีวีซ่า แบบหักดิบ แต่รัฐบาลต้องหันมาเร่ง “อุดช่องโหว่” และออกแบบมาตรการใหม่ให้รัดกุม ทันโลก รักษาผลประโยชน์ชาติในทุกด้าน ก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คาดคิด.