ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวอันคึกคักของจังหวัดชลบุรีที่มีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาไม่เว้นวัน พ.ต.ต.หญิงภัทรศยาฤกษ์รัตน์หรือ “สารวัตรไวกิ้ง” สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้ก้าวเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยทักษะความสามารถอันโดดเด่นในการสื่อสารได้ถึง 3 ภาษาไทย, อังกฤษและจีน ดีกรีนักเรียนทุนไต้หวัน ซึ่งช่วยทลายกำแพงภาษาในการรับแจ้งความและให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น สารวัตรไวกิ้งยังเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของประชาชนในฐานะอดีตนายเวรโฆษก ตร. ผู้เคยสร้างกระแสโด่งดังในโลกโซเชียลจากภาพลักษณ์การทำงานเคียงข้างผู้บังคับบัญชาระดับสูงในคดีสำคัญ ซึ่งวันนี้เธอได้นำทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวมาขับเคลื่อนงานสอบสวนส่วนท้องถิ่นเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้ขอพาไปทำความรู้จัก ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง ภัทรศยา ฤกษ์รัตน์ ชื่อเล่น “ไวกิ้ง” เกิดเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2540 ภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพมหานคร จบมัธยม โรงเรียนสายปัญญารังสิต ก่อนสอบเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 72

เริ่มรับราชการ ปี 2562-2566 รอง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ปี 2567 นายเวร (สบ1) ผู้บังคับการกองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล ปี 2568 นายเวร (สบ1) ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 2 กระทั่งปี 2569 มารับตำแหน่ง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในปัจจุบัน

เหตุผลที่เลือกเข้ามาเป็นผู้รักษากฎหมาย สารวัตรไวกิ้ง บอกว่า ตอนแรกไม่ได้คิดอยากเป็นตำรวจเลย แค่รู้สึกว่าอาชีพนี้มันเท่ เห็นภาพตัวเองสวมเครื่องแบบแล้วมีไฟขึ้นมาดื้อๆ แบบไม่มีเหตุผลที่ซับซ้อนเลย แต่พอได้เข้ามาสัมผัสงานจริงๆ ความรู้สึกก็ลึกซึ้งขึ้น กลายเป็นความภูมิใจที่ในทุกๆ วัน ที่ได้มีโอกาสใช้ความสามารถของเราเพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เพื่อนร่วมรุ่น อาทิ ว่าที่ พ.ต.ต.ทัยวัฒน์ วิวัฒน์เกียรติ (โณฮาว) สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.3, ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง พาขวัญ ม่วงศิริ (ไข่มุก) สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.3, ว่าที่ พ.ต.ต.ตติยะพจน์ ศรีกาญจนากาศ (ชัช) อาจารย์ (สบ 2) กค.ตศ.รร.นรต.

วิสัยทัศน์หรือคติในการทำงาน “Police are the public and the public are the police. ยึดหลักเสมอว่า ตำรวจก็คือประชาชนคนหนึ่ง การสวมเครื่องแบบไม่ได้แปลว่า เรามีสิทธิพิเศษเหนือกว่าใคร กิ้งมองคนที่เข้ามาหาเราเหมือนเพื่อนหรือพี่น้องที่บังเอิญเดินมาเจอกันในจังหวะชีวิตที่เขากำลังต้องการคนที่รับฟัง วิสัยทัศน์ของกิ้งจึงเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการดูแลและรับฟังทุกคนด้วยความเข้าอกเข้าใจ บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน…”

“กิ้งเชื่อว่าภาพลักษณ์ตำรวจยุคใหม่ ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ที่ต้องดูดุดันหรือสมบูรณ์แบบเสมอไป แต่คือการเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความจริงใจ เข้าถึงง่าย และพร้อมจะดูแลประชาชนด้วยความเป็นกันเอง” สารวัตรไวกิ้ง กล่าว






