ในห้วงเวลาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผชิญวิกฤติการขาดแคลนพนักงานสอบสวนและภาระงานที่ล้นมือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรวดเร็วในการบริการประชาชน การขับเคลื่อนต้นธารกระบวนการยุติธรรมจึงจำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารที่เข้าใจเนื้องานอย่างถ่องแท้ ตลอดการรับราชการที่ผ่านมา พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ยอมรับในฐานะนายตำรวจที่มีความละเอียดรอบคอบ เข้าใจกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสำนวนและการอำนวยความเป็นธรรมเป็นหลัก พร้อมกันนี้ยังได้นำแนวคิดดังกล่าวมาปรับปรุงงานสอบสวนเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และยกระดับมาตรฐานระบบงานให้ทันสมัย

จากเดิมที่ประชาชนต้องเดินทางไปสถานีตำรวจ วันนี้บริการต่างๆถูกรวบรวมไว้บนแอปพลิเคชัน “Police Care” ศูนย์รวมบริการตำรวจดิจิทัลแบบ “จบ ครบ ในแอปเดียว” พร้อมมีการเพิ่มฟีเจอร์และบริการใหม่ๆเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจ้งเหตุ ติดตามคดี ข่าวเตือนภัย และข้อมูลกฎหมาย ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เป็นคีย์แมนคนสำคัญในการกำกับการพัฒนาระบบเพื่อลดช่องว่างระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ และลดภาระงานของเจ้าหน้าที่บนสถานีตำรวจไปพร้อมกัน

นอกจากการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนองค์กรแล้ว อีกหนึ่งผลงานเด่นที่สร้างผลงานเป็นรูปธรรมในมิติการปราบปราม คือการนั่งแท่นหัวหน้าการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการวางแนวทางทำงานตั้งแต่การบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงรอบสถานศึกษา ไปจนถึงการสืบสวนขยายผลทลายเครือข่ายใหญ่และโรงงานผลิตในประเทศ ส่งผลให้มีสถิติการจับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 5,149 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางรวมกว่า 5.86 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,055 ล้านบาท เพื่อยับยั้งภัยเงียบที่คุกคามเยาวชน 

จากผลงานทั้งในด้านการบริหารและงานปราบปรามที่เป็นรูปธรรม ประกอบกับลำดับอาวุโสอันดับ 1 ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ.นิรันดร ถูกจับตาในฐานะแคนดิเดตควบคู่ไปกับนายตำรวจระดับผู้บริหารอีกหลายท่าน ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนถัดไป เพื่อเข้ามารับไม้ต่อในการนำทัพองค์กรสีกากี

“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้ จึงพามาทำความรู้จัก พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2510 ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร ชื่อเล่นว่า “ไมค์“ จบชั้นมัธยมโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 27 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 43 ปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต, ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมภาวะผู้นำ พ.ศ.2568 วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย พร้อมผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 58 

เริ่มรับราชการตำแหน่ง : รองสารวัตรสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สารวัตรไปปฎิบัติหน้าที่ Civilian Police (CIVPOL) ในภารกิจของสหประชาชาติ (UNTAET), รองผู้กำกับฝ่ายปฎิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 4, รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล, รองผู้บังคับการกองสวัสดิการ, นายเวร (สบ 6) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, จเรตำรวจ (สบ 8), ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ผู้บัญชาการการศึกษา, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เพื่อนร่วมรุ่น อาทิ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล

วิสัยทัศน์การทำงาน : “ซื่อสัตย์โปร่งใส คิดได้ทำเป็น รู้จริงแก้จบ มีครบทุกศักยภาพ”