พะยี่ห้อ “พูดแล้วทำ” ท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ฉับพลันที่ท่านบอกว่า คนไทยต้องได้ดูฟรี ก็เชื่อเต็มที่

ไปๆ มาๆ สถานการณ์ชักเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม เอียงไปทาง “อดดู” มากกว่า

สัญญาณดี เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากเรื่องผ่าน ครม. ค่าลิขสิทธิ์ 1,300 ล้านบาท กับตลอดทัวร์นาเมนท์ 104 แมตช์ โยนให้ กรมประชาสัมพันธ์ กับ กสทช.

เงินทุนจาก “กทปส.” หรือกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

กระแสแตก 2 ฝั่ง ที่เชียร์ก็เยอะ ที่ด่าก็บานเบอะ…บอลอะไรชั้นไม่ดู

เรื่องไหลมาถึงต้นสัปดาห์นี้ คดีพลิกเสียแล้ว เมื่อหลายเสียงจากฝั่งรัฐบาล มาพูดในทำนองว่า “ไม่คุ้ม”

เคาะตัวเงิน งอกไปที่ 1,700 ล้านบาท บวกค่าภาษีอีกประมาณ 300 ล้านบาทรวมถึงค่าดำเนินการต่างๆ อีก 100 ล้านบาท

(Getty Images)

เริ่มจาก คุณภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พูดอ้อมๆ ว่าเงินมันสูงลิ่ว เทียบกับนำเงินไปพัฒนากีฬาด้านอื่น

คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกคน ก็พูดทำนองเดียวกัน แพ้งแพง อธิบายประชาชนไม่ได้ ส่วนคุณรัชฎา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ก็บอกว่า ครม. ก็นิ่งๆ กันแล้ว

จับสัญญาณแล้ว “รัฐบาลใส่เกียร์ถอย” คนไทยคงอดดู

อย่างไรก็ตาม มองในแง่มุมธุรกิจ อาจเป็นการดึงเกม วัดใจ ใครอึดกว่ากัน

จากที่เป็นเรื่้องของเอกชน มาสู่เรื่องของรัฐบาล หลังนักข่าวยัดคำถามใส่ปาก(อันนี้เป็นภาษานักข่าว) คุณอนุทิน ซึ่ง นายกหนู ก็รีบตอบว่า “ต้องได้ดูซิ่…ฟรีด้วย”

แต่หันไปถามว่า “เขาจะแข่งกันเมื่อไหร่” แสดงว่า ตอนนั้น ยังไม่มีข้อมูล ขนาดแข่งวันไหนยังไม่รู้ เรื่องราคาก็คงไม่รู้(ในตอนนั้น)

ต่อด้วยข่าวที่ ครม.ส่งให้ กรมประชาสัมพันธ์, กสทช. ไปดำเนินการ ก็ยังมีคนเตือนว่า นี่ออกตัวแรงไปรึเปล่า ไม่ค่อยมีเชิงเล้ยยยย

ตอนตอบครั้งแรก นายกอนุทิน อาจยังไม่รู้ว่า “มันไม่ง่ายนะ” แต่ก็รับปากไปแล้ว บวกกับการที่ ครม. สั่งเดินหน้า นั่นทำให้ ไทยตกเป็นรองด้านการต่อรอง

ถ้ามุม ฟีฟ่า เอ้า…อยากได้ขนาดนั้น ก็โก่งราคาเต็มที่ไปเลย

เราจึงต้องพลิกเกมบ้าง!

(Getty Images)

การที่อยู่ดีๆ ใครต่อใคร มาพูดแล้ว พูดอีกว่า “ไม่น่าจะไหวนะ” อาจเป็นการดึงราคากลับมา

แล้วไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่า การคนของฝั่งรัฐบาลผลัดมาให้ข่าวทำนอง “ถอยกรูด” แบบโจ๋งครึ่ม ผิดปกติ หรือแม้แต่สื่อใหญ่ น้อย ก็รับลูก ช่วยตะโกนดังๆ

ดังให้ถึง ฟีฟ่า!

เล่นตัวบ้าง ไม่ใช่ของตายให้ “ฟีฟ่า” ตบกินนิ่ม

ดึงราคาลงมาให้ถึงที่สุด เวลาเหลือราว 20 วัน ยังพอทัน เพราะในมุมของ “ฟีฟ่า” หากขายไม่ได้ สินค้าก็ค้างแผง ผักเน่า ไม่ได้อะไรเลย

ขณะที่รัฐบาลทำท่าเมิน บางทีหลังฉากอาจกำลังเขี่ยเอกชนให้มาลงขันช่วยกัน สัปดาห์ก่อนก็เชิญเจ้าสัวทั่วไทยไปคุยนี่

ยัดใส่มือเอกชน รัฐบาลหนุนพอประมาณ แล้วตอนนี้พยายามดึงราคาให้ถูกที่สุด ออกมุมนี้ก็สวยงาม ไม่โดนชาวบ้านด่า กับราคามหาศาล

คอบอลทำใจร่มๆ นายกอนุทิน รับปากไว้แล้ว “พูดแล้วทำ”

นี่ “พยายามทำแล้วนะ” ส่วนจะสำเร็จหรือไม่…รอดูกัน ยังไงก็ถือว่า ทำแล้วหล่ะน่า.
.
วุฒินล