ฮอตหนักมากทีเดียวสำหรับ “โจริญ 4EVE” หรือ “โจริญ คัมภีรพันธุ์” ศิลปินสาวหน้าเฉี่ยวลุคเปรี้ยวสุดเท่ที่เธอเคยก้าวสู่เทอมสยองมาแล้วกับการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ “เทอม 3” (2567) ก่อนที่จะมาร่วมแสดงเต็มตัวในหนังสยองเรื่องแรกอย่าง “เทอม 4: เรือนนางสนม” (2569) ที่จะโชว์อีกหนึ่งความสามารถของเธอให้แฟนๆได้เห็นเต็มตา งานนี้ yimyim เลยไม่พลาดไปล้วงบทสัมภาษณ์สุดปังของเธอมาให้รู้แล้วจ้า

จุดเริ่มต้นการร่วมงานกับโปรเจกต์ “เทอม 4” นี้คืออะไร?

“ก็มีทางทีมงานติดต่อมาถามว่าสนใจจะไปแคสต์บทหนึ่งใน “เทอม4” มั้ย เราไม่เคยเล่นหนังผีเลย ตอนแรกที่อ่านบทก็ตื่นเต้นเพราะรู้ว่าเป็น “เทอม 4” เราเป็นแฟนหนัง “เทอม 2” และ “เทอม 3” อยู่แล้ว ชอบที่ “พี่กิต Three Man Down” เล่น “เทอม 2” (ตอน ตึกวิทย์เก่า) ที่มีนักศึกษาวิทย์ฯ อยู่ที่คณะแล้วพี่กิตมาส่งของให้ จริงๆ หนูขี้กลัวนะ

ไม่ค่อยได้ไปดูหนังผีในโรงเท่าไหร่ แต่กับหนังเทอมสยองที่ผ่านมา ชอบดูและก็อยากจะเล่นถ้ามีโอกาสสักครั้ง เลยเข้าไปแคสต์บทนี้ตอน“เรือนนางสนม”

เคยได้ยินเรื่องเล่าสยองในมหา’ลัยตอนสมัยที่เรียนได้ไหม?

“ตอนหนูเข้ามหา’ลัยเป็นช่วงโควิดพอดีเลยไม่ค่อยได้ยินเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ช่วงมัธยมหนูเรียนที่โรงเรียนที่อยู่ในมหา’ลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ในรั้วมหา’ลัยเลย ก็จะได้ยินเรื่องของที่นั่นมากกว่า อย่างตอน “ขบวนแห่” ใน “เทอม 3” ก็เคยได้ยินที่เขาเล่ากันว่ามันจะมีอยู่วันหนึ่งที่เขาจะสั่งให้หยุดเรียน ห้ามนักศึกษาห้ามใครเข้ามหา’ลัยเด็ดขาด

ถ้าเข้าไปวันนั้นบางทีจะได้ยินเสียงขบวนแห่ เสียงโซ่ล่ามมีผู้หญิงนั่งอยู่บนเสลี่ยง แต่คนที่เดินแห่ไม่มีหัวสักคน

ได้ยินว่าที่ตรงนั้นเป็นสุสานเก่า มีนักโทษประหารเรื่องนี้ค่อนข้างแมสในมหา’ลัยมาก อีกเรื่องที่ดังๆ ก็คือ

“ป๊อก…ป๊อก…ครืด” และ “ห้องสีชมพู” จริงๆ มีเยอะมากแต่ที่ยกมาเป็นเรื่องที่ได้ยินบ่อย และรู้จักกันเยอะค่ะ”

แล้วตอน “เรือนนางสนม” ที่เล่นเอง เคยได้ยินมาบ้างไหม?

“ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย ตอนผู้กำกับหรือทีมงานมาเล่าให้ฟังครั้งแรก พี่เขาเล่าคอนเซปต์มาว่าเรื่องมันเป็นประมาณไหน มาตอนหลังถึงได้รู้ว่าเรื่อง “เรือนนางสนม”เป็นเรื่องเล่าจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคกลาง

ที่นี่มีเรือนไทยโบราณหลายหลังที่อยู่ในพื้นที่ของมหา’ลัยหนึ่งในนั้นมีเรือนที่เรียกกันว่าเรือนนางสนม เรือนนี้จะเป็นที่คุ้นเคยของนักศึกษาและบุคลากรในนั้นและผ่านไปมากันเป็นประจำอยู่แล้ว มีคนลือกันต่างๆ ว่าเรือนนี้ของจริง

บางคนที่มองเข้าไปบางทีก็จะเห็นคนมารำไทยอยู่ที่หน้าต่างบ้างเห็นอะไรแปลกๆ ที่เรือนนี้บาง และก็มีคนชอบเข้าไปลองของความน่าสนใจอยู่ตรงที่คนที่เข้าไปไม่เจออะไรเลยแต่คนที่อยู่ข้างนอกจะมองเห็นอะไรแปลกๆ

จนกลายเป็นที่เลื่องลือเล่าต่อๆกันมาจนมหา’ลัยต้องไปปิดประตูปิดหน้าต่าง”

บทบาทคาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้คืออะไร?

“หนูรับบทเป็น “เกรซ” ค่ะ เป็นนักศึกษาที่เรียนสายแฟชั่นเป็นเด็กผู้หญิงที่ตามเทรนด์ ทันสมัย ต้องการความโดดเด่นเป็นจุดสนใจของคนอื่น ขี้อิจฉา อยากมีอยากได้เหมือนคนอื่นเขาอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเกรซเขาจะมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนจบไปแล้วเป็นไอดอลก็คือ “พี่บิว”รับบทโดย “พี่เอิงเอย” (ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์)เราชื่นชอบและติดตามผลงานพี่บิวมานานและก็รู้สึกว่าอยากเป็นเหมือนเขา อยากประสบความสำเร็จและเก่งมีคนชื่นชมเหมือนเขา จนวันหนึ่งพี่บิวมาชวนเกรซไปเป็นนางแบบให้ด้วยความที่ติดตามผลงานเขามาตลอดและชอบงานของเขาก็เลยตัดสินใจไปเป็นแบบให้เขาซึ่งสถานที่ถ่ายทำของเราก็คือที่ “เรือนนางสนม”เรือนที่มีตำนานเล่าขานกันมาตลอดว่ามักจะมีคนเห็นสิ่งแปลกประหลาด ที่เรือนแห่งนี้เป็นประจำซึ่งคนข้างในมองไม่เห็นแต่คนข้างนอกเท่านั้นที่จะมองเห็น”

การทำงานกับ “เอิงเอย ประภามณฑล” เป็นยังไงบ้าง?

“พี่เอิงเอย น่ารักค่ะ พี่เขาเคยเล่าว่าตอนแรกเขาไม่รู้จักหนู แต่หนูกลับดีใจ เพราะหมายถึงว่าได้ร่วมงานกับคนที่ไม่รู้จักหนู เค้าจะไม่มีภาพจำว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ป รู้สึกว่าได้เริ่มต้นใหม่ ได้เริ่มทำความรู้จักกันใหม่ แล้วก็พี่เอิงเอยน่ารักมาก พี่เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ได้ชิตแชตขนาดนั้น แต่ว่าเราเป็นคนพูดมากเราก็จะชวนพี่เขาคุยซะส่วนใหญ่ พี่เขาก็คอยตอบเขาเป็นผู้หญิงมีความสามารถคนหนึ่ง มีความเท่ในแบบของเขาตอนที่ไปเวิร์กชอปด้วยกัน ทำความรู้จักกันละลายพฤติกรรมเข้าใจตัวละครเขาจะมีมุมมองความคิดที่เป็นตัวเขามาก ในเรื่อง “เกรซ” ต้องมี “บิว”

เป็นไอดอล หนูก็มีพี่เอิงเอยเป็นไอดอลด้านการแสดงไปแล้วค่ะ”

การร่วมงานกับผู้กำกับรุ่นใหม่เหมือนกัน?

“หนูเกร็งมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่หนูได้มีโอกาสทำ หนูก็จะมีความประหม่าค่อนข้างเยอะ แต่ว่า “พี่มูย่า” ผู้กำกับคือทำให้ทุกอย่างมันง่ายไปหมดเลยสำหรับหนู โจไม่ต้องคิดอะไรเลย โจฟังพี่ ถ้าพี่ว่าดีคือดี เรากลัวเป็นภาระกอง

แต่พี่มูย่าคือพูดเสมอว่าถ้าพี่บอกว่าดีคือดีแล้ว ดังนั้นทำอยากทำอะไรทำ ตัวละครอยากทำอะไรทำไปเลย ไม่เป็นไร มันหลุดเฟรม ไม่เป็นไร พี่ซัปพอร์ตทุกอย่าง เขาก็เปิดพื้นที่ในการแสดงของเรา ก็คุยกันเรื่องบทว่าเราคิดยังไง เขาคิดยังไงหนูกับพี่มูย่าเห็นตรงกันในหลายเรื่อง เฟรมหรือว่าภาพ สิ่งที่เขาอยากใส่เข้าไป หนูก็เห็นด้วย

หนูแฮปปี้มากที่ได้ทำงานกับพี่มูย่า เขาชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร แล้วเขาฟีดแบ็กตรงไปตรงมา ทำให้เราเข้าใจ ทำงานง่ายมากเลยค่ะ”

ความน่าสนใจโดยรวมของ “เทอม 4” คืออะไร?

“ก็คือทุกตอน ทุกมหา’ลัย ผู้กำกับ นักแสดงและทีมงานทุกตอนเขาก็เต็มที่กันมาก อย่าง “พี่มูย่า”ก็จะใส่ความครีเอตลงไปเยอะ เชื่อว่าในตอนอื่นๆ ของ “เทอม 4”ต้องมีของดีของเด็ดเป็นของตัวเอง มีมุมมองหลากหลายที่ไม่เหมือนกันทั้งในเรื่องของโปรดักชันด้วย แยกเป็นทีมใครทีมมัน ครีเอตกันออกมาให้เต็มที่ เกิดอะไรใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเป็นแนวคิดของคนยุคใหม่เชื่อว่าในทุกตอนน่าจะได้รับความสยองขวัญกันแบบเต็มอิ่ม ส่วนตัวหนูอยากดูเรื่องของหนูที่สุดอยู่แล้วตอนนี้คือหนูไม่ค่อยดูเพลย์แบ็ก เพราะอยากรอดูพร้อมทุกคน หนูจะให้การตัดสินคำขาดเป็นของพี่มูย่า ถ้าพี่ว่าดีหนูว่าดีหนูไม่ดูเพลย์แบ็ก หนูดูแล้วจะตัดสินตัวเองเยอะ รองลงมาก็อยากดูเรื่องของ “น้องพั้นรักแมว”เพราะเราจะเห็นเขาในพาร์ตติ๊กต็อกเกอร์ พาร์ตอินฟลูซะส่วนใหญ่ หนูไม่เคยดูน้องเค้าแสดงจริงๆ และได้ข่าวว่าโหดมาก พี่ผู้กำกับก็เป็นสายเอ็มวีให้ชาวร็อก หนูว่ามันต้องมีความร็อก มันส์และสยองแน่นอน หนูก็เลยอยากดูค่ะ ตอนภาคที่แล้วใน “เทอม 3” วง “4 EVE” เราได้มีโอกาสได้ร้องเพลงประกอบ ตอนนั้นเขาจะให้แต่ละคนแต่งตัวเป็นแต่ละตอนด้วยของหนูได้รำดาบซึ่งตอนนั้นมันสนุกมากเลยหนูอยากมีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้บ้าง มีโอกาสที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆในสายอาชีพนักร้องของเรา ได้รำดาบได้ทำท่าน่ากลัว ในเอ็มวีของเกิร์ลกรุ๊ปมันจะน่ารักใสใส เต้นเซ็กซี่ ขนาดแค่ตอนนั้นหนูก็ตื่นเต้นมากที่ได้มีส่วนร่วมในการทำอะไรที่สยองขวัญขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การทำ MV ให้กับหนัง แต่พอมาเรื่อง “เทอม 4” หนูก็อัปเลเวลมาเป็นผู้เล่นเองเลย หนูก็ต้องฝากภาพยนตร์เรื่อง “เทอม 4” ด้วยนะคะ”

งานนี้สาวโจริญอ้อนขนาดนี้แล้ว ต้องห้ามพลาดจ้า


คอลัมน์ 1 Day with ซุปตาร์

โดย yimyim