บอลโลก 2026 จะได้ดูถ่ายทอดสดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือ “เป็นประเด็นใหญ่” ที่ถูกพูดถึง ถกเถียง กันอย่างกว้างขวาง
แสดงถึงกระแสนิยม “ฟุตบอล” ที่ “รัฐบาล” ต้องลงมาเล่นด้วย
และหากจะมีกีฬาอะไร ที่เป็นประเด็นข่าว (แบบไม่นับเรื่องดราม่า) ก็คงจะเป็น “ฟุตบอล” นี่แหละ
ทั้งๆ ที่ ประเทศไทย ไม่ได้เก่งกาจ เลิศเลอ ในกีฬานี้ เอาแค่อาเซียนตอนนี้ยังยากจะเป็นแชมป์ ถ้าวัดในทวีปเอเชีย ก็ราว เกรด B-C
แต่คนไทย ก็ชื่นชอบ “ฟุตบอล” อย่างมาก (ดูการโก่งราคาของฟีฟ่าก็ได้)
น่าสนใจว่า ในขณะที่ “ฟุตบอล” เป็นกีฬาเบอร์ 1 แต่ที่ผ่านมา ไม่มี “รัฐบาล” ไหนจะผลักดันให้ “บอลไทย” พัฒนาให้เท่า “ความนิยม”
พัฒนาให้เราได้ “แอ็ค” เท่า “ฝีมือ”
อย่าไปหวัง อย่าโยนภาระให้ “สมาคมบอลไทย” อย่างเดียว มือเดียว …ไม่ไหวหรอก หาเงินใช้หนี้ก็หน้าตั้งแล้ว

กำลังรอท่าทีของ “รัฐบาลนี้” …รัฐบาล “ภูมิใจไทย” ที่มี “ครูใหญ่” เป็นผู้คลุกคลี ชื่นชอบ “ฟุตบอล” อยู่กับ “ฟุตบอล” และปลุกปั้น “ฟุตบอล” ในหลายระดับ
มี “คนฟุตบอล” เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิด จึงอยากรอดูว่าจะมี “โครงการ” ใดๆ เพื่อพัฒนาบอลไทย หรือไม่
เป้าหมายชัดๆ ไปฟุตบอลโลกระดับต่างๆ…ยู-17 โควตา 8 ทีม (จัดทุกปีด้วย), ยู-20 โควตา 4 ทีม จัดทุก 2 ปี, ยู-23 โอลิมปิก
และ ฟุตบอลโลก
วางหลักชัย ไปทีละสเต็ปๆ ที่ละรุ่นอายุ
ประกาศโรดแมป 5 ปี จัดยูธลีก ให้รุ่นอายุสอดคล้องกับ รุ่นอายุของฟุตบอลเยาวชนโลก ใช้งบจากกองทุนพัฒนากีฬาชาติ อย่างมีประสิทธิภาพ
งบประมาณ แต่ละรุ่น กี่บาท กี่สตางค์ คุยกับ สมาคมบอลไทย คุยกับ กกท. แป๊บเดียวก็รู้เรื่อง
ราคาค่าจัดเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้ทราบชัดหรอก แต่คงไม่แพงระดับ 1,700 ล้านบาท ค่ายิงสดบอลโลก ใน 1 เดือน
…เปล่า…ไม่ได้จะบอกว่า “เอาเงินจะซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก มาพัฒนาบอลไทยดีกว่า”
เข้าใจว่ามันคนละเรื่องกัน “ถ้าไม่ซื้อบอลโลก ไม่ได้หมายความว่า มีเงินเหลือพัฒนาบอลไทย” เพราะถ้าไม่ซื้อถ่ายบอลโลก เขาก็อาจเอางบฯ ไปพัฒนาประเทศด้านอื่น (ประเทศไทยก็รอพัฒนาอีกหลายด้านซะด้วยซิ่)
เพียงแค่ตั้งประเด็นว่า รัฐบาลนี้ มีแนวคิดจะ “จัดงบประมาณ เพื่อพัฒนากีฬายอดนิยม” แบบจริงๆ จังๆ หรือยัง
เอาแบบเพื่อพัฒนาฟุตบอลเลย ไม่ใช่เห็นตัวเงินค่าถ่ายทอดบอลโลก แล้วต้องให้มา “ฝันหวาน โหนกระแส” แหม ถ้าเรามีเงินขนาดนี้นะ…

นายกอนุทิน อาจไม่ใช้คอบอล(ท่านพูดเอง) แต่พรรคภูมิใจไทย ก็มีคนชอบฟุตบอลหลายคน
วราวุธ ศิลปอาชา, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล, ชาดา ไทยเศรษฐ์ ฯลฯ
ที่ชัดๆ ก็ “ครูใหญ่” นั่นแหละ!
แม้ไม่มีรายชื่อในพรรค แต่ก็ใกล้ชิด สนิทแน่น(สนิทขนาดเตะก้นหยอกล้อกันได้อ่ะ) ถ้าจะเอาจริง สามารถให้คำปรึกษาแบบถึงแก่น ถึงกึ๋นได้
พัฒนาด้านอื่นไม่ก้าวล่วง…แต่สำหรับ “ฟุตบอล”…
ผมจึงคิดว่าถ้าจะหวังให้ “รัฐบาล” เดินหน้าลุยบอลไทยจริงๆ
ก็ต้องรัฐบาลภูมิใจไทยนี่แหละ.
วุฒินล



