ความลับเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกและวัตถุบินได้ลึกลับ (UFO) เป็นหัวข้อที่ดึงดูดความสนใจของคนได้เสมอ ล่าสุด มีผู้ออกมากล่าวหาสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐหรือซีไอเอ ว่ากำลังพยายามใช้ฐานข้อมูลจากเว็บไซต์ตรวจดีเอ็นเอยอดนิยมอย่าง 23andMe และ Ancestry.com เพื่อค้นหาบุคคลที่มีร่องรอยพันธุกรรมของเอเลี่ยนปะปนอยู่ในร่างกาย

ดร. เจสัน เรซา จอร์จานี นักปรัชญาและนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ได้เปิดเผยเรื่องราวของโครงการลับนี้ผ่านพอดแคสต์ “American Alchemy” โดยระบุว่า ซีไอเอต้องการตามล่าคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเขาได้รับมาจาก ลิน บูแคนัน อดีตทหารผ่านศึกกองทัพบกผู้เคยทำหน้าที่เป็น “สายลับพลังจิต” ในโครงการของซีไอเอที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาว่ามนุษย์สามารถใช้สัมผัสพิเศษในการสอดแนมเป้าหมายในระยะไกลได้หรือไม่

ดร. จอร์จานี อ้างว่า บูแคนันบอกเขาเรื่องที่ คริสโตเฟอร์ “คิท” กรีน อดีตนักวิเคราะห์ของซีไอเอและผู้เชี่ยวชาญด้านปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ (UAP) เป็นผู้คิดค้นวิธีลักลอบเข้าสู่ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ตรวจเครือญาติชื่อดังทั้งสองแห่ง เพื่อคัดกรองผู้ใช้งานที่มี “ความผันแปรทางพันธุกรรมเฉพาะ” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์”

อย่างไรก็ตาม ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่า กรีนเคยร่วมงานกับโครงการสายลับพลังจิตในช่วงทศวรรษ 1970 แต่ได้ลาออกจากหน่วยงานไปนานก่อนที่จะมีการก่อตั้งเว็บไซต์ตรวจดีเอ็นเอเหล่านี้ขึ้น

เรื่องราวทฤษฎีสมคบคิดนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่บูแคนันอ้างว่าเขาได้รับการติดต่อจากคน 3 คนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าตนเองเป็น “เอเลี่ยนกลุ่มนอร์ดิก” หรือสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ตัวสูง ตาสีฟ้า ผมบลอนด์ และแฝงตัวใช้ชีวิตอย่างแนบเนียนอยู่ท่ามกลางมนุษย์โลก โดยพวกเขามักจะอาศัยอยู่ตามเมืองเล็ก ๆ ในแถบเทือกเขาร็อกกี รัฐโคโลราโด เพราะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวสแกนดิเนเวีย

แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเคยสั่งเปิดเผยเอกสารลับหลายร้อยฉบับเกี่ยวกับยูเอฟโอและการตามล่าสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่า มนุษย์ต่างดาวมีตัวตนอยู่จริง 

บูแคนันเล่าเสริมว่า เอเลี่ยนทั้ง 3 ตนนั้นมาขอความช่วยเหลือจากเขาเพื่อหลบหนีการตรวจจับของซีไอเอ โดยอ้างว่าเผ่าพันธุ์ของตนได้เดินทางมายังโลกผ่านเส้นทางลี้ลับใต้ดินเพื่อหนีจากการปกครองที่กดขี่ของรัฐบาลต่างดาว จากนั้นได้สืบพันธุ์ร่วมกับมนุษย์จนเกิดเป็นกลุ่มประชากรเด็กที่เป็นลูกผสมระหว่างดาราจักร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เติบโตในสังคมที่มีเสรีภาพ 

พ่อแม่เอเลี่ยนเหล่านี้มักจะปิดบังความจริงและบอกลูกหลานเพียงว่าปู่ย่าตายายของพวกเขาเป็นคนอพยพมาจากประเทศสวีเดนเพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในสหรัฐอเมริกา

ด้วยเหตุนี้ บูแคนันจึงประกาศว่าจะไม่มีวันส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของตัวเองให้แก่เว็บ 23andMe เด็ดขาด โดยเขาเคยอธิบายไว้ในพอดแคสต์ “Through A Glass Darkly” เมื่อปี 2566 ว่า ในแผนภูมิวงกลมที่แสดงผลลัพธ์เชื้อชาติต่าง ๆ เช่น แอฟริกันอเมริกัน หรือเยอรมัน จะมีส่วนแบ่งเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ระบุว่า “อื่น ๆ” ซึ่งหมายถึงไม่สามารถระบุที่มาได้ และเขารู้มาว่าคนของรัฐบาลกำลังเพ่งเล็งและสืบค้นข้อมูลที่ไม่อาจระบุได้นี้

บูแคนันไม่ใช่คนเดียวที่ออกมาเตือนเรื่องมนุษย์ลูกผสมเอเลี่ยน เพราะเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ดร. แมกซ์ เรมเพล นักพันธุศาสตร์ ได้เผยแพร่งานวิจัยอันเหลือเชื่อที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยอ้างว่าเอเลี่ยนอาจเคยลักพาตัวมนุษย์และแทรกแซงรหัสพันธุกรรมบางอย่างลงในดีเอ็นเอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านคน นอกจากนี้ เขายังมองว่า การผสมผสานพันธุกรรมข้ามดาราจักรนี้ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป และชาวโลกควรพิจารณาว่าการผสมข้ามสายพันธุ์ในปริมาณเท่าใดจึงจะส่งผลดีต่อโลก รวมถึงควรจัดลำดับความสำคัญว่าเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนกลุ่มใดที่มนุษย์ควรให้ความร่วมมือด้วยมากที่สุด

แม้ว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นฮือฮาในกลุ่มผู้สนใจเรื่องลึกลับและยูเอฟโอ เนื่องจากช่วงหลังๆ เริ่มมีการเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับสิ่งบินลึกลับของรัฐบาลสหรัฐมากขึ้น แต่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น ศาสตราตารย์อาวี โลบ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างมองว่า นี่เป็นข้อกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ ผลลัพธ์ดีเอ็นเอส่วนที่ “ระบุไม่ได้” บนหน้าเว็บสืบสายเลือดจากดีเอ็นเอนั้น เกิดจากข้อจำกัดของฐานข้อมูลตัวอย่างประชากรโลกในปัจจุบันที่ยังไม่ครอบคลุม ไม่ใช่หลักฐานของการมีดีเอ็นเอของมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างใด

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Pixabay / Andrea