เริ่มกันที่ “Kluea Samut: Live Arts and Performance” นิยามใหม่ของเกลือสมุทร เมื่อร่างกายสร้างจังหวะเคลื่อนไหวไปกับประติมากรรมที่มีลมหายใจ  หากเกลือ คือผลึกแห่งกาลเวลาที่ธรรมชาติมอบให้มนุษย์ “Kluea Samut: Live Arts and Performance” คือการหลอมรวมผลึกเหล่านั้นเข้ากับลมหายใจและร่างกาย เพื่อสำรวจนิเวศวัฒนธรรมที่กำลังเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของโลกสมัยใหม่ โดย 3 ศิลปิน ในวันที่ 6 – 7 มิถุนายน ณ Jim Thompson Art Center พื้นที่ปะทะสังสรรค์ระหว่างศิลปะจัดวาง และศิลปะการแสดง ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์อันเปราะบางแต่ทรงพลังระหว่างมนุษย์กับวิถีชีวิตนาเกลือ

“รูปสุวรรณศิวิไลซ์: Metamorphosis in Gold” โดย นักรบ มูลมานัส นิทรรศการประกอบด้วยชิ้นงานภาพเคลื่อนไหว ประติมากรรม พัสตราภรณ์ วัตถุสิ่งละอันพันละน้อยและงานคอลลาจ สำรวจกระบวนการตีความ ปรับใช้ อ้างอิงเอกสารประวัติศาสตร์ ศิลปวัตถุ นาฏกรรมประเพณี และภาษาภาพอันโดดเด่นของศิลปิน ผลงานภาพเคลื่อนไหวซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการหยิบเอาเค้าโครงจากบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ตอนรจนาเสี่ยงพวงมาลัยขึ้นมาตีความใหม่ ในท้องเรื่องเดิม รจนามองเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ภายในของพระสังข์จึงได้เสี่ยงพวงมาลัยให้แก่เจ้าเงาะ ทว่าในผลงานเรื่องราวกลับมิได้ดำเนินไปจนถึงบทอวสาน พวงมาลัยมิได้ถูกเสี่ยง ก่อให้เกิดตอนจบที่ไม่แน่นอน ฯลฯ นิทรรศการฯแสดงถึง 10 กรกฎาคม ณ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี

Freedom in Space” โดย บี ชนิดาในนิทรรศการครั้งนี้คำถามหลักที่ศิลปินตั้งไว้ “อิสรภาพคืออะไร” นำไปสู่แนวทางใหม่ อิสรภาพอาจเป็นเพียงการอยู่กับปัจจุบัน หรือกระทั่งการไม่จำเป็นต้องค้นหาอีกต่อไป สะท้อนผ่านพื้นผิวของผลงานที่มีองค์ประกอบที่เปลี่ยนไปจากเดิม เส้นสายที่เคยหนักแน่น คดเคี้ยวตามสัญชาตญาณ ถูกบรรเทาลงมาและเงียบสงบลง แต่ยังทรงพลัง ฯลฯ ศิลปินใช้แก่นแท้เป็นตัวนำทาง แสวงหาวิธีการบันทึกความรู้สึกที่ได้สัมผัสท่ามกลางการแปรผันอย่างต่อเนื่อง ปล่อยสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป และคงเหลือไว้เพียงสิ่งที่สำคัญ นิทรรศการฯจัดแสดงถึง 24  มิถุนายน ณ ละลานตา ไฟน์อาร์ต ถ

“CLASH” โดย ออง มินท์ (Aung Myint) นิทรรศการจัดแสดงผลงานครอบคลุมทั้งงานจิตรกรรมและประติมากรรม สะท้อนมรดกทางศิลปะที่ยังมีชีวิตและต่อเนื่องของศิลปินผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ ศิลปินใช้ชุดสีที่จำกัด แต่เปี่ยมด้วยพลัง สร้างพื้นผิวของภาพ ขณะเดียวกันยังคงความเข้มข้นทางอารมณ์ องค์ประกอบภาพเปิดกว้างต่อการตีความ มิได้ชี้นำไปสู่ความหมายใดความหมายหนึ่ง หากแต่ถูกกำหนดด้วยจังหวะ การทำซ้ำ และกระบวนการทำงานเชิงสัญชาตญาณ นิทรรศการยังขยายมิติด้วยประติมากรรมบรอนซ์จากชุด Mother & Child ซึ่งพัฒนามาจากลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ฯลฯ จัดแสดงถึง12 กรกฎาคม ณซัพเพิลส์แกลเลอรี

ปิดท้ายที่ เสวนา “Echoes of Romania” ก้องกังวานขับขานจากโรมาเนีย  ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Embassy of Romania และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ชวนฟังเสวนา พูดคุยเกี่ยวกับโรมาเนีย, กวี, ศิลปะ วัฒนธรรม ฉลอง 150 ปี ประติมากรชาวโรมาเนีย Constantin Brâncuși ในวาระครบรอบ 53 ปี โรมาเนีย-ไทย ฯลฯ ในวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ณ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ  สยามสแควร์ อาคารวิทยกิตติ์ ….สัปดาห์หน้าพาซอกแซกชมนิทรรศการ กิจกรรมศิลปะที่ไหน กลับมาพบกัน

                                                                                                                                                                นายนกฮูก.