มื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ เป็นวันแรก โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่าขอไม่ลงลึกรายละเอียดงบปี 70 แต่จะดูพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 70
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กำลังจะอภิปรายพร้อมขึ้นภาพประกอบข้อมูลเพื่อเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน โดยมีการพาดพิงไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทันทีว่า อภิปรายไม่เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังหารือกัน ขณะที่นายโสภณ ในฐานะประธานการประชุม พยายามเตือน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อย่าอภิปรายหรือเปิดคลิปประกอบการอภิปรายพาดพิงหรือเสียดสีไปยังบุคคลภายนอก
แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พยายามยืนยันว่าการอภิปรายงบปี 70 ครั้งนี้ เป็นเรื่องอดีตที่จะชี้ให้เห็นถึงเจตนาการบริหารประเทศชาติเป็นอย่างดี ถ้าคนเราบริสุทธิ์ ซื่อตรง สุจริต ก็บริหารประเทศสุจริต แต่ทุจริตคดโกง จะบริหารประเทศได้อย่างไร ทำให้นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยย้ำว่า อภิปรายไม่เกี่ยวกับประเด็นงบปี 70 และยังมีการใส่ร้ายนายกฯ จากที่ฟังมา ตนอภิปรายแทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เลยว่า จะพูดว่า นายกฯ มีประวัติไม่ดีในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็จะบอกว่าไม่สามารถให้บริหารงบนี้ได้

นายโสภณ วินิจฉัยว่า หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีประเด็นนอกเหนือจากการอภิปรายงบ คือหากเห็นว่านายกฯ ไม่สุจริต ขอให้ใช้ช่องทางในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือร้องจริยธรรมต่างๆ ได้ ดังนั้นขอให้ยึดตามข้อบังคับ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า เข้าใจผิด ไม่ได้กล่าวหานายกฯ ไม่สุจริต แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้วินิจฉัยว่านายกฯ ผิด ทำให้นายโสภณ ปิดไมโครโฟน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมชี้แจงว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พูดสวนกับข้อเท็จจริง การจะบอกว่านายกฯ สุจริตหรือไม่ เป็นการสันนิษฐานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์
แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังพยายามอภิปรายไปถึงเหตุการณ์ก่อนการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงจากข่าว ทั้งการโยกย้ายข้าราชการท้องถิ่นจำนวนมาก ทำให้ถูก สส.ภูมิใจไทย รุมประท้วงอีกครั้ง ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ประท้วงการทำหน้าที่ของนายโสภณ ที่ไม่เป็นกลาง จนมีการประท้วงตอบโต้กันไปมา ทำให้บรรยากาศเริ่มคุกรุ่น นายโสภณจึงวินิจฉัยย้ำอีกครั้ง ให้อภิปรายในเนื้อหางบประมาณ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่า “ผมเข้าใจดี ประธานก็อยู่ฝ่ายรัฐบาลมาตลอด เชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง” ทำให้นายโสภณ ปิดไมโครโฟน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อีกครั้งทันทีและชี้แจงว่า ยอมไม่ได้ที่มากล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง ไม่ว่าประธานสภายุคไหน ประธานสภามาจากพรรคการเมือง ทั้งนี้การทำหน้าที่มีข้อบังคับให้ปฏิบัติ จะกล่าวหาตนลอยๆ ด้วยความรู้สึกไม่ได้ หากไม่ได้จับใจความ คนจะเข้าใจว่าไม่เป็นกลางและขอให้ถอน รวมถึงที่บอกว่าตนอยู่ฝ่ายรัฐบาล
ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “ท่านเป็นจริงหรือไม่” ซึ่งนายโสภณ กล่าวชี้แจงทันทีว่า “ผมไม่เป็น” ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ท้าให้สาบานกลางสภาว่า ไม่อยู่ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งนายโสภณ กล่าวว่า “พูดแบบนี้ เท่ากับเลยเถิดและก้าวล่วงการทำหน้าที่ประธาน หากใช้กิริยาไม่สุภาพ จะขอให้ยุติการกระทำและหยุดอภิปราย” ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงตอบโต้ว่า “ผมไม่อภิปรายต่อแล้ว จบ”
ต่อมาเวลา 12.10 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ลงมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีไม่มา ให้รองนายกฯ มาแถลงแทน โดยหลักเกณฑ์ในการของบ มีนโยบาย 7 ประการ แต่งบปี 70 มีอยู่เพียง 2 ประการ คือ ทำตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจของหน่วยรับงบ ส่วนความจำเป็นในการพัฒนาประเทศและแผนพัฒนาประเทศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมต่อสังคม ข้อนี้ไม่ได้รับความใส่ใจ
“นายอนุทิน เป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่ในสมัยนี้ แต่ในสมัยพรรคไทยรักไทยก็เป็นมาแล้ว การกระทำในอดีตเป็นอย่างไร ก็เป็นเครื่องชี้เจตนาว่าบริหารประเทศชาติอย่างไร สุจริตเที่ยงธรรม หรือมีพฤติการณ์ทุจริตหรือไม่ ผมก็ได้อภิปรายไปในทำนองนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าทำเพื่อประโยชน์เพื่อประชาชนก็ดี แต่ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของตนเองมันไม่ดี ผมได้เปิดคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวหานายอนุทิน ว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. ขึ้นมา ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นมาประท้วงทันที หาว่านอกเรื่อง และนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วย
แต่ผมมองว่าไม่ได้นอกเรื่อง เพราะต้องให้ดูพฤติกรรมของนายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ว่ามีพฤติกรรมบริหารอย่างไร ถ้าไม่สุจริตจะบริหารประเทศได้อย่างไร จึงเอาข้อมูลดังกล่าวที่เตรียมจะอภิปรายในห้องประชุมมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน การที่อภิปรายแค่นี้ ก็ถูกนายศุภชัยประท้วง และประธานก็เห็นพ้องไม่ให้พูด มองว่าเป็นความเอนเอียง” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว



