เกาหลีเหนือและจีน ต่างอ้างว่าได้รับชัยชนะครั้งใหญ่จากการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยกระดับสถานะของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในเวทีโลก และดึงรัฐบาลเปียงยางเข้าสู้วงโคจรของจีนอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ระหว่างการเยือนของสี เป็นเวลา 2 วัน ทั้งสองประเทศต่างชื่นชมซึ่งกันและกัน และพูดถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่หลีกเลี่ยงการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนกว่า เช่น การปลดอาวุธนิวเคลียร์ และสหรัฐ
นางเจนนี ทาวน์ ผู้อำนวยการโครงการเกาหลี จากศูนย์สติมสัน ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า คิมมักพูดถึงว่า เกาหลีเหนือในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก และความร่วมมือกับรัสเซียเป็นตัวเร่งสำคัญในการยืนยันคำกล่าวอ้างนั้น
“การที่สีเดินทางเยือนเกาหลีเหนือเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีวาระการหารือที่ไม่รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง เป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับคิม” ทาวน์ กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง การที่ผู้นำทั้งสองประเทศไม่หารือเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือตึงเครียดในอดีต ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านนายเจเรมี ชาน นักวิเคราะห์ด้านจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ จากยูเรเชียกรุ๊ป กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งก้าวข้ามประเด็นนั้นไปอย่างชัดเจนแล้ว และตอนนี้ยอมรับโดยปริยายว่า เกาหลีเหนือเป็นรัฐนิวเคลียร์ ซึ่งน่าจะทำให้จีนอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมกับรัสเซีย ในสายตาของรัฐบาลเปียงยาง
“ผมคิดว่าจีนบรรลุเป้าหมายหลักของการเดินทางเยือนครั้งนี้แล้ว ซึ่งก็คือ การดึงเกาหลีเหนือให้เข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น และถ่วงดุลอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของรัสเซียในเกาหลีเหนือ” ชาน ระบุเสริม
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุในแถลงการณ์ว่า จุดยืนและนโยบายของจีนเกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลี ยังคงสอดคล้องและมั่นคง โดยไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจน ในรายงานของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างคิมกับสี โดยเกาหลีเหนือมุ่งเน้นไปที่พิธีการ และการวางตำแหน่งตัวเองให้เท่าเทียมกับรัฐบาลปักกิ่ง ส่วนจีนพูดถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังเกี่ยวกับการค้า การท่องเที่ยว และการบังคับใช้กฎหมาย
ทาวน์กล่าวว่า รายงานดังกล่าวบ่งชี้ถึงข้อจำกัดที่ว่า เกาหลีเหนือเต็มใจที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนมากแค่ไหน หลังประเทศเข้าใกล้รัสเซียมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยการส่งกำลังทหารไปช่วยเหลือสงครามในยูเครน และได้รับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นการตอบแทน
“มันเห็นได้ชัดเจนว่า คิมและสี ดูเหมือนจะไม่มีความสนิทสนมส่วนตัวระหว่างกันมากนัก ซึ่งแตกต่างความสัมพันธ์ระหว่างคิมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่ทั้งสองคนต่างเข้าใจถึงคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ของการผลักดันความสัมพันธ์นี้ต่อไป” ทาวน์ กล่าว
กระนั้น การที่คิมให้การสนับสนุนหลักการ “จีนเดียว” ของรัฐบาลปักกิ่งอย่างเปิดเผย ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝั่งของช่องแคบไต้หวันเป็นของประเทศเดียว และการที่จีนกล่าวถึงความร่วมมือทางทหาร ถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นในการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของสีในครั้งนี้.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



