พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กำลังสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และวาระการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขา ก็เสี่ยงที่จะล้มเหลวเพราะค่าเงินที่ตกต่ำ


พล.ท.ปราโบโว ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง บริหารอินโดนีเซียอย่างวุ่นวายนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2567 โดยเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดมื้ออาหารฟรีให้กับเด็กนักเรียนหลายล้านคน และยกเลิกระเบียบวินัยการใช้จ่ายที่ยึดถือมานานหลายสิบปี เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ


แต่ผลกระทบจากวิกฤติพลังงานทั่วโลก และการตัดสินใจที่แหวกแนวหลายครั้ง ตั้งแต่การรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ไว้ภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่ขึ้นตรงต่อพล.ท.ปราโบโว ไปจนถึงการสร้างงานใหม่ และเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับธนาคารกลาง สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน


ความเคลื่อนไหวเหล่านั้นทำลายภาพลักษณ์ที่เคยเป็น “ตัวอย่างที่ดีของตลาดเกิดใหม่” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบัน สัญญาป้องกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ (ซีดีเอส) บ่งชี้ว่า อินโดนีเซียจะสูญเสียอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน


ตลาดหุ้นของอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่อ่อนแอที่สุดในโลกในปี 2569 โดยปรับตัวลดลงมากกว่า 42% ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์เป็นหนึ่งในสกุลเงินได้รับผลกระทบหนักที่สุดเช่นกัน และกลายเป็นทั้งอาการและต้นเหตุของปัญหา เนื่องจากค่าเงินที่อ่อนลงเริ่มกระตุ้นให้เกิดการเทขายมากขึ้น


ด้านผู้จัดการการลงทุนสำหรับหุ้นเกิดใหม่คนหนึ่ง กล่าวว่า อินโดนีเซียประสบกับวิกฤติความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง พร้อมกับสัญญาณเตือนด้านธรรมาภิบาลที่ร้ายแรง ซึ่งบดบังข้อโต้แย้งเรื่องการประเมินมูลค่าใด ๆ อีกทั้งค่าเงินรูเปียห์ที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยังทำลายผลตอบแทนจริงของนักลงทุนต่างชาติ กลายเป็นวังวนที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ภาวะการเงินตึงตัว และส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้ายที่สุด


“มันเป็นเรื่องจริงที่วังวนหายนะกำลังก่อตัวขึ้น โดยการไหลออกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถือครองพันธบัตรและหุ้นของต่างชาติที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี จะยังคงกดดันสกุลเงินรูเปียห์ สภาพคล่อง และราคาสินทรัพย์ต่อไป ซึ่งการไหลออกที่ยืดเยื้ออาจชะลอแผนการโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย” นายจอห์น วูดส์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (ซีไอโอ) ประจำเอเชีย ของธนาคารเอกชน “ลอมบาร์ด โอเดียร์” กล่าว


นอกจากนี้ อันดับความน่าเชื่อถือและอันดับหุ้นของอินโดนีเซีย ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งการปรับลดอันดับจะทำให้นักลงทุนถูกบังคับให้ขายหุ้น และในกรณีของสินเชื่อ ต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้น


สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับตลาดมากที่สุด คือ วิกฤติพลังงานที่เกิดจากสงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและงบประมาณของอินโดนีเซีย แต่ถึงอย่างนั้น พล.ท.ปราโบโว กลับทุ่มเทให้กับนโยบายที่สิ้นเปลืองของเขาต่อไป


อนึ่ง นายมาร์ก เลดเจอร์-อีแวนส์ ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย จากบริษัทจัดการการลงทุน “ไนน์ตี วัน” กล่าวว่า มันเป็นไปได้ที่ประเทศต่าง ๆ จะดึงตัวเองออกจากวงจรขาลงที่สร้างขึ้นมาเองตั้งแต่แรก แต่ในกรณีของอินโดนีเซีย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากแนวคิดที่จะผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถทำได้จริง ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินการ ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกจากวงจรขาลง โดยไม่ต้องทบทวนแนวคิดใหม่.


ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS