เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิออกเสียงชาวสวิส ปฏิเสธข้อเสนอจำกัดจำนวนประชากรของประเทศไว้ที่ 10 ล้านคน ซึ่งช่วยคลายความกังวลในกลุ่มธุรกิจที่ว่า มาตรการดังกล่าวอาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (อียู) ที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์


ผลการลงประชามติได้รับเสียงตอบรับที่ดีในเมืองบาเซิล หนึ่งในศูนย์กลางด้านเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของยุโรป โดยบรรดาผู้นำธุรกิจเตือนว่า ข้อจำกัดด้านการย้ายถิ่นฐานอาจทำให้ดึงดูดแรงงานที่มีทักษะได้ยากขึ้น และลดความสามารถในการแข่งขันของสวิตเซอร์แลนด์


เมืองบาเซิล ตั้งอยู่บนพรมแดนติดกับเยอรมนีและฝรั่งเศส และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งมานานหลายสิบปี โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับนานาชาติ ซึ่งเมืองแห่งนี้มีประชากรเป็นชาวต่างชาติประมาณ 40% ขณะที่บริษัทยายักษ์ใหญ่อย่าง “โรช” (Roche) และ “โนวาร์ตีส” (Novartis) จ้างพนักงานหลายพันคนจากทั่วโลก


ด้านผู้นำภาคธุรกิจให้เหตุผลว่า การจำกัดการเพิ่มขนาดของประชากร จะสร้างความไม่แน่นอนให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่พึ่งพาบุคลากรที่มีทักษะความสามารถจากต่างประเทศ อีกทั้งนายจ้างอาจพิจารณาแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจใหม่ หากปัญหาการขาดแคลนแรงงานเลวร้ายลง


อนึ่ง ข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนสวิส (เอสวีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนประชากรของสวิตเซอร์แลนด์ถึง “10 ล้านคน” ภายในปี 2593 โดยในปัจจุบัน สวิตเซอร์แลนด์มีประชากรเกิน 9 ล้านคนแล้ว และคาดว่าจะถึงเกณฑ์ดังกล่าวประมาณปี 2585


พรรคเอสวีพีให้เหตุผลว่า จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มแรงกดดันต่อที่อยู่อาศัย บริการสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเสนอให้ยุติการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีกับอียู หากจำนวนประชากรของสวิตเซอร์แลนด์เกิน 10 ล้านคน เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึงโรช และโนวาร์ตีส คัดค้านแนวคิดริเริ่มนี้ โดยเตือนว่ามันอาจจำกัดการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งจำเป็นต่อการวิจัย การพัฒนา และนวัตกรรม


“ตำแหน่งของสวิตเซอร์แลนด์ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมชั้นนำ พึ่งพาบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูง ซึ่งหากไม่มีบุคลากรเหล่านี้ เราจะเผชิญกับความเสี่ยงต่อการวิจัยและงานในห่วงโซ่อุปทาน” นายเยอร์ก เอริสมานน์ หัวหน้าบริษัท โรช ประจำเมืองบาเซิล กล่าว
ทั้งนี้ เคมีภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของการส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคส่วนนี้ต่อเศรษฐกิจของประเทศ


ขณะที่ นายสเตฟาน มูเมนทาเลอร์ ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรม “ไซเอนส์อินดัสทรีส์” (Scienceindustries) กล่าวว่า ความเจริญรุ่งเรืองของสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นอยู่กับการเปิดกว้างและความร่วมมือระหว่างประเทศ


“สำหรับบริษัทที่กำลังพิจารณาลงทุนในสวิตเซอร์แลนด์ และอาจกำลังสร้างโรงงานหรือสถาบันวิจัยแห่งใหม่ ข้อจำกัดประเภทนี้ถือเป็นพิษร้าย” มูเมนทาเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS