การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ให้แก่อดีตผู้นำคณะรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่เขาพยายามควบรวมอำนาจในประเทศที่บอบช้ำจากสงคราม หลังการเลือกตั้งที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางเมื่อช่วงผลัดเปลี่ยนปีที่ผ่านมา

การเยือนจีนเป็นเวลา 5 วัน ในระดับสูงสุดของการทูต ซึ่งพล.อ.มิน อ่อง หล่าย พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา และจัดการเจรจากับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย

“การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งสีให้การต้อนรับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย เป็นสัญญาณที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา ในฐานะหุ้นส่วนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งแม้อินเดียให้การต้อนรับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย อย่างอบอุ่นในการเยือนครั้งล่าสุดเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้เกียรติอย่างสูงสุด ในฐานะการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ” นายริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมา จากองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) “ไครซิส กรุ๊ป” กล่าว

แม้ภาพลักษณ์จะเป็นชัยชนะสำหรับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย แต่นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งน่าจะยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตนเอง รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งพรมแดน และการพัฒนาทรัพยากรสำคัญ เช่น แร่ธาตุหายาก

จีนเป็นคู่ค้าและนักลงทุนอันดับหนึ่งของเมียนมา โดยมีอิทธิพลอย่างมากผ่านโครงการริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ซึ่งรวมถึงท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติข้ามประเทศ และท่าเรือน้ำลึก

นอกจากนี้ รัฐบาลปักกิ่งยังเป็นผู้จัดหาและพันธมิตรทางการทูตรายสำคัญสำหรับกองทัพเมียนมา และบางครั้งถึงกับช่วยไกล่เกลี่ยการหยุดยิงตามแนวชายแดนบางส่วน ซึ่งกองกำลังชาติพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับจีน มีอิทธิพลอยู่

ด้านนายเดวิด มาธีสัน นักวิเคราะห์อิสระที่อยู่ในประเทศไทย และติดตามสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า ผลประโยชน์ของจีนไม่ได้อยู่ที่ระบอบสหพันธรัฐ แต่เป็นแร่ธาตุหายาก โครงสร้างพื้นฐาน การทำเหมือง และการรักษาระเบียงเศรษฐกิจสู่มหาสมุทรอินเดีย

“นอกจากนี้ จีนยังเข้าใจว่า ชาติตะวันตกกำลังถอยห่างจากเมียนมา และรัฐบาลปักกิ่งจะเข้ามามีอำนาจเหนือประเทศนี้อีกครั้ง” มาธีสัน กล่าวเพิ่มเติม

สื่อของรัฐเมียนมารายงานว่า คณะผู้แทนที่เดินทางเยือนจีนพร้อมกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประกอบด้วยหัวหน้าคณะรัฐมนตรีแห่งรัฐคะฉิ่น และรัฐฉานของเมียนมา ซึ่งทั้งสองรัฐมีพรมแดนติดกับจีน รวมถึง รมว.อุตสาหกรรมเมียนมา

ขณะที่ นายออง จอว์ โซ นักวิเคราะห์อิสระในประเทศไทย กล่าวว่า การปรากฏตัวของรัฐมนตรีเหล่านี้ บ่งชี้ว่าการหารืออาจจะมุ่งเน้นไปที่การค้าชายแดน และโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตโสน ที่นำโดยจีน มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 118,000 ล้านบาท) ในรัฐคะฉิ่น ซึ่งถูกระงับไปเมื่อปี 2554

ทั้งนี้ ฮอร์ซีย์กล่าวว่า การเดินทางเยือนจีนของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย จะทำให้ประเด็นเกี่ยวกับการจับกุมนายมิน ซิน ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากเขาเป็นนักวิชาการชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ซึ่งศึกษาประเด็นเกี่ยวกับเมียนมา และทำงานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างสองประเทศ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS