โคลอมเบียและเปรูเป็นประเทศล่าสุด ตามหลังอาร์เจนตินา ชิลี เอกวาดอร์ โบลิเวีย และปานามา ในการเปลี่ยนทิศทางเป็นฝ่ายขวาอย่างชัดเจน นับเป็นการพลิกผันครั้งใหญ่ต่อการครองอำนาจของรัฐบาลฝ่ายซ้ายในภูมิภาค เมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 2020 ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบียคนปัจจุบัน และประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศ
ในภูมิภาคลาตินอเมริกา รวมถึงโคลอมเบีย เศรษฐกิจที่อ่อนแอและอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น เปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยผู้สมัครฝ่ายขวาจัดที่เคยเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นจากการให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปราบปราม ท่ามกลางกระแสชาตินิยมฝ่ายขวาทั่วโลก และการผลักดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการต่อสู้กับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในลาตินอเมริกา
“นี่เป็นจังหวะที่แปลกสำหรับทรัมป์ จากเดิมที่ไม่ค่อยมีรัฐบาลจำนวนมากซึ่งมีอุดมการณ์สอดคล้องกันอย่างที่เราเห็นในตอนนี้” นายสตีเวน เลวิตสกี ศาสตราจารย์ด้านลาตินอเมริกาศึกษาและรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว
อนึ่ง เปโตรเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างเปิดเผยที่สุดในลาตินอเมริกา จนผู้นำสหรัฐข่มขู่ว่าจะดำเนินปฏิบัติการทางการทหารและคว่ำบาตรโคลอมเบีย แต่ในทางตรงกันข้าม เด ลา เอสปรีเอญา เป็นแฟนตัวยงของทรัมป์
เด ลา เอสปรีเอญา เป็นชาวโคลอมเบียที่ขอแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองสหรัฐ เขาเคยอาศัยอยู่ในเมืองไมอามี เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างแข็งขัน และได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบียรอบสอง ซึ่งเด ลา เอสปรีเอญา ให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมโครงการริเริ่ม “โล่แห่งอเมริกา” ปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด ผ่อนปรนกฎระเบียบทางธุรกิจ ปรับลดภาษี และฟื้นฟูโครงการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ถูกระงับภายใต้รัฐบาลของเปโตร
ชัยชนะของเด ลา เอสปรีเอญา เกิดขึ้นในขณะที่โคลอมเบียเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ และตลาดพลังงานโลกเกิดความปั่นป่วน เนื่องจากสงครามในอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การค้ายาเสพติด การทำเหมืองผิดกฎหมาย และการที่รัฐที่มีบทบาทน้อยในบางส่วนของโคลอมเบีย มีแนวโน้มเป็นบททดสอบที่ยากลำบากสำหรับเด ลา เอสปรีเอญา
แม้เด ลา เอสปรีเอญา ชนะการเลือกตั้งอย่างฉิวเฉียดด้วยคะแนนเสียงที่มากกว่าไม่ถึง 1% แต่เขาต้องบริหารประเทศด้วยสภาคองเกรสโคลอมเบียที่แตกแยก เนื่องจากพรรคการเมืองของคู่แข่งอย่างนายอีวาน เซเปดา วุฒิสมาชิกและแคนดิเดตฝ่ายซ้าย ครองที่นั่งมากกว่าพรรคอื่น ๆ
ด้านเซเปดากล่าวว่า พรรคของเขาและฝ่ายซ้าย เป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญ และเปิดรับการเจรจา พร้อมกับเสริมว่า เด ลา เอสปรีเอญา ต้องประพฤติตนอย่างให้เกียรติต่อเขา เปโตร และผู้สนับสนุนของพวกเขา รวมถึงเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเขาสงบสติอารมณ์ หลังเกิดการประท้วงประปรายในเมืองบางแห่ง
ขณะที่ นายเซอร์จิโอ กุซมัน ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยง “โคลอมเบีย ริสก์ อนาไลซิส” กล่าวว่า โคลอมเบียเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า และมีความซับซ้อนในการบริหารมากกว่าเอลซัลวาดอร์ ซึ่งการนำเอาแนวทางการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงของเอลซัลวาดอร์มาใช้ในโคลอมเบียนั้นเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะในแง่กฎหมาย งบประมาณ หรือการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ
“เด ลา เอสปรีเอญา จะต้องทำงานร่วมกับสถาบันประชาธิปไตยที่ทรงอิทธิพลของโคลอมเบีย เพื่อผ่านการปฏิรูป และถ้าเขาพยายามดำเนินการเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง เขาก็อาจประสบปัญหาได้” เลวิตสกี กล่าวทิ้งท้าย.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



