เพียงไม่กี่ก้าวจากชายหาดบอนไดอันโด่งดังในเมืองซิดนีย์ นายแคลเรนซ์ ไวต์ ผู้จัดการประมูล พยายามอย่างหนักเพื่อหาผู้สนใจบ้านสามชั้นโปร่งโล่งที่มี 5 ห้องนอน และพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง ซึ่งมีราคาขายอยู่ที่ 5.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 120 ล้านบาท) ทว่าไม่มีใครเสนอราคาเลย


การประมูลที่ล้มเหลวเช่นนี้ เคยเป็นกรณีพิเศษในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงของเมืองซิดนีย์ แต่ในปัจจุบัน อัตราการประมูลขายสำเร็จทั่วออสเตรเลียลดลงอย่างมาก เนื่องจากการยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์


การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี และบางคนมองว่าเป็นการปิดฉากความหลงใหลในอสังหาริมทรัพย์ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นวิธีการหลักในการสร้างความมั่งคั่งมาหลายชั่วอายุคน รวมถึงทำให้เมืองซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์น เป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก


ข้อมูลจากบริษัทวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ “โคทอลิตี” แสดงให้เห็นว่า อัตราการประมูลขายสำเร็จในช่วงไม่นานมานี้ทั่วประเทศ ลดลงต่ำกว่า 50% นับเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19


อนึ่ง รัฐบาลพรรคแรงงานฝ่ายกลางซ้ายของออสเตรเลีย พยายามแก้ไขความไม่สมดุลของความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น โดยจะยกเลิกส่วนลดภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (ซีจีที) ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2570 เป็นต้นไป อีกทั้งกลไลทางภาษีที่เรียกว่า “เนกาทีฟเกียริง” (negative gearing) ซึ่งอนุญาตให้หักลบการขาดทุนจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี จะถูกห้ามใช้กับที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้ว


บรรดานักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการปฏิรูปภาษีเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถแข่งขันในตลาดได้ เตรียมรับมือกับราคาที่ลดลงถึง 10% ซึ่งผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่าอาจส่งผลกระทบที่ไม่คาดคิด เนื่องจากที่อยู่อาศัยมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับความมั่งคั่งของครัวเรือนในออสเตรเลีย


ด้านนายฌอน เครก นักลงทุนจากรัฐควีนส์แลนด์ ประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงงบประมาณทำให้พอร์ตการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 10 แห่งของเขา ซึ่งมีมูลค่า 6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 138 ล้านบาท) ลดลงไปประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 11.5 ล้านบาท)


แม้การปฏิรูปภาษีจะไม่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ก่อนรัฐบาลออสเตรเลียประกาศการเปลี่ยนแปลงเมื่อเดือน พ.ค. แต่มันก็เปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลงทุนในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเครกกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และต้องการขยายพอร์ตการลงทุน จะได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง


ทั้งนี้ การประมูลที่ล้มเหลว ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดการณ์ว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์อาจลดลงระหว่าง 5-10% ในปีหน้า และทำให้เกิดคำถามว่า การลดลงดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราว หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่รุนแรงกว่าเดิม


ขณะที่ นายหลุยส์ คริสโตเฟอร์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท เอสคิวเอ็ม รีเสิร์ช กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำ มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2570 โดยบริษัทคาดการณ์ว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองซิดนีย์จะลดลงมากถึง 9% ในปี 2569 ส่วนราคาในเมืองเมลเบิร์นคาดว่าจะลดลงมากถึง 7%


แม้แนวโน้มดังกล่าวน่าช่วยให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น แต่คริสโตเฟอร์กล่าวว่า การซื้อที่อยู่อาศัยในตอนนี้เป็นเหมือนกับ “การพยายามจับมีดที่กำลังตกลงมา” เนื่องจากปัญหาคือ ราคาในตลาดอาจร่วงลงไปอีก.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES