@การเมืองมีเรื่อง ‘อีรุงตุงนัง‘ แบบพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรัฐบาลที่มีพรรค สีน้ำเงิน ภูมิใจไทย เป็น แกนนำ เข้ามาบริหารบ้านเมือง เพียง 3-4 เดือน แต่กลับไม่มีความ สดใหม่ และได้รับ ก้อนอิฐ มากกว่า ดอกไม้ จากประชาชน เพราะ มีแต่เรื่อง เสื่อมเสีย จาก กระทรวงนั่น กระทรวงนี้ และ  นักการเมืองคนนั้น คนนี้ จนทำให้ความ เสื่อม มา เยือน ก่อนกำหนด….แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ นายกรัฐมนตรี จะบริหารประเทศแบบ ชิวๆ   ยิ้มแย้มแจ่มใส กับ การให้ สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าว แต่นั้นเป็น เบื้องหน้า ของการเมือง แต่เบื้องหลัง มีความ ขัดแย้ง ปะทุ ขึ้น มีร่องรอย ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะ เรื่อง อื้อฉาว ใน กระทรวงมหาดไทย จาก ส่วย บนเกาะภูเก็ต ที่ทำให้มีความ เสื่อม ใน แวดวงของ สิงห์มหาดไทย กรมการปกครอง ที่ จาก หน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน และ ปกป้องบ้านเมือง แบบ ราชสีห์ผู้ภักดีต่อแผ่นดิน กลายเป็น สิงห์ร้าย ที่ ภักดีกับ นักการเมือง เจ้าพ่อ มาเฟีย และ หาประโยชน์ เข้าพกเข้าห่อ ของตนเอง …. และต่อด้วยเรื่อง การ โกงข้อสอบของ กรมการปกครองท้องถิ่น ที่ทำกันเป็น ขบวนการ แม้จะมีการ ปฏิเสธ จาก ฝ่ายการเมือง ว่า ไม่มี นักการเมือง ไม่มี เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อยู่เบื้องหลัง แต่ ประชาชน ส่วนใหญ่ เชื่อว่า การโกงที่มี เม็ดเงิน 4,500 ล้าน อมพระมาพูด ก็ไม่เชื่อว่า ไม่มี นักการเมือง และ เจ้าหน้าที่ระดับสูง ไม่มี ส่วนร่วม ในการ โกงสอบ ที่เกิดขึ้น…..และ หลังจากที่ รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ ถูกจับกุม จาก ปปป. ในข้อหา เป็นผู้ รับเงิน ในการ โกงข้อสอบ จากผู้ที่ จ่ายเงิน เพื่อสอบเข้ารับราชการ และ หาก ผู้ที่ จ่ายเงิน เพื่อการโกงข้อสอบ ทั้งที่ จ่ายเงินแล้ว สอบได้ และที่จ่ายเงินแล้ว ไม่มีรายชื่อ ทุกคน เข้า แจ้งความ ก็จะพบว่า กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ในการ รับเงิน เพื่อ ซื้อ – ขาย ตำแหน่ง คือ ผู้บริหารท้องถิ่น ในหลายระดับ และ ผู้บริหารท้องที่ รวมทั้ง บรรดา หัวคะแนน และคน ใกล้ชิด ของ นักการเมือง พรรคสีน้ำเงิน ที่จะต้อง กลายเป็น ผู้ต้องหา เช่นเดียวกับ รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัด จ.ภูเก็ต ซึ่งจะกลายเป็นการ ขายหน้า ไปทั่วโลก และ มหาดไทย ต้องเอาปี๊ป คลุมหัว….ในขณะที่กระทรวงอื่นๆ ก็มีเรื่อง อื้อฉาย ที่ รอฝีแตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ป่าสงวนทับลาน ของกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  หรือ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่อนุญาต ให้ บริษัทผลิตเหล็กเส้นของ กลุ่มทุนจีน เปิดการผลิตเหล็กเส้น ที่เคยถูก สั่งปิด จากการพบว่า ไม่ได้มาตรฐาน…..

@ติดตาม เนื้อใน ของ งบประมาณปี 70 ของ รัฐบาล จำนวน 3.78 ล้านๆ บาทซึ่งมีหน่วยงานที่รับงบประมาณ 3.86 หน่วยงาน  ที่รัฐบาลประมาณการว่าการจัดเก็บรายได้ 3.0 ล้านๆบาท เท่ากับ รัฐบาลชุดนี้ต้องกู้เงินมาโปะส่วนต่าง 788,000 ล้านบาท  ก็เป็น งบประมาณ บักโกรก ที่ ฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชนให้ ฉายา ว่า งบประมาณ ฝีแตก หรือที่ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งฉายาว่า งบประมาณแบบหาเช้ากินค่ำ แต่ เอาเถอะ ถูกจะ อภิปราย ดุเดือดอย่างไร งบประมาณปี 70 ก็ผ่านสภาฯอยู่ดี  เพราะ มือ ของ รัฐบาล มากกว่า ฝ่ายค้านอยู่แล้ว เพียงแต่ สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องทำคือการ ตรวจสอบการใช้งบประมาณ ป้องกันการ ทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไร ที่จะ ไม่ให้ งบประมาณ ที่มาจากภาษีของประชาชน ถูก เหลือบ ที่เป็น นักการเมือง และ ข้าราชการ รวมหัวกันโกง ประชาชน ซึ่งในวันที่ ประชาชน ของประเทศไทย ขาดการ ใส่ใจ กับ ปัญหาของบ้านเมือง ขาดการ รับรู้ในเรื่องของ บ้านเมือง และฟากฝ่ายค้านที่ไร้ เอกภาพ การ ป้องกันการจับมือกันโกง ระหว่างข้าราชการกับนักการเมือง การโกงงบประมาณแผ่นดิน ยังป้องกันยากมาก….

@ในที่สุด โครงการที่ พรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็น เรือธง ของพรรค อย่าง แลนด์บริดจ์ และ เอสเอซี หรือ แผนยุทธศาสตร์พัฒนาภาคใต้  ที่ รัฐบาล เตรียมนำร่าง พรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ เช้าสู่ ครม. ก็ถูก ยกเลิก  จากการที่ เอ็นจีโอ จำนวนหนึ่ง ไป ปักหลักปิด ประตูทางเข้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อ บีบ ให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยกเลิก โครงการ แลนด์บริดจ์ ในข้อกล่าวว่า พรบ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ… หรือ เอสอีซี เป็น โครงการ ขายแผ่นดิน ให้ต่างชาติ  โดยสุดท้าย รัฐบาล ยอมถอย ด้วยการ  แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาภาคใต้ โดยมี ศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ และ สนข. เป็นผู้แทนหลักของรัฐบาล  นี่คงเป็น ทางถอย เพื่อ ซื้อเวลา ของ รัฐบาลชุดนี้ เพราะถ้าปล่อยให้การ ชุมนุมประท้วง ยืดเยื้อ รัฐบาลก็จะมีปัญหา อีรุงตุงนัง มากขึ้น …..แต่อีกทางหนึ่ง จะพบว่า เอ็นจีโอชุดนี้ เป็นชุดเดียวกับที่ ต่อต้านทุกโครงการในการพัฒนาภาคใต้ ตั้งแต่ โครงการโรงแยกก๊าซ ทีทีเอ็ม ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 32 การต่อต้าน โรงงานการไฟฟ้าจะนะ และโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน ที่ อ.จะนะ และที่ เทพา จ.สงขลา เป็นผู้ต่อต้าน โครงการท่าเรือน้ำลึกแห่งที่ 2 ที่ อ.จะนะ และ โครงการเมืองต้นแบบที่ 4 หรือ นิคมอุตสาหกรรม ที่ อ.จะนะ  จ.สงขลา การต่อต้าน ท่าเรือน้ำลึกที่ อ.ละงู จ.สตูล และอีกมากมาย หลายโครงการ ในภาคใต้ ถูกต่อต้าน ด้วย เอ็นจีโอ กลุ่มนี้ทั้งหมด และกลายเป็นข้อ กังขา ของคนในภาคใต้ ว่า ท้ายที่สุด ภาคใต้จะมี การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่เป็นโครงการใหญ่ๆ ได้หรือไม่ ที่ สำคัญ คนภาคใต้มีความรู้สึกว่า ชะตากรรม และ อนาคต ของภาคใต้ ถูก ตัดสิน โดย เอ็นจีโอ ชุดนี้ ที่ ประชาชน ไม่ได้มีส่วนร่วม  ไม่ใช่ รัฐบาล แล้ว สส. ที่ ประชาชน เลือกไป เพื่อ พัฒนาประเทศ อยู่อย่างไร อยู่ที่ไหน  มีความคิดเห็น และจะแก้ปัญหานี้อย่างไร….

@เรื่องของความไม่มั่นคง เรื่องของ ไฟใต้ ก็เป็นอีกเรื่อง ที่ กำลัง สั่นคลอน รัฐบาล เพราะ ยิ่งนานวัน ไฟใต้ ยิ่ง โชนแสง มากขึ้น 8 เดือน ภายใต้การ ทำหน้าที่เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก  รองแม่ทัพภาคที่ 2 มาเป็น แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สถานการณ์แทนที่จะ ดีขึ้น กลับ เลวร้ายลงเรื่อยๆ  6 เดือน ที่ผ่านมา มีเหตุก่อการร้าย ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 300 กว่าเหตุการณ์ ล่าสุด มีการ เผารถบรรทุกสินค้า ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา วางเพลิง วางระเบิดโรงงานไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ วางระเบิดวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ในตัวเมืองยะลา ตัวเมือง ยะหริ่ง ตัวเมือง สายบุรี จ.ปัตตานี มีการ วางระเบิดแสวงเครื่อง รถนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส  มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ส่วนการ ประกบยิง ลอบยิง และ วางระเบิดแสวงเครื่อง ต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ บาดเจ็บ ล้มตาย เป็นเรื่อง ปกติ และเป็นเรื่อง แก้ไม่ได้ หรือ ผู้รับผิดชอบ ไม่มี ปัญญาแก้ หรือ มีเรื่องการ หาผลประโยชน์ ทั้งจาก งบประมาณในการดับไฟใต้ และ จาก ผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมายในภาคใต้….จากเหตุการณ์ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ส่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ อธิบดีกรมการปกครอง ลงพื้นที่มา ติดตาม สถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ ฝ่ายของ มหาดไทย ส่ง ปลัดกระทรวง และ อธิบดี ลงมาติดตาม สถานการณ์ ในขณะที่ฝ่ายของ กองทัพ ที่เคยก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เกิดเหตุใหญ่ๆ จะมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ เสธ ปูด้วง  เสนาธิการกองทัพบก ลงพื้นที่ เพื่อมา ช่วย เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ถูก ผบ.ทบ.ส่งมา เพื่อ ยุติ ปัญหา ไฟใต้ แต่ ครั้งนี้ ไม่มี ตัวแทนของ กองทัพ ลงมาติดตาม สถานการณ์ ปล่อยให้เป็น หน้าที่ของ มหาดไทย…..

@หรือเรื่อง ข่าวซุบซิบ ในวงการ กองทัพ ที่ มีข่าวว่า ไม่ไหว แล้ว กับ การทำหน้าที่ แก้ปัญหา ไฟใต้ ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 โดยจะมีการ เปลี่ยนตัว แม่ทัพภาคที่ 4 ใหม่ แต่ให้เป็นไปตาม วงรอบ ในเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ รวมทั้งจะมีการ เปลี่ยนตัว เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. จาก ฉัตรชัย บางชวด เป็น นายทหาร รุ่น 26  ก็ เห็นด้วยนะ กับการ เปลี่ยนตัวของ แม่ทัพภาคที่ 4 เพราะ 8 เดือนที่ผ่านมา พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้ทำทุกอย่างแล้ว ตาม ความคิดของท่านว่า นโยบายที่ท่านคิด จะ ยุติไฟใต้ได้ เช่น การย้าย นายทหาร ระดับ ผบ.พล เอา นายพล ที่ยึดปราสาทตาความ ที่ชายแดน กัมพูชา มาเป็น ผบ.ฉก.สันติสุข ก็ทำแล้ว ย้าย ผบ.พัน โดยเอา นายทหารจาก กองทัพภาคที่ 1 และภาคที่ 2  มา ทำหน้าที่ ผบ.พัน ผบ.ฉก.ก็ทำแล้ว เอา ฮ ขึ้นทิ้งระเบิด และ กราดยิง ใส่ เป้าหมาย ใน ป่าเขา ก็ทำแล้ว ออกมา เปิดโปง สถานที่ บ่มเพาะ ที่เป็น ปอเนาะ โรงเรียนสอนศาสนา ก็ทำแล้ว แต่เรื่องที่ท่านทำ ไม่ตอบโจทย์ ในการดับ ไฟใต้ เมื่อ ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหาร ก็ต้อง ย้าย และ เอาคนอื่น มาแทน….แต่ ขออย่างเดียว คนที่เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องเป็น ลูกหม้อ ของ กองทัพภาคที่ 4 ต้องรู้ พื้นที่ รู้ปัญหา รู้ วัฒนธรรม รู้เรื่อง บีอาร์เอ็น ต้องเป็นคนที่ กินข้าวยำ กินแกงน้ำเคย กินแกงไตปลา หรือ รู้จักกิน โรตี  ปัญหาถึงจะ เบาบางลง ส่วนเรื่องให้ ไฟใต้ ยุติ อย่าง สิ้นเชิงในปี 70 อย่าฝันกันเลยทั้ง กองทัพ ทั้ง รัฐบาล มันเป็นเรื่อง ฝันกลางวัน….และหากต้องมีการย้าย เลขาธิการ สมช. จาก ฉัตรชัย บางชวด เป็นคนอื่น  ก็ให้ เลือกเฟ้นคนที่เป็น ลูกหม้อ ของ สมช. อย่าเอา เสือข้ามห้วย จาก ทหารรุ่น 26 ไปเป็น เลขาธิการ สมช. เพราะ ถึงจะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ เท่าที่ติดตาม พบว่า ไม่รู้เรื่องของ ภาคใต้ และเรื่องของ บีอาร์เอ็น การเอา บุคคลที่ มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาความเป็นความตายของ ประเทศชาติ ต้อง เอาคนดี มีความรู้ ความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าคิดแต่คำว่า เพื่อนร่วมรุ่น เพียงอย่างเดียว เพราะจะพา ประเทศชาติ พังทลาย เสียหายยับเยิน….

@ทราบว่า มีคนที่รู้ไม่จริงกับ ปัญหาของ ไฟใต้ ชงเรื่องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ ยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และให้ตั้ง มหาดไทยส่วนหน้าแทน เพื่อ แก้ปัญหาความไม่สงบของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ ถูกต้องที่ ใครต่อใคร แม้แต่อดีต ผอ.ศอ.บต. ไม่ว่าจะเป็น วิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล บัญญัติ จันท์เสนะ อดีต ผอ.ศอ.บต. ต่างเห็นว่า ศอ.บต. เป็น หน่วยงานที่มีปัญหา และต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ ข้อเท็จจริง วันนี้ ศอ.บต. กับ ฝ่ายปกครอง  หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 5 จังหวัด ไม่ได้เป็น เนื้อเดียวกัน อย่างในอดีต  ที่หน่วยงาน ศอ.บต.  มีความหมาย เป็นที่ยอมรับของประชาชน จนมีคำพูดว่า “ ศอ.บต. ของเรา” แต่วันนี้ หลังจากที่มี พรบ.ศอ.บต. และ จากการขึ้นกับ กระทรวงมหาดไทย ไปขึ้นตรงกับ สำนักนายก และ  มี เลขาธิการ ที่เป็น ระดับ 11 แทน ผอ.ศอ.บต. ที่เป็น ระดับ 10 มีการ ย้าย บุคคล นอก วงการปกครอง ที่มาจาก กระทรวงอื่นๆ มาเป็น เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็น บันได ไปสู่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง งานด้านการพัฒนาหายไป เหลืองานหลักคือการจัด สัมมนา โครงการ เพื่อปากท้องของประชาชนไม่มี งานด้าน ยุติธรรม และอื่นๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ก็ไม่มีอะไรที่ โดดเด่น นี่ถ้า ศอ.บต. ไม่มี สำนัก ให้บริการหนังสือเดินทาง ประชาชน คงจะไม่เข้าไปใน ศอ.บต. อีกแล้ว ….การตั้ง มหาดไทยส่วนหน้า แทน ศอ.บต. ไม่ใช่ ทางออก ในการ แก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่การแก้ปัญหาคือแก้ที่ โครงสร้าง ของ ศอ.บต. ให้ ศอ.บต. กลับไปอยู่กับ มหาดไทย หรือ ถ้ายังอยู่ สำนักนายก ก็ไม่เป็นไร แต่ เลขาธิการ ศอ.บต. ต้องมาจาก มหาดไทย และ ต้องแก้ กฎหมายมาตราต่างๆ ของ ศอ.บต. ให้ สอดคล้องกับ สถานการณ์ ปัจจุบัน   จะเห็นว่า แม้วันนี้ ศอ.บต. จะมี สภาที่ปรึกษาการบริการและการพัฒนา ที่มีตัวแทนจากภาคประชาชน 60 คน เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษากับ ศอ.บต. โดยมี ดร.ขดดะรี  บินเซ็น เป็นประธานที่ปรึกษา แต่ก็ไม่มีผลงานอะไรที่ เป็นชิ้นเป็นอัน พอที่จะเป็นที่ พึงของประชาชนได้ เรื่องการ ยุบ ศอ.บต. เพื่อตั้ง มหาดไทยส่วนหน้า  อนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี ต้องคิดให้รอบคอบ….

@ความ หายนะ ทางเศรษฐกิจ  ที่เกิดขึ้น ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังการ เผารถบรรทุกสินค้าของ บริษัท จั๊วหลีฮวด ที่ อ.บันนังสตา โดย กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ที่แต่งกายคล้ายทหารพราน ปิดถนนปล้น และวางเพลิง จนรถและสินค้าเป็นเถ้าถ่าน วันนี้ ถนนเศรษฐกิจสาย ยะลา-เบตง ไม่มีใครกล้า ขับรถในเวลากลางคืน กระทบกับ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวใน อ.เบตง ที่เป็นเพียงอำเภอเดียว ที่ไม่มีการก่อการร้ายมาหลายปี   การระเบิดปั๊ม พีที ที่ตัวเมืองยะลา ซึ่งใกล้ๆ เป็น ตลาดทุเรียน หรือ ล้ง ทุเรียน ส่งผลกระทบ การค้า และความปลอดภัยของ ล้ง เช่นเดียวกับ หลังการวางระบิดรถเก๋งของ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ ผบช.ตำรวจกลันตัน  ประเทศมาเลเซีย ประกาศเตือน ชาวมาเลเซีย ให้ระมัดระวังการเดินทางมาเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่า เมือง สุไหงโก-ลก  จ.นราธิวาส เมือง เศรษฐกิจ ของชายแดนไทย-มาเลเซีย ซบเซา ร้าง นักท่องเที่ยว จากมาเลเซียในทันที เรื่องนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ และ ผอ.กอ.รอ.รมน.ภาค 4 จะรับผิดชอบอย่างไร…. และเมื่อคืนวันที่ 1 กรกฎาคม มีการ ส่ง เฮลิคอปเตอร์ ขึ้นไป หว่านระเบิด  8-9 ลูก บนเทือกเขาตะเว หลังหมู่บ้าน โต๊ะอีแต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป้าหมายของ ระเบิด คืออะไร มี โจรใต้  บาดเจ็บล้มตาย หรือไม่ ไม่มีการบอกให้ประชาชนทราบ  แต่ ปรากฏว่า ชาวบ้าน หวาดกลัว และไม่กล้าออกไป ทำสวนยาง และเก็บเกี่ยว ผลทุเรียน เรื่องนี้ พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส จะ ตอบชาวบ้านอย่างไร ที่ สำคัญ ยุทธการ อย่างที่ ทำมาแล้ว หลายครั้ง ตอบโจทย์ การดับไฟใต้ หรือไม่ ตรงนี้ต้องขอคำตอบ….อีกเรื่อง ที่ต้องมีคำถามถึง แม่ทัพภาคที่ 4 และ หน่วยกองกำลังเทพสตรี ที่รับผิดชอบ แนวชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จนถึง ชายแดน ชุมพร ระนอง  มีข่าว นินทา กันหนาหูว่า มีการ เก็บส่วย จาก สินค้าเถื่อน ทั้งจากชายแดน มาเลเซีย และ ชายแดนเมียนมา อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เก็บกันทุกเม็ดทุกดอก และ มีข่าวว่า แม้แต่ในตัวเมืองเศรษฐกิจ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ธุรกิจสีเทา ทั้งหมด ต้องจ่ายเงินให้ ฉก. เรื่องนี้ เท็จ จริงอย่างไร หน่วยไหนเป็นคนเก็บ  แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน. คงจะรู้ว่า หน่วยไหนเป็นคนเก็บ และเก็บให้ใคร….

@ยังบอกไม่ได้ว่าเป็น ข่าวดี หรือ ข่าวร้าย สำหรับการ เจรจา เรื่องการ ขอให้เกษตรกเลี้ยงกุ้งของภาคใต้ ส่งออกกุ้งไปขายมาเลเซียตามปกติ หลังถูก รัฐบาลมาเลเซีย สั่งแบบ เพื่อต่อรองกับที่ กรมประมงไทย สั่ง แบบ ปลากะพง จาก มาเลเซีย ไม่ให้มาขายในประเทศไทย ล่าสุด สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ บินไปเจรจากับ ตัวแทนรัฐบาลมาเลเซีย โดยฝ่ายมาเลเซีย รับปากว่าจะพิจารณาให้กุ้งจากภาคใต้ส่งไปยังมาเลเซียได้ใน 30 วัน แต่ที่ลึกๆลงไป ข่าวว่า มาเลเซียจะส่ง ตีนไก่ เข้าประเทศไทย โดย ปกติ ตีนไก่ เครื่องในไก่ เป็น สินค้า ลักลอบ หนีภาษี จาก มาเลเซีย ที่ส่งเข้ามาขาย ยังประเทศไทย เชื่อเถอะ มาเลเซีย ไม่ยอม เสียเปรียบไทยในทุกเรื่อง…. ล่าสุด ศุลกากร ใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จับ เนื้อเถื่อน ที่ ลักลอบเข้ามาจาก มาเลเซีย ได้ 1 คันรถ ทั้งที่มีการ ลักลอบเข้ามาวันละไม่ต่ำกว่า 10 คัน เช่นเดียวกับ ศุลกากรสะเดา ที่ บัญฑรู อู่เจริญ นายด่านศุลการ จับ ปลากะพงชำแหละแล้ว 1 ตู้ รถบรรทุกห้องเย็น ในขณะที่ ศุลกากร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจขบวนรถไฟด่วนสายใต้ จับ เนื้อหมู่ป่า เหล้า ไวน์ บุหรี่ ได้จำนวนมากที่ ซุกซ่อนมากับตู้รถไฟ  ทั้งหมดคือเรื่อง ปกติ ของชายแดนใต้  ถ้าต้องการปราบปรามให้สิ้นซาก ต้องจับทุกวัน ตรวจทุกวัน ไม่ใช่ นานๆ จับครั้งหนึ่ง เพื่อ สร้างผลงาน หรือจับ เพราะ เคลียร์ รายการไม่ลงตัว….วันนี้ สินค้าที่ผู้นำเข้ามาเสียภาษีปากระวาง ที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์  อ.สะเดา จ.สงขลา มีการ ซุกซ่อน เครื่อง สแกรมเมอร์ ตบตา เจ้าหน้าที่ศุลกากร  และถูก ฉก.ของ ทหาร ตรวจสอบสินค้า จนจับกุมได้ ทำเอา หะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ควันออกหู สั่งห้ามมิให้มีการ เสียภาษีวางระวาง ทันที เพราะ ผู้นำเข้า ไม่ สื่อสัตย์ สุจริต ดีครับดี …..

@เรื่องประเด็น น้ำท่วมหาดใหญ่ และเรื่องประเด็น แอร์โฮสเตส การบินไทย ถูก เจ้าหน้าที่ ออสเตรเลีย จับกุม เพราะตรวจพบยาเสพติด กลายเป็น เรื่อง การ อภิปราย ใน สภาผู้แทนราษฎร ของพรรคฝ่ายค้าน ถูกหยิบยกมา ทิ่มแทง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงคมานาคม  เรื่องของการตรวจสอบที่สนามบิน และ กฎระเบียบของการบินไทย ความเข้มงวดของ กัปตัน แต่ละเที่ยวบิน ยังเป็นเรื่องที่ต้อง ปรับปรุงแก้ไข ส่วนเรื่อง น้ำท่วมหาดใหญ่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยอมรับตรงๆว่า ปีนี้เป็นเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่แก้ได้ เช่น การทำให้น้ำไหลลงสู่ทะเลสาบ ให้รวดเร็วขึ้น ส่วนเรื่องแผนระยะยาวปีนี้ทำไม่ทันแน่นอน ดังนั้น สส.พรรคฝ่ายค้าน ที่ วันๆ หาเสียงแต่เรื่อง น้ำท่วม คงเข้าใจ ขอให้ดูข้อเท็จจริง มากกว่าการ ประดิษฐ์วาทกรรมเพื่อความ มันปาก….

@อีกเรื่องของ กรมเจ้าที่ สงขลา เรื่องการรื้อถอนโฮมสะเตย์ ในทะเลสาบสงขลา  ที่ศาลมีคำสั่งมาแล้ว 2 ปี กรมเจ้าท่าให้งบ 17 ล้าน เพื่อการรื้อถอน แต่ มีการ ยื้อแล้วยื้ออีก จาก เจ้าของโฮมสะเตย์ โดยอ้างการลงทุนไปแล้ว อ้างเรื่องปากเรื่องท้อง  แล้วก่อนหน้าการ สร้าง ทำไมไม่คิดว่า ผิดกฎหมาย เจ้าท่าสงขลา ประกาศ ขีดเส้นตายให้ เจ้าของรื้อเองให้เสร็จในวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เหลวเป๋ว คำสั่งไม่ ศักดิ์สิทธิ์ เหมือน สั่งขี้มูก ทิ้งทะเล  ถ้า คำสั่งศาล บังคับใช้ไม่ได้ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์  บ้านเมืองที่ ไม่มี นิติรัฐ คือ บ้านป่าเมืองเถื่อน  ถ้า กฎหมาย เห็นใจ ผู้ทำผิด หรือเห็นใจผู้บุกรุก ทรัพยากรของรัฐ การ ปราบปราม การบุกรุก ป่าไม่ ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร  ริมฟุตบาธ และอื่นๆ ที่อ้างว่าเพื่อปากท้อง ก็ไม่ต้องจับกุม เพราะต้องเห็นใจประชาชน แล้ว ประเทศชาติจะอยู่อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศนี้  ที่ต้องฝากถึง อธิบดีกรมเจ้าท่า ปลัดกระทรวง ให้เร่งดำเนินการตามกฎหมาย เรื่องนี้ แม้แต่ ปปช.สงขลา ก็ลงไปติดตามปัญหา ข้อเท็จจริง แล้ว ถ้า ยังทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องยกให้ เกาะยอ เป็น ดินแดน ประเทศราช ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายไทย และให้ เป็นสถานที่ดูงาน ของการ อยู่เหนือกฎหมาย ของหน่วยงานต่างๆ ดีมั้ย จะได้เป็นต้นแบบ ของการทำผิดกฎหมาย ที่ ผู้รักษากฎหมาย ยอมสยบให้…..

@เรื่องของ เกาะภูเก็ต และ เมือง กระบี่ ที่ เป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองเศรษฐกิจ แต่ ฝนตกจึ๊กเดียว น้ำท่วม เป็นอย่างนี้มาหลายปี ถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับจังหวัด และส่วนกลาง คิดอย่างไรกับ สิ่งที่เกิดขึ้น และจะแก้อย่างไร ที่จะไม่สร้างความเสียหายแบบ ซ้ำซาก วนเวียนอยู่เช่น เพราะเห็นแต่การ ช่วยเหลือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่แผนระยะยาวมีหรือไม่และจะทำกันชั่วโมงไหน และหน่วยงานไหนที่เป็น เจ้าภาพ ประชาชน เขาถามมา …..

@ยังอีกหลายเดือน ถึงจะมีการโยกย้ายใหญ่ในวงราชการ แต่ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี โผ ออกมาว่อนหมด ว่า นายตำรวจคนไหนสายไหน เด็กของใคร นักการเมืองคนไหนฝากมา เช่น พล.ต.อ.สำราญ นวลมา  ที่มีการ กระเซ้าว่า “นอนมา” เป็น ผบ.ตร. เพราะ ใกล้ชิดกับ “ เสี่ยหนู”  ใครจะได้เป็น ผบช.ภาคต่างๆ โดยมีการ เปลี่ยนหมดยกเว้น ภาค 9 พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี  ที่ โผ บอกว่า ยัง เหนียวแน่น ในตำแหน่งเดิม เป็นปีที่ 4 หมายความว่า นั่งตรงนี้จน เกษียณ อายุราชการ ว่างั้น …..แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

—————————————————————————–

//////////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน , พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จว.ยะลา , ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา , พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนศูนย์งานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สนาม ฮ ศปก.ตร.สน.อ.เมือง จ.ยะลา

//////////////////////////////////////////

ติดตามความคืบหน้า     พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ของกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 152  ณ ภายในค่ายสิรินทร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

///////////////////////////////////////////

บรรยายการ สร้างเครือข่าย.   นพ.ดร.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วย เลขาธิการ ศอ.บต.รับมอบหมายจาก ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต.เป็นวิทยากร บรรยาย การสร้างเครือข่ายผู้บริการแบบมีส่วนร่วมหลักสูตรผู้บริหารการสาธารณะสุข ณ โรงแรมเจบี หรรษา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

////////////////////////////////////////////

ผ้าป่าสามัคคี….เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รองนายก อบจ.ยะลา เป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง  อ.เมือง จ.ยะลา วัตถุประสงค์ เพื่อใช้ในการ บำรุงศาสนสถานของวัด

/////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ.  พ.ต.ท.ธีระพงค์ ศรีนวลขาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองรี พร้อมด้วย นิรวัฒน์ วัตตะโร และ สุนทร สมัครพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองรี ร่วมให้การต้อนรับคณะของ นิตธิ จิระนคร ที่ร่วมทำบุญถวายพระพุทธเมตตามหาบารมี ณ วัดคลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา

///////////////////////////////////////////////

เปิดหน่วยบริการ.  พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานเปิดโครงการ “หน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่” ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 เพื่อให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความช่วยเหลือในหลายด้าน เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  ณ รร.นิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์มิตรภาพ 148 ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

/////////////////////////////////////////

ป้องกันภัย.   เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รองนายก อบจ.ยะลา เปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเผชิญเหตุอัคคีภัย โดยมี สุธัญญา สุขรมย์ รองปลัด บจ.ยะลา เป็นผู้กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี  ณ ห้องประชุมศรีญาลอ. อบจ.ยะลา

//////////////////////////////////////////

เปิดโครงการ.  นฤมินทร์ อามิน รอง นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี โซฟีนา อามิน ผอ.สำนักช่าง, อาธร อุคคติ ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา

//////////////////////////////////////////////////

โชว์เสน่ห์.   มูฮำหมัดบัดรี เจ๊ะเล๊าะ ประธานอาสาสมัครเกษตร ต.พร่อน และ อับดุลเลาะ ยูโซ๊ะ ประธานแปลงใหญ่ อ.เมืองยะลา ได้นำทีมชาวบ้านโชว์เสน่ห์การทำอาหารพื้นบ้าน ด้วยการนำข้าวพันธุ์พื้นเมืองมาแปรรูปเป็น “ละซอ” และ “ละแซ” หรือขนมจีนรสเด็ดตามวิถีชาวมุสลิมใต้  ณ ศูนย์การเรียนรู้ฯ ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา

////////////////////////////////////////////////////

มูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน พร้อมด้วย สมาชิก อบต.โคกเคียน หมู่ที่ 1 ลงพื้นที่ พบปะสมาชิกสหกรณ์และผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกิจกรรมการขยายปุ๋ยน้ำอินทรีย์หมักจากปลาและเศษผัก เพื่อส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตและสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในโอกาสนี้ ได้ร่วมมอบวุฒิบัตรแก่เกษตรกรเจ้าของสวนยางพาราที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP  ณ สหกรณ์ชาวสวนบ้านโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส

///////////////////////////////////////////

ไม่ทอดทิ้ง.    ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มอบเงินเยียวยา ให้ครอบครัวน นายหมู่เอก อับดุลเลาะ ยามา อส.อ,ยะรัง จ.ปัตตานี าเสียชีวิตจาก สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้   ณ บ้านพัก อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

//////////////////////////////////////////////////

จัดกิจกรรม.  ปนมพร คงเคว็จ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 4 ตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับ ทรัพยากรน้ำสาธารณะและพื้นที่ชุ่มน้ำ ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านหินคอกควาย ระดับชั้น ป. 5 ถึง ม. 3 จำนวน 51 คน เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำ ทรัพยากรน้ำของชุมชนให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยมี อาคม บริสุทธิ์ ผอ.รร.บ้านหินคอกควาย ให้การต้อนรับ

///////////////////////////////////////////////

เปิดค่ายฯ.   ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าเขาช่อง จ.ตรัง ฐกฤต อัชณาพิพัฒ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นประธานในพิธีเปิดค่าย เยาวชนรักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569  มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 โรง

//////////////////////////////////////////////////////

ทำแผนแม่บท.  ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง บุญเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เป็นประธานในการชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บท  การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ  ในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประเด็นหลัก  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำจังหวัดตรัง  ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำ กำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

///////////////////////////////////////////////////

ร่วมทำบุญ.  วิสิทธิ์ รุจิเรข นายก อบต.รำแดง ได้นำคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลรำแดง เข้าร่วมทำบุญและร่วมสร้างสีสันในงานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดป่าขวาง ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ. สงขลา วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างโรงเลี้ยง ของวัดป่าขวาง และใช้ในกิจกรรมทางศาสนา

////////////////////////////////////////////