ในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดถึงมวยไทย 3 ยก และมวยไทย 5 ยกอย่างกว้างขวาง

หลายคนมองว่า มวยไทย 5 ยก คือ รากฐาน คือ เสน่ห์ดั้งเดิม ที่ควรอนุรักษ์ เพราะเป็นรูปแบบที่อยู่คู่เวทีมวยไทยมาอย่างยาวนาน

/////////////////////////

แต่ผู้ชมมวยไทยในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว

แฟนมวยบางกลุ่ม อาจรักมวยไทย 5 ยก เพราะชอบจังหวะ ชั้นเชิง

ขณะเดียวกัน ก็มีแฟนอีกจำนวนมากที่ชอบรูปแบบ 3 ยก ซึ่งกระชับ เร้าใจ และเข้าใจง่ายกว่า

ดังนั้น การอนุรักษ์มวยไทย จึงไม่ควรหมายถึงการบอกว่า “มีเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น” ที่ถูกต้อง

มวยไทย 5 ยก คือ ราก ขณะที่ มวยไทย 3 ยก คือ อีกหนึ่งประตูที่พาคนกลุ่มใหม่ เข้ามารู้จักมวยไทย

ทั้งสองรูปแบบ สามารถอยู่ร่วมกันได้ และต่างก็มีบทบาท ในการพามวยไทยเติบโตในแบบของตัวเอง

/////////////////////////

ทุกคนมีสิทธิ์เลือก

นักกีฬามีสิทธิ์เลือกสไตล์การชกที่ถนัด และเหมาะกับตัวเอง

ผู้ชมก็มีสิทธิ์เลือกชมการแข่งขันที่ถูกจริต และได้ติดตามนักกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบ

ส่วนผู้จัดการแข่งขัน ก็มีสิทธิ์ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

/////////////////////////

เบื้องหลังรายการหนึ่ง ไม่ได้มีแค่เสียงระฆังบนเวที

การจัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับอาชีพ ไม่ได้จบแค่การจับคู่แล้วให้นักกีฬาขึ้นเวที

รายการมีทั้งต้นทุน ความรับผิดชอบ และระบบสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อให้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และช่วยต่อยอดอาชีพของนักกีฬา

/////////////////////////

ค่าตอบแทนมีผลต่อการตัดสินใจ

นักกีฬาย่อมมองหาค่าตอบแทนที่เหมาะสม บางรายการมีค่าตอบแทนที่สูง และยังมีโบนัสตามหลักเกณฑ์ของรายการ

นอกจากนี้ ยังอาจมีโบนัสพิเศษ ที่ผู้จัดมอบให้ตามดุลยพินิจ ซึ่งที่ผ่านมาแฟน ๆ ได้เห็นนักกีฬาจำนวนมากปลดหนี้สิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเริ่มต้นสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้จริงจากโบนัสพิเศษนี้

ยิ่งมีโบนัสให้ลุ้นทุกอีเวนต์ ยิ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักกีฬาที่กำลังสร้างชื่อ ซึ่งอาจยังไม่มีโอกาสได้มีชื่อในอีเวนต์ใหญ่ ๆ

/////////////////////////

อย่ามองข้ามความปลอดภัย

ในกีฬาการต่อสู้ การบาดเจ็บ อาจไม่ได้จบแค่การประคบน้ำแข็ง บางกรณีต้องเอ็กซเรย์ ทำ MRI ผ่าตัด หรือรักษาต่อเนื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจสูง ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้าน

ผู้จัดที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬา จึงเลือกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง นั่นคือภาระต้นทุนจริง แต่ช่วยให้นักกีฬาขึ้นเวทีได้อย่างสบายใจ

/////////////////////////

ชื่อเสียงคือการต่อยอดอนาคต

ทุกวันนี้นักกีฬาและค่ายมวยที่มองการณ์ไกล ไม่ได้มองแค่ค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว

รายการที่มีฐานผู้ชมจำนวนมาก มีการถ่ายทอดสดไปยังหลายประเทศ มีระบบการตลาดที่แข็งแกร่ง มีการผลิตข่าวและคอนเทนต์ รวมถึงมีเครือข่ายสื่อที่ช่วยขยายการรับรู้ไปสู่แฟน ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วย “เพิ่มมูลค่า” ให้นักกีฬาโดยตรง

นักกีฬาหลายคนได้แฟนคลับ และได้รับความสนใจจากสปอนเซอร์ รับงานอีเวนต์ ขายสินค้า หรือมีโอกาสต่อยอดอาชีพ

ชื่อเสียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง “โดยไม่มีระบบสนับสนุน”

/////////////////////////

มวยไทยจะไปไกล ต้องเป็นธรรมและเป็นมืออาชีพ

วงการ “มวยไทย” จะเติบโตอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ต้องมีนักกีฬาที่เก่งมากขึ้น แต่ต้องมีระบบที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย

นักกีฬาที่อยากเติบโตไปสู่ระดับสากล ฝีมืออาจพาไปถึงโอกาสได้ แต่ความเป็น “มืออาชีพ” จะเป็นสิ่งที่ทำให้ความน่าเชื่อถือ ที่มีต่อตัวนักกีฬายืนหยัดได้นาน

/////////////////////////

ความเป็นมืออาชีพ เริ่มจากการเคารพข้อตกลง

ในทุกวงการอาชีพ เมื่อแต่ละฝ่ายตกลงทำงานร่วมกัน เพราะมองเห็นโอกาสและประโยชน์ที่จะได้รับ ก็ย่อมมาพร้อม “ข้อตกลง”

เมื่อครบพันธะต่อกันแล้ว จะต่อสัญญาหรือแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางใหม่ ก็เป็นเรื่องปกติ

“ข้อตกลง” จึงไม่ได้มีไว้เพื่อปิดกั้นใคร แต่เป็น “เรื่องพื้นฐาน” ที่วงการกีฬาอาชีพทำกันเป็นเรื่องปกติเพื่อรักษาความเป็นธรรมของทุกฝ่าย

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะทำให้มวยไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การทำให้คนรักมวยไทยต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

แต่คือการเคารพกันในความแตกต่าง เคารพกติกา เคารพข้อตกลง และเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย

*** หมายเหตุ : บทความจาก ONE