โลกของกีฬากอล์ฟอาชีพ บ่อยครั้งชัยชนะถูกตัดสินด้วย “หัวใจ” ที่นิ่งพอในวันที่ความกดดันโถมเข้าใส่

รอบสุดท้ายของการแข่งขัน “ควีนส์คัพ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026” เผยให้เห็นมุมมองอันลึกซึ้งของ “ไท่ซู” เอกปริษฐ์ หวู่ หลังจากการคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ซึ่งเต็มไปด้วยความกดดันระดับมหาศาล

เบื้องหลังความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยการควบคุมสติขั้นสูงสุด

เมื่อถูกระดับท็อปประเทศไล่ล่า

ความกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มาจากเพื่อนร่วมก๊วนที่เป็นถึงนักกอล์ฟระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “แจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์

การต้องลงเล่นในฐานะผู้นำ และมีผู้ไล่ล่าดีกรีแชมป์เอเชียน ทัวร์ และมือระดับท็อปของประเทศจ้องอยู่ข้างหลัง คือบททดสอบที่ไท่ซูยอมรับตรงๆ ว่า “รู้สึกอึดอัดมาก”

ความอึดอัดนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มที่หลุม 14 เหมือนที่หลายคนคิด แต่มันเริ่มสตาร์ตตั้งแต่วันก่อนหน้า จนถึงทีออฟหลุมแรกในตอนเช้า

“การที่มีเขาตาม ซึ่งมันรู้สึกอึดอัดมากครับ… เขาก็พยายามที่จะตีตื้นขึ้นมา หน้าที่ของผมคือพยายามที่จะหนีออกห่างให้ได้มากที่สุด”

การต่อสู้ในวันสุดท้ายจึงไม่ใช่แค่การทำเบอร์ดี้เพื่อชนะสนาม แต่เป็นการรักษาเสถียรภาพทางอารมณ์เพื่อไม่ให้ “ความกลัว” เข้ามาทำลายจังหวะของตัวเอง

“ไม่พร้อม” แต่ “ไม่ยอมแพ้”

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือ เอกปริษฐ์ ออกตัวว่าเขาไม่ได้เป็นผู้เล่นที่พร้อมที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ วงสวิงยังอยู่ในช่วงปรับปรุงและพัฒนาร่วมกับโค้ช แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคกลับถูกชดเชยด้วยระเบียบวินัยและการนำสิ่งที่ซ้อมมาใช้อย่างถูกจังหวะ

เขามองความกดดันและการพลาดช็อตในสนามว่าเป็นเรื่องธรรมดาของกีฬากอล์ฟ การยอมรับความจริงข้อนี้ทำให้เขาสามารถปล่อยผ่านความผิดพลาดและมองให้มันเป็นเพียงบทเรียนระหว่างเกม

“ตัวผมเองพยายามจะให้รีแลกซ์ที่สุด… ถึงกดดันไปมันไม่ช่วยอะไร ก็พยายามมองให้เกมสนุกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช็อตที่พลาดมันเป็นเรื่องปกติของกีฬากอล์ฟอยู่แล้ว แต่ว่าผมจะมองให้มันเป็นเหมือนบทเรียนแล้วก็ปล่อยผ่าน พยายามให้เกมมันง่ายที่สุด”

จนกว่าจะจบ…ไม่มี “คอมฟอร์ตโซน”

สำหรับนักกอล์ฟหลายคน ชัยชนะอาจเริ่มเห็นเค้าลางในหลุมท้ายๆ แต่สำหรับเอกปริษฐ์ ในวันสุดท้าย ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เขารู้สึกว่าถ้วยรางวัลอยู่ในมือแล้ว แม้กระทั่งในหลุมสุดท้ายที่เห็นคู่แข่งอย่าง แจ๊ส พัตต์หลุดไปก่อน เขาก็ยังต้องดึงสติกลับมาอยู่กับลูกตรงหน้า เพราะในสภาวะที่หัวใจเต้นแรง การพัตต์ระยะใกล้ก็กลายเป็นเรื่องยากได้เสมอ

“จริงๆ ไม่มีเลยครับ (จุดที่คิดว่าแชมป์ไม่หลุดมือ) คือผมแค่รู้สึกว่าทุกหลุมมีโอกาสพลาดได้เสมอ และทุกหลุม คนที่ตามสามารถทำสกอร์ขึ้นมาตีตื้นหรือนำได้… แม้เห็น แจ๊ส พัตต์หลุดไป รู้สึกโล่งใจระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะทำพัตต์เดียวหรือสองพัตต์ในมุมของผม เพราะมันมีอาการตื่นเต้นมากๆ”

เกียรติยศและครอบครัว

“แรงใจ” เบื้องหลังของไท่ซู ลูกน้อยในครรภ์วัย 4 เดือนของภรรยา คือพลังงานขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้เขาอดทนต่อสู้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ภรรยาเปลี่ยนบทบาทจากอดีตแคดดี้คู่ใจ มาเป็นผู้ชมอยู่ข้างสนามในวันที่เขาชูถ้วย เอกปริษฐ์ ตอบด้วยรอยยิ้มและแววตาที่หนักแน่นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เธอก็คือภรรยาและเป็นแรงผลักดันทั้งหมดในชีวิตของเขา

และการคว้าแชมป์แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่มันคือ “เกียรติยศอันสูงสุดของครอบครัว” ที่จะถูกส่งต่อและจดจำ.