มหากาพย์การยึดครองอวกาศของมนุษยชาติกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปีนี้ เมื่อ อีลอน มัสก์ชายที่รวยที่สุดในโลกประกาศเดินหน้าแผนการส่งจรวดจากโลกเพื่อขนส่งวัสดุอุปกรณ์ชุดแรกไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างอาณานิคมนอกโลก โดยมี “ผู้อยู่อาศัย” กลุ่มแรกเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “ออพติมัส” ของบริษัทเทสลา
แผนการของมัสก์คือการใช้กองทัพหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการรอดชีวิตของมนุษย์ล่วงหน้า โดยล่าสุดเขาได้ปรับพิมพ์เขียวของบริษัทสเปซเอ็กซ์ของเขาให้หันมาเน้นเรื่องการสร้างชุมชนที่ดวงจันทร์เป็นหลัก เนื่องจากอยู่ใกล้โลกมากกว่า และคาดว่าจะสร้างเมืองบนดวงจันทร์ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ภายใน 10 ปี

ส่วนดาวอังคารนั้น มัสก์ยังคงมองโลกในแง่ดีว่าจะสามารถส่งโครงสร้างพื้นฐานไปถึงที่นั่นได้ภายใน 7 ปี และตั้งเป้าว่าจะสร้างเมืองที่พึ่งพาตัวเองได้บนดาวสีแดงนี้ในช่วงปี 2588 – 2598
สัปดาห์นี้ มัสก์ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการสัญญานุกรรมการสื่อสารแห่งชาติ (FCC) เพื่อส่งดาวเทียมอีก 100,000 ดวงขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งทางสเปซเอ็กซ์ระบุว่า นี่คือระบบเครือข่ายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างโลกกับอวกาศ และให้พลังประมวลผลมหาศาลแก่ระบบเอไอที่จะใช้งานบนดวงจันทร์
“ถ้าคุณมีระบบเอไอที่เก่งมากๆ คุณจะเอาไปใส่ไว้ในหุ่นยนต์ทุกตัวหรือ? ไม่หรอก คุณต้องมีระบบประมวลผลส่วนกลาง และนั่นคือประโยชน์ของดาวเทียมพวกนี้” จิม แคนเทรลล์ หนึ่งในทีมผู้ร่วมก่อตั้งสเปซเอ็กซ์อธิบาย “หุ่นยนต์จะสร้างนิคมให้เสร็จก่อนที่มนุษย์จะไปถึง และถ้ามัสก์ไม่ทำอะไรแผลงๆ หรือโดนใครเก็บไปซะก่อน เขาจะอยู่ทันเห็นมันด้วยตาตัวเองอย่างแน่นอน”
The Road to Making Life Multiplanetary: an update from @elonmusk on SpaceX's plan to reach Mars pic.twitter.com/d2cnsVKK80
— SpaceX (@SpaceX) May 29, 2025
มัสก์และทีมงานวางแผนและคาดการณ์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการสร้างชุมชนต่างโลกโดยแบ่งเป็น 4 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้คือ
1. ระบบขนส่งอวกาศ
การขนส่งวัสดุน้ำหนักหลายล้านตันออกนอกชั้นบรรยากาศโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าจรวด “สตาร์ชิป” ของสเปซเอ็กซ์ จะพิสูจน์แล้วว่าสามารถออกตัวสู่อวกาศ แยกชั้นจรวด และกลับสู่โลกได้สำเร็จ แต่ยังไม่เคยผ่านการทดสอบเติมเชื้อเพลิงกลางอวกาศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเดินทางไกล ยิ่งไปกว่านั้น มัสก์เผยว่าเขากำลังวางแผนออกแบบจรวดขนส่งที่มีขนาดใหญ่กว่าสตาร์ชิปขึ้นมาอีก เพื่อรองรับการขนย้ายเครื่องจักรหนักที่จะใช้สร้างเมือง
2. ดวงจันทร์: สนามซ้อมก่อนไปดาวอังคาร
เป้าหมายสูงสุดของมัสก์คือการสร้างชุมชนบนดาวอังคาร แต่ดวงจันทร์คือสนามทดลองที่ดีที่สุด เพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วัน (ขณะที่ดาวอังคารใช้เวลาถึง 6 เดือน) เลส จอห์นสัน อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลของ “นาซา” กล่าวว่า “ถ้ามีอะไรผิดพลาดบนดวงจันทร์ เรายังพาคนกลับบ้านหรือส่งอะไหล่ไปเติมได้เร็ว เราจะได้เรียนรู้ระบบทั้งหมดที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดเมื่อไปถึงดาวอังคาร”
กระบวนการเหล่านี้สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาล หลังจากขนส่งสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ ก็ต้องมีการเปิดหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์อุปกรณ์และเครื่องจักรเหล่านี้ ต่อมาจึงเป็นเรื่องของการผลิตพลังงานจากโซลาร์เซลล์ การหาน้ำ ออกซิเจน และการสร้างที่อยู่อาศัย

3. ส่งหุ่นยนต์ไปลุยแทนมนุษย์
เหตุผลที่ต้องส่งหุ่นยนต์ออพติมัสไปก่อน เพราะมนุษย์มีเงื่อนไขในการรอดชีวิตที่ซับซ้อนเกินไป แคนเทรลล์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของแฟนทอม สเปซ คอร์เปอเรชัน) ระบุว่า “มนุษย์ต้องกิน ขับถ่าย บริโภค และหายใจเข้าออก ปล่อยความชื้นและละอองน้ำ… แต่หุ่นยนต์ต้องการแค่แสงแดดเพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า และหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามข้อต่อเป็นครั้งคราวเท่านั้น”
การผสานซอฟต์แวร์ของบริษัทเอ็กซ์เอไอ (บริษัทสตาร์ทอัปด้านเอไอของมัสก์) เข้ากับหุ่นยนต์ของเทสลา จะกลายเป็นกลยุทธ์สร้างอาณานิคมแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

4. การปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การยังชีพ
เมื่อหุ่นยนต์เตรียมพื้นที่แล้ว มนุษย์ยุคแรกบนดวงจันทร์ยังต้องพึ่งพาระบบผลิตพลังงาน ซึ่งจอห์นสันมองว่าการขนส่งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กไปติดตั้งให้มนุษย์ใช้งานนั้นทำได้ไม่ยาก แต่การหาน้ำจะยากกว่า เพราะน้ำบนดาวอังคารน่าจะอยู่ใต้ดินและอยู่ในรูปของน้ำแข็ง จึงต้องใช้หุ่นยนต์เจาะลงไป นอกจากนี้ยังต้องใช้หุ่นยนต์ผลิตเชื้อเพลิงจรวดขากลับจากชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร และรีไซเคิลออกซิเจนผ่านกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าแบบเดียวกับที่ใช้บนสถานีอวกาศนานาชาติ
ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตของมนุษย์ยุคบุกเบิกกลุ่มแรกจะเป็นอย่างไร? จอห์นสัน ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “มันจะน่าตื่นเต้น น่าเบื่อ และน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน น่าตื่นเต้นเพราะคุณได้อยู่บนดาวอังคาร น่าเบื่อเพราะคุณต้องอุดอู้อยู่แต่ในสิ่งปลูกสร้างตลอดเวลา และน่ากลัว… เพราะถ้าก้าวพลาดออกไปนอกผนังอะลูมิเนียมของตัวอาคารเพียงก้าวเดียว นั่นหมายถึงความตายในทันที”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : REUTERS, SpaceX



