แม้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ในฐานะคู่สัญญาร่วมทุน ได้ยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่า “ไม่ได้ถอนตัว” เพียงแต่ยื่นใช้สิทธิตามสัญญายุติการร่วมลงทุน
ขณะที่ “จุฬา สุขมานพ” เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ได้สะท้อนภาพ “ความจริง” ให้เห็นว่า การยื่นใช้สิทธิยุติสัญญา ก็ไม่ต่างจาก คนที่แต่งงานกันแล้วหย่า เพื่อยุติความสัมพันธ์
หมายความว่า… ณ เวลานี้ สิทธิและหน้าที่ตามสัญญา รวมถึงการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ได้สิ้นสุดลงในทางพฤตินัยแล้ว
ขณะที่ปฏิกิริยาแข็งกร้าวจากทำเนียบรัฐบาล โดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันว่า “เอกชนจะขอยกเลิกสัญญาเองไม่ได้” พร้อมตอกย้ำหลักการว่าผู้รับเหมาหรือเอกชนที่เข้ามาประมูลงานรัฐต้อง “รับสภาพ” และเงื่อนไข ตั้งแต่แรก
หากทิ้งงาน นอกจากจะถูกริบหลักประกันแล้ว รัฐบาลเตรียมมาตรการลงดาบขั้นรุนแรงด้วยการ “ขึ้นบัญชีดำ” ห้ามเข้าประมูลงานรัฐอีกต่อไป
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้มอบหมายให้“ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี เร่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ เพื่อจัดการกับปัญหารับเหมาทิ้งงานให้รวดเร็วและเด็ดขาดยิ่งขึ้น
ถามว่า…ในประเทศอื่น ๆ เค้าเป็นกันแบบนี้มากน้อยแค่ไหน? ตอบได้เลย ว่า ปัญหาความล่าช้าและการปรับเปลี่ยนสัญญาระหว่างทางไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีบทเรียนสำคัญที่ไทยควรศึกษา
อย่างในกรณีของโครงการ HS2 หรือไฮสปีด 2 ของอังกฤษ ที่…เผชิญปัญหาต้นทุนบานปลายมหาศาลและการเวนคืนที่ดินที่ล่าช้า จนรัฐบาลอังกฤษต้องตัดสินใจ “หั่น” เส้นทางเฟส 2 (ช่วงขยายไปแมนเชสเตอร์) ออกไป เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลัง
บทเรียน! คือ…. การประเมินความเสี่ยงร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงตั้งแต่ต้น
หรือ… กรณีของไต้หวันไฮสปีด ที่ในช่วงแรกเอกชนผู้รับสัมปทานประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากยอดผู้โดยสารที่ไม่เป็นไปตามเป้า จนเกือบเผชิญภาวะล้มละลาย
สุดท้าย…รัฐบาลไต้หวันต้องเข้ามา “เพิ่มทุน” และปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคที่ประเทศขาดไม่ได้
วิกฤตการณ์ลากยาวของโครงการไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบินนี้ กินเวลาคาราคาซังมานานกว่า 8 ปี ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่บวกของการล้างไพ่ และ…แง่ลบที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าเสียโอกาส
ในแง่บวก ก็ถือว่าเป็นการรักษาวินัยการคลัง ซึ่งการไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้อง ที่เกินขอบเขต ถือ เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ไม่ให้เกิดวัฒนธรรม “ฟันราคาประมูล แล้วมาขอแก้สัญญาเพื่อรีดผลประโยชน์ทีหลัง”
ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสปรับรูปแบบที่ตอบโจทย์ได้จริง เช่นอาจไม่จำเป็นต้องยึดติดกับ “รถไฟความเร็วสูง” เสมอไป แต่อาจปรับเป็นระบบรางระยะ 160 กิโลเมตร หรือรถไฟความเร็วปานกลาง ซึ่งตอบโจทย์การขนส่งและประหยัดงบประมาณได้มากกว่า
แต่ใช่ว่าการสิ้นสุดสัญญา การเลิกโครงการจะมีแต่ผลดี เพราะก็มีผลเสียไม่น้อยเช่นกัน ทั้งเรื่องของ ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติสั่นคลอน
เพราะรถไฟ 3 สนามบินคือ “หัวใจ” ของอีอีซี เมื่อโครงการหลักสะดุด ย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของทุนต่างชาติ ที่กำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตมาไทย รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการระดับแมคเนต อาจชะลอแผนออกไป
เหนือสิ่งอื่นใดก็เป็นเรื่องของต้นทุนค่าเสียโอกาสและคดีความลากยาว ซึ่งในระหว่างนั้น ประเทศย่อมสูญเสียโอกาสในการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจ และเสี่ยงที่จะเกิด “ซากตอคอนกรีต” ทิ้งร้างกระจายอยู่ทั่วประเทศ
การ “ใช้สิทธิตามสัญญา” เพื่อหยุดสัญญา ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า โครงการร่วมทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิ้นนี้ได้เดินมาถึงทางตันแล้ว
โจทย์หินของรัฐบาลหลังจากนี้..ไม่ใช่การหันกลับไปถกเถียงหรือรื้อฟื้นอดีต แต่คือการ “จำกัดความเสียหายและสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุด”.
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



