นับตั้งแต่อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หนึ่งสัปดาห์หลังการโจมตีทางอากาศสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขา เมื่อสิ้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา สถานที่อยู่ของโมจตาบายังคงเป็นปริศนา ทั้งสำหรับชาวอิหร่านและทั่วโลก
การที่โมจาตาบาไม่ปรากฏตัวในพิธีศพหลักของบิดา สมบูรณ์แบบมากจนไม่มีแม้แต่ข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ผู้คนต้องคาดเดาถึงแผนการของเขาสำหรับอิหร่าน ในช่วงเวลาที่วุ่นวายในประวัติศาสตร์ 47 ปีของประเทศ
แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า โมจาตาบาได้รับการช่วยเหลือจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ที่ทรงอิทธิพล และได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและส่วนอื่น ๆ จากการโจมตีทางอากาศ ซึ่งเขายังคงเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน และการที่ไม่มีภาพหรือบันทึกเสียงใหม่ใด ๆ เป็นเพราะเหตุผลด้านสุขภาพและความมั่นคง
ทว่าหลังจากความขัดแย้งกับสหรัฐปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ บทบาทและสุขภาพของโมจตาบา จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
ชาวอิหร่านคนหนึ่งกล่าวว่า เขาเข้าใจว่าจากมุมมองด้านความปลอดภัย โมจตาบาไม่ควรปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่อิหร่านในขณะนี้เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ซึ่งผู้นำสูงสุดจำเป็นต้องปรากฏตัว แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บก็ตาม เพราะประชาชนต้องการเห็นว่าประเทศมีผู้นำ และเขากำลังบริหารประเทศอยู่
อนึ่ง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้นำสูงสุดอิหร่านนั้นอยู่ในระดับ “สูงมาก” เมื่อพิจารณาถึงการลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในการโจมตีครั้งแรกของสหรัฐและอิสราเอล ในสงครามที่ไม่ได้ประกาศอย่างทางการ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูต เพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างสองประเทศพันธมิตรกับอิหร่าน
คำแถลงอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับอาการของโมจตาบา มาจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ซึ่งกล่าวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เขาได้พบกับโมจตาบา และอาการของผู้นำสูงสุดอิหร่านกำลังดีขึ้น ขณะที่ไออาร์จีซียังคงควบคุมประเทศอย่างเข้มงวด แต่ถึงอย่างนั้น มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า โมจตาบาจะสามารถหลบซ่อนตัวได้นานแค่ไหน
“คุณจะมีการสืบทอดตำแหน่งที่น่าดึงดูดใจได้อย่างไร ในเมื่อผู้สืบทอดตำแหน่งคนนั้นไม่อยู่ และมันจะเป็นปัญหาสำหรับพวกเขา ซึ่งแม้จะประคองตัวไปได้ในตอนนี้ แต่มันจะไม่ยั่งยืนในระยะยาว” นายอาลี อันซารี ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์สมัยใหม่ จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส ในสกอตแลนด์ กล่าว
ทั้งนี้ การไม่ปรากฏตัวของโมจตาบา เริ่มสร้างความไม่สบายใจให้กับชาวอิหร่าน โดยหลายคนมองว่าการที่ผู้นำสูงสุดไม่อยู่ ทั้งที่ตอนนี้สงครามสิ้นสุดลงแล้ว จะนำไปสู่ความไม่แน่นอนและความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังพิธีฝังศพของอดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ
โมจตาบาขาดคุณสมบัติทางศาสนา และแตกต่างจากบิดาตรงที่เขาไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองที่มีอิทธิพลด้วยตนเอง แต่โมจตาบาบริหารสำนักงานขนาดใหญ่ของบิดา และเครือข่ายความสัมพันธ์ทั่วประเทศ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับไออาร์จีซี
ปัจจุบัน อิหร่านยังคงจมอยู่กับความขัดแย้ง แม้มีการสงบศึกเป็นระยะ เศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการคว่ำบาตร และเกิดเหตุความไม่สงบครั้งใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้น ผู้นำสูงสุดของประเทศยังคงเป็น “บุคคลที่เป็นปริศนา”.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



