ครูสอนงานไม้คนหนึ่งในเมืองชเตนดาล รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ ทางตะวันออกของเยอรมนี จุดชนวนการโต้เถียงเกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองในห้องเรียน ก่อนการเลือกตั้งระดับภูมิภาคที่จะมีขึ้นในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโรงเรียน หากพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ที่เป็นฝ่ายขวาจัด ชนะการเลือกตั้ง


นายแม็กซ์ เฮกเคล ถูกรายงานไปยังสำนักงานโรงเรียนของรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ เมื่อปีที่แล้ว ภายหลังการสนทนากับนักเรียนคนหนึ่งที่ถามคำถามขณะเก็บกวาดห้องหลังเลิกเรียนว่า เขาลงคะแนนเสียงให้กับพรรคเอเอฟดีหรือไม่ ซึ่งเฮกเคลอธิบายว่า เขาไม่โหวตให้พรรคนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะสำนักข่าวกรองภายในของเยอรมนี (บีเอฟวี) ขึ้นบัญชีพรรคเอเอฟดี ในฐานะ “กลุ่มหัวรุนแรงขวาจัด”


หลายสัปดาห์ต่อมา เฮกเคลได้รับคำเตือนอย่างเป็นทางการ จากการละเมิดกฎระเบียบที่กำหนดให้ครูต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในห้องเรียน และนับตั้งแต่นั้นมา เขาถูกต่อว่าทางออนไลน์ ถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรง รถยนต์ของเขาถูกทำลาย และถูกกล่าวโจมตีจากนักการเมืองอาวุโสของพรรคเอเอฟดี ซึ่งเฮกเคลโต้แย้งว่าการตำหนิเหล่านั้น “ไม่ชอบธรรม”


เฮกเคลกล่าวว่า แม้ครูมีหน้าที่ปกป้องรากฐานประชาธิปไตยของเยอรมนี แต่เพื่อนร่วมงานหลายคนกลับไม่กล้าแสดงออก เนื่องจากกลัวการลงโทษทางวินัย รวมถึงการต่อต้านจากบุคคลภายนอก


กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โรงเรียนในเยอรมนีตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 6 ก.ย. นี้ เพื่อไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคเอเอฟดี ซึ่งผลสำรวจบ่งชี้ว่าพรรคอาจได้รับคะแนนเสียงประมาณ 40% ส่วนพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี (ซีดียู) ที่เป็นฝ่ายกลางขวา ของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี อาจได้รับคะแนนเสียงไม่ถึง 30%


ด้านนายอุลริช ซิกมุนด์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งมุขมนตรีรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ จากพรรคเอเอฟดี กล่าวว่า พรรคจะขจัดอิทธิพลทางการเมืองให้หมดไป ตามส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาในวงกว้าง โดยต้องการให้การเรียนการสอนเป็นกลาง เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างมุมมองของตนเองเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในประเทศได้


อนึ่ง พรรคเอเอฟดีหวังที่จะจัดตั้งรัฐบาลระดับภูมิภาคเป็นครั้งแรกในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ และมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งระดับชาติ และการถกเถียงเกี่ยวกับบทสนทนาในห้องเรียนที่เมืองชเตนดาล ชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดที่กว้างขวางขึ้นในอนาคต
อันที่จริง รัฐต่าง ๆ ของเยอรมนี มีอำนาจครอบคลุมประเด็นวัฒนธรรมและการศึกษา แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นอิสระก็ถูกจำกัดด้วยความจำเป็นในการสร้างมาตรฐานระดับชาติ


ทั้งนี้ การศึกษาในเยอรมนีมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการศึกษาถูกออกแบบมาส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันอุดมการณ์นาซีในช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 โดยเด็กนักเรียนถูกบังคับให้เรียนรู้มานานหลายสิบปี เกี่ยวกับความโหดร้ายในช่วงสงคราม ที่กระทำในนามของ “ความบริสุทธิ์ทางเชื้อชาติ” และความเป็นใหญ่ของชาติ


พรรคเอเอฟดีเชื่อว่า ธรรมเนียมการยอมรับอดีตที่มีมานานหลายทศวรรษ สร้างความรู้สึกผิดและบั่นทอนความภาคภูมิใจในชาติ พร้อมกับเสริมว่า ระบบการศึกษาของเยอรมนีอ่อนแอลง เพราะมาตรฐานที่ตกต่ำ และหน้าที่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น การบูรณาการเด็กจากครอบครัวผู้ลี้ภัย


ในทางตรงกันข้าม พรรคซีดียู และพรรคการเมืองกระแสหลักอื่น ๆ มองว่าพรรคเอเอฟดีคุกคามที่จะบ่อนทำลายฉันทามติหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมุ่งเสริมสร้างรากฐานของสังคมประชาธิปไตย ขณะที่ผู้วิจารณ์พรรคเอเอฟดีกล่าวว่า การตีความความเป็นกลางของพรรคเอเอฟดี จะจำกัดการอภิปรายอย่างมีข้อมูล และความสามารถของเด็กในการตัดสินใจ.


ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS