สำนักข่าวรอยเตอร์สพบว่า นักธุรกิจเศรษฐีชาวกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพลที่ควบคุมอาณาจักรการพนัน เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการฉ้อโกงระดับอุตสาหกรรมและการค้ามนุษย์
เอกสารสัญญาเช่าลงวันที่เดือน มี.ค. 2567 เผยให้เห็นว่า กลุ่มธุรกิจ “ลิม เฮง กรุ๊ป” ให้เช่าอาคารบนพื้นที่ซึ่งใช้ร่วมกับกาสิโนแห่งหนึ่งของกลุ่มบริษัท ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด
อาคารเหล่านี้มีห้องต่าง ๆ ที่ถูกดัดแปลงให้ดูเหมือนสถานีตำรวจและสำนักงานธนาคารจากหลายประเทศ ซึ่งเป็นฉากหลังสำหรับขบวนการแอบอ้างตัวตนที่หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก ตามการสัมภาษณ์กับทหารไทยและผู้ที่ทำงานในอาคารเหล่านั้น รวมถึงการเยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าว 2 ครั้งโดยรอยเตอร์สในปีนี้

อนึ่ง รอยเตอร์สเป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าของลิม เฮง กรุ๊ป กับอาคารที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกาสิโน “รอยัลฮิลล์” เพียงไม่กี่สิบเมตร แต่รอยเตอร์สไม่พบหลักฐานว่า ลิม เฮง กรุ๊ป มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้ามนุษย์หรือการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้
กลุ่มพันธมิตรเพื่อการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา (ซีเอชอาร์เอซี) และนายพิเสธ ดุช ทนายความในกรุงพนมเปญ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระบุว่า อัยการสามารถตั้งข้อหาเจ้าของที่ดินของศูนย์หลอกลวงได้ หากการสอบสวนพบว่า พวกเขารู้เห็นเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินในทางที่ผิดกฎหมาย และปล่อยให้ดำเนินต่อไป
ด้านพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้นำการสอบสวนการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในศูนย์หลอกลวงข้างต้น กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เยี่ยมชมสถานที่ว่า กลุ่มอาชญากรชาวจีนเป็นผู้ก่อเหตุฉ้อโกงที่รอยัลฮิลล์ โดยไม่ระบุตัวตนของพวกเขาอย่างเจาะจง

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ตั้งของศูนย์หลอกลวงจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยแก๊งอาชญากรที่นำโดยชาวจีน ที่กักขังเหยื่อการค้ามนุษย์และบังคับให้พวกเขาทำการหลอกให้เป้าหมายหลงรัก หรือแอบอ้างเป็นตำรวจ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐประเมินว่า ชาวอเมริกันสูญเสียเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 336,000 ล้านบาท) ให้กับมิจฉาชีพในภูมิภาคนี้ในปี 2567
ขณะที่ นายโสพัล เอียร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา ผู้ศึกษาการเมืองของกัมพูชา กล่าวว่า กาสิโนในกัมพูชามักถูกควบคุมโดยนักธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงทางการเมือง โดยหนึ่งในนั้นคือ นายลิม เฮง
รัฐบาลกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะกำจัดศูนย์หลอกลวงให้หมดไป แต่กลับอธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ารอยัลฮิลล์เป็นเพียง “โรงแรม” เท่านั้น” แม้รูปภาพสถานีตำรวจและธนาคารปลอมที่พบในอาคาร ถูกเผยแพร่โดยสื่อทั่วโลกในปีนี้แล้วก็ตาม

ทั้งนี้ สัญญาเช่าระบุว่า รอยัลฮิลล์จะให้ชาวจีนคนหนึ่งเช่าอาคาร 3 หลังในพื้นที่เป็นเวลา 2 ปี ในราคา 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 6.7 ล้านบาท) ซึ่งราคาดังกล่าวสูงมากสำหรับอาคาร 3 หลังในเมืองชายแดนที่เงียบสงบ ส่วนอาคารอเนกประสงค์ในย่านที่อยู่อาศัยหรูหราในกรุงพนมเปญ ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับอาคารที่ใหญ่ที่สุดของรอยัลฮิลล์ ถูกโฆษณาในเดือน พ.ค. ในราคา 25,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (840,000 บาท)
นายไชย สินะฤทธิ์ รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชา ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ กล่าวว่า รัฐบาลพนมเปญมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อต่อสู้กับขบวนการหลอกลวง และกัมพูชากำลังสอบสวนปฏิบัติการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหาในพื้นที่รอบรอยัลฮิลล์ แต่กองกำลังรักษาความปลอดภัยของประเทศไทย ควรส่งคืนสถานที่ที่ยึดครองไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบสวน.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



