เกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลกรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026 ถือเป็น “ดรีมไฟนอล”
เพราะเป็นการโคจรมาเจอกันของ 2 ทีมในเครือ “จตุรมิตร” อย่าง “ชงโคม่วงทอง” กรุงเทพคริสเตียน พบ “สุภาพบุรุษชมพูฟ้า” สวนกุหลาบ
นับว่าถูกคู่ถูกเวลาอย่างมาก
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปีนี้ ถือเป็นชุด “ออลสตาร์” เหล่าบรรดานักเตะดีกรีทีมชาติไทยอยู่กันล้นทีม
นำโดย “กัปตันเซปัก” จอมพล หอมบุญมา, “เจ้าปั๊ป” ปรเมศ ละอองดี และ “เจ้ากาย” ภานุพงศ์ พบสระใหญ่
ด้วยสไตล์การเล่นบอลที่เป็นระบบ มีวิธีการเล่นที่ยืดหยุ่น สามารถสลับตำแหน่งกันได้ในแดนบน

แม้ว่า “เจ้าฟาน” ณัฐกิจ โพธิ์ศรี ต้องไปเก็บตัวกับการท่าเรือ เอฟซี แต่การกลับมาของ “อายาน สำราญ โบ๊ท” เด็กหนุ่มอินเดีย ที่มีความเร็วและไปกับบอลได้ดี ทำให้แนวรุกของ “คริสเตียน” ยังอันตรายสุดๆ
แดนกลางของ กรุงเทพคริสเตียน ถือว่าค่อนข้างแน่น ภานุพงศ์ วันอ่อน ยืนจับคู่กับ กฤตวัตน์ นราฤทธิ์ ด้วยสไตล์การต่อบอล และเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุก ในแดนกลาง กรุงเทพคริสเตียน ดูเป็นต่อ
เกมรับก็ถือว่า เติมเกมได้ดี ทั้งแบ๊กซ้าย และแบ๊กขวา ที่ทั้ง ธนพล คีรีทศ กับ วิศรุต ภูมิศรีแก้ว คอยเติมขึ้นมสูงมาช่วยเกมริมเส้น
คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็เข้าบอลได้หนักหน่วง สไตล์ดุดันทั้ง ปพนธีร์ เสริฐศรี และ ธนภัทร เพชรวงศ์
ด้าน สวนกุหลาบวิทยาลัย “แชมป์เก่า” ถึงแม้ชื่อชั้นนักเตะจะดูเป็นรอง และไม่มีดาวดังติดทีมชาติ
แต่สไตล์การเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น และ 4 แบ๊กโฟร์ที่โดดเด่น ถือเป็นคีย์สำคัญในการพาทีมเข้ามาลุ้นป้องกันแชมป์
นันทปรีชา พรมขันธุ์ , ปกป้อง มณีเดชาประเสริฐ, ภัทรพงศ์ ศรีทอง และกัปตันทีม ดนุเดช กันโอภาส คือชุดกองหลังที่ดีที่สุดชุดหนึ่งในทัวร์นาเมนต์

ในวงการฟุตบอล มีวลีอมตะที่บอกว่า “เกมรุกที่ดีจะพาทีมชนะ แต่เกมรับที่ดีจะพาทีมเป็นแชมป์”
สวนกุหลาบ ชุดนี้ ก็เป็นประมาณนั้น ยิ่งกว่านั้น “เด็กสวน” ปีนี้ ยังดูครบเครื่องกว่าปีที่แล้วด้วย
เกมรุกชมพูฟ้า ถือว่าโดดเด่นมากกว่าปีก่อน รวมถึงทีเด็ดลูกนิ่งก็แพรวพราวกว่า ทั้งจาก “จริงจัง” วชิรวิทย์ และ “พี ซูเปอร์เทน” สุวิน
หน้าเป้า ยังมีวิญญาณเพชรฆาต ของ “ไหมรถถัง” ธีรเทพ รถาพล หัวหอกหุ่นตัว ที่ปีนี้มาแบบท็อปฟอร์ม ทำให้แดนหน้ามีตัวเก็บบอล และเกมโต้กลับอันตรายขึ้น
เกมตรงกลางของสวนกุหลาบ ยังมี 2 มิดฟิลด์ ที่สลับบทบาทกันได้ทั้งรุก และรับ
“เจ้าอาฟ” พีรธัช ปัดทุม คือตัวเชื่อมเกม วิ่งขึ้น-ลง คอยคุมเกม ขณะที่ พีรณัฐ บัวเนี่ยว ดุแลเกมรับเป็นพิเศษ คอยตัดบอล วิ่งเป็นมดงาน ที่คุมจังหวะเกมดีด้วย

และที่ขาดไม่ได้ ก็คือ “ผู้รักษาประตู” ตำแหน่งที่ สวนกุหลาบ ไม่เคยขาด “มือดี”
ปีก่อนพวกเขามีผู้รักษาประตูที่โดดเด่นถึงขั้นคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ที่ได้แชมป์คือ “เจ้าวอย” ธีธัช เกลาฉีด
มาปีนี้ก็เติมเต็มด้วย “เจ้าคูณ” ปิยวัฒน์ จงมงคลเสถียร ที่โชว์เซฟเป็นมือปลาหมึก พาทีมผ่าน ปทุมคงคา และ อัสสัมชัญศรีราชา มาได้สำเร็จ
เทียบแล้วจึงมีดีทั้ง 2 โรงเรียน และคงเป็นเกมที่สูสีมาก แถมพะยี่ห้อ “จตุรมิตร” ยิ่งการันตีความมันส์ และการรันตีได้เลยเรื่องความเดือด ทั้งในสนาม และบนสแตนเชียร์
แต่จุดตัดสินเกมจริงๆ น่าจะเป็นการวัดความคมกันของ 2 กองหน้า ที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในรายการคือ “เซปัก” จอมพล หอมบุญมา กับ “เจ้าไหมรถถัง” ธีรเทพ รถาพล
ใครใช้โอกาสไม่เปลือง และคมกว่า ทีมก็ได้แชมป์ไป.



