นายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีบราซิล ถูกกักบริเวณที่บ้านพัก หลังศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานวางแผนก่อรัฐประหารเพื่อล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2565 แต่อวตารที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ช่วยให้เขาปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิด ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายฟลาวิโอ โบลโซนารู บุตรชายคนโตของเขา และวุฒิสมาชิกบราซิล ทำให้เกิดคำถามว่า เอไออาจเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในเดือน ต.ค. นี้ได้อย่างไร


“ไม่มีเรือนจำใดจะดับความหวังที่เราจุดประกายขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ผมขอให้ต้อนรับคนที่ผมเลือกให้มาแทนที่ผม ด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง” อวตารของฌาอีร์ กล่าวหลังจากบอกกับผู้ชมว่า มันถูกสร้างขึ้นด้วยเอไอ


การกระทำดังกล่าว ซึ่งพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายยื่นฟ้องต่อศาลในทันที เน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับการรณรงค์หาเสียงของฟลาวิโอ ในการแข่งขันกับประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิลคนปัจจุบัน นั่นคือ ฟลาวิโอใช้ประโยชน์จากความนิยมที่มีมานานของฌาอีร์ ในกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายอนุรักษนิยมได้อย่างไร ในเมื่ออดีตประธานาธิบดีบราซิลถูกห้ามไม่ให้สื่อสารต่อสาธารณชน


ยิ่งไปกว่านั้น กรณีนี้ยังเน้นย้ำถึงข้อกังวลใหม่เกี่ยวกับเอไอในการเลือกตั้ง ซึ่งในขณะที่การถกเถียงส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีดีปเฟคเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จ กรณีของโบลโซนารูเป็นการทดสอบว่า เทคโนโลโยนี้สามารถทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนทางการเมือง” สำหรับผู้นำที่ถูกห้ามไม่ให้สื่อสารโดยตรงกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่


นักวิเคราะห์หลายคนโต้แย้งว่า คลิปวิดีโอเอไอของฌาอีร์ ละเมิดกฎระเบียบการเลือกตั้งของบราซิล เนื่องจากสื่อสังเคราะห์สามารถมีอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของศาลที่กำหนดไว้สำหรับฌาอีร์


“ความท้าทายของเอไอ คือ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมมัน” นายมาร์โก ออเรลิโอ เมลโล อดีตผู้พิพากษาซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลเลือกตั้งสูงสุดของบราซิล กล่าว


ในคำร้องที่ยื่นต่อศาลเลือกตั้ง เมื่อช่วงปลายเดือนก.ค. กลุ่มพรรคการเมืองกลางซ้ายและฝ่ายซ้ายของบราซิล ระบุว่า กฎระเบียบห้ามเนื้อหาสังเคราะห์ที่สามารถจำลองบุคคลจริง เพื่อมีอิทธิพลต่อเจตนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยอ้างถึงศักยภาพในการโน้มน้าวและบิดเบือนของเทคโนโลยีข้างต้น


ต่อจากนั้น ทีมกฎหมายของฟลาวิโอยื่นคำร้องแยกต่างหาก โดยโต้แย้งว่าคลิปวิดีโอของฌาอีร์ไม่ละเมิดกฎระเบียบใด ๆ เนื่องจากการใช้เอไอที่เปิดเผยอย่างชัดเจน อีกทั้งเนื้อหาก็ไม่เป็นอันตราย และไม่ได้ผสมภาพที่สร้างขึ้นด้วยระบบดิจิทัลกับภาพจริง จึงไม่สามารถจัดว่าเป็นดีปเฟคได้


อย่างไรก็ตาม นายคาสซิโอ นูเนซ ประธานศาลเลือกตั้งสูงสุดของบราซิล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาบราซิลโดยโบลโซนารู ไม่ได้ประณามการใช้คลิปวิดีโอดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า การใช้เอไอเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นสิ่งที่อนุญาตให้ทำได้ แต่สิ่งที่ถูกห้ามคือ การใช้เอไอเพื่อทำร้ายผู้อื่น


ทั้งนี้ กฎระเบียบเกี่ยวกับเอไอของศาล แบนการใช้เนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นหรือดัดแปลงในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจบ่อนทำลายความเป็นธรรมของการเลือกตั้ง หรือความสมบูรณ์ของกระบวนการเลือกตั้ง


ขณะที่ นายอิวาร์ ฮาร์ตมันน์ รองศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย จากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา “อินสเปอร์” ในเมืองเซาเปาลู กล่าวว่า ฌาอีร์ไม่น่าจะถูกลงโทษ เพราะเขาสามารถโต้แย้งได้ว่า เขาไม่ได้บันทึกหรืออนุญาตข้อความที่สร้างโดยเอไอนั้น


“คำถามที่ซับซ้อนที่สุดคือ คลิปวิดีโอดังกล่าวละเมิดกฎระเบียบเอไอของศาลเลือกตั้งหรือไม่ และศาลยังไม่ได้วิเคราะห์คดีนี้” ฮาร์ตมันน์ กล่าวทิ้งท้าย.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS