ในอีกด้านเรื่องราวนี้ยังจุดประเด็นคำถามถึงเบื้องหลัง“ความฝัน”ของอาชีพ“ครีเอเตอร์”สายเดินทาง หนึ่งอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่หลายคน
เพื่อทำความเข้าใจมิตินี้ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ชวน ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดี (ฝ่ายวิชาการ) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมวิเคราะห์ปรากฏการณ์ความนิยมของคอนเทนต์ท่องเที่ยวในพื้นที่แปลกใหม่ ปัจจัยขับเคลื่อนในระบบเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) รวมถึงต้นทุนที่ซ่อนอยู่ และความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการผลิตสื่อยุคใหม่
เปิดความนิยม : คอนเทนต์ดินแดนที่ไม่คุ้นชิน ทำไมครองใจคนดู
แท้จริงแล้วคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่พาผู้ชมไปสัมผัสสถานที่ใหม่ ๆ หรือพื้นที่คนทั่วไปเข้าถึงน้อย ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะสื่อโทรทัศน์ดั้งเดิมก็เคยมีรายการลักษณะนี้มาต่อเนื่อง เช่น เนวิเกเตอร์ หรือ เปรี้ยวปาก ทว่ายุคปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลและโซเชียลมีเดียได้เข้ามาทลาย“ข้อจำกัด”เดิม ๆ ทำให้การผลิตสื่อไม่ต้องพึ่งพาทีมงานขนาดใหญ่อีกต่อไป เพียงมีกล้องตัวเดียวและช่องทางออนไลน์ของตนเอง ผู้ที่มี“แพสชัน” (Passion)ในการเดินทางก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ทันที
อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่ครีเอเตอร์เดินทางไป อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้หากใช้คำว่า “แปลก” ซึ่งอาจสื่อความหมายใน“เชิงลบ”และเสี่ยงเกิดกระแส“ดราม่า” ทางที่ดีควรเรียกว่า “การไปในที่ที่มีบริบทแตกต่างที่คนไม่คุ้นชิน”มากกว่า

โดยพื้นที่เหล่านี้ คือพื้นที่ที่ผู้คนยังไม่ค่อยรู้จัก มีข้อมูลน้อย หรือยังไม่มีใครไปสัมผัสบ่อยนัก เมื่อมีนักเดินทางกลุ่มหนึ่งที่มีใจรักในการสำรวจไปเก็บเกี่ยวเรื่องราวแล้วนำมาถ่ายทอดผ่านมุมมองและความรู้สึกส่วนตัว ผู้ชมจึงรู้สึกเสมือนได้ร่วมเดินทาง ได้รับประสบการณ์เสมือนจริง ตอบสนองความต้องการที่อยากเดินทางแต่ยังไม่มีโอกาส
นอกจากนี้ การเดินทางไปในเมือง หรือวัฒนธรรมที่คนไม่คุ้นเคย ยังเป็นการเติมเต็มเป้าหมายสำคัญของวงการสื่อในเรื่องความหลากหลาย ช่วยให้สังคมเปิดรับและเข้าใจวัฒนธรรมย่อยที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกได้ดียิ่งขึ้น
อัลกอริทึม-แพสชัน : แรงขับเคลื่อนครีเอเตอร์สายเดินทาง
เมื่อการเติบโตจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มักตั้งคำถามอัลกอริทึมเป็น“ตัวบีบ”ให้ต้องเสี่ยงภัย หรือหาคอนเทนต์แปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อดึงดูดผู้ชมหรือไม่
ผศ.ดร.สกุลศรี ให้ความเห็นน่าสนใจว่า สำหรับครีเอเตอร์สายท่องเที่ยว อัลกอริทึมอาจมีผลในแง่การช่วยให้ผู้คน“มองเห็น”ชิ้นงาน แต่การตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมเป็นหลัก หากแต่มาจาก “แพสชันและความสนใจส่วนตัว”ของตัวครีเอเตอร์เอง

“คนกลุ่มนี้ไม่ได้เลือกเดินทางไปตามกระแส ปกติถ้าเราจะสู้กับอัลกอริทึมก็ต้องทำคอนเทนต์ที่เป็นกระแส ดึงคนได้ง่าย แต่คอนเทนต์ประเภทที่ไปในที่ที่คนไม่รู้จัก มันไม่ใช่คอนเทนต์กระแส แต่เป็นความสนใจของเขา และเขาอยากจะเสนอแง่มุมที่แตกต่าง ผู้ติดตามช่องเหล่านี้ไม่ได้ตามเพราะอัลกอริทึม แต่ตามเพราะอยากรู้ว่าเขาจะมีเซอร์ไพรส์อะไร มีมุมมองคุณค่ากับประสบการณ์ใหม่อะไรมาฝากอีก”
ผศ.ดร.สกุลศรี อธิบายเพิ่มเติมว่า การทำคอนเทนต์สายนี้มี 2 รูปแบบ ลักษณะแรกคือ การวิ่งตามกระแสและอัลกอริทึม อีกลักษณะคือ การสร้างกลุ่มผู้ชมเฉพาะกลุ่ม(Niche audience) ซึ่งไม่ต้องพึ่งพากระแสหลัก แต่เน้นการส่งมอบเนื้อหาที่มีคุณค่าและความพิเศษอย่างสม่ำเสมอ จนผู้ชมจดจำและนึกถึงเมื่อต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ เมื่อแพสชันบวกเข้ากับการทำงานอย่างต่อเนื่องจนสามารถสร้างรายได้ อาชีพครีเอเตอร์จึงเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้
ต้นทุนที่มองไม่เห็น : มากกว่าความฝัน คือการลงทุนและบริหารความเสี่ยง
เมื่อกลายเป็นอาชีพในฝันคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นเพียงความสำเร็จ ผศ.ดร.สกุลศรี สะท้อนมุมมอง“ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ที่สังคมอาจยังไม่เข้าใจถ่องแท้ นอกจากการผลักดันให้เป็นอาชีพจริงจัง ก็คงเหมือนอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องมีการลงทุน ทั้งลงทุนเงิน ลงทุนกาย และลงทุนสมอง
“ในฐานะคนทำสื่อ แน่นอนว่าต้องลงแรง ลงสมอง ต้นทุนการเดินทางย่อมมาจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างฮลุน ก็เก็บเงิน และมีการวางแผนจัดการเงินก้อนแรกเพื่อเดินทาง วันแรก ๆ ของครีเอเตอร์ไม่มีใครจ่ายเงินให้คุณทำ คุณต้องใช้เงินตัวเอง ดังนั้นต้องวางแผนชีวิตให้ดี บางคนจึงทำอาชีพประจำควบคู่ไปด้วยจนกว่าจะสร้างรายได้ที่มั่นคง”

ในแง่ของการเติบโต เมื่อทำไปสักระยะหนึ่ง ครีเอเตอร์ต้องยกระดับงานตัวเอง จากการทำคนเดียวไปสู่การมีทีมงานช่วยดูแลหลังบ้าน ตัดต่อ และบริหารจัดการคอมมิวนิตี้ ความซับซ้อนของการทำงานจึงเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฮลุน มองว่าไม่ควรด่วนสรุปว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบของ Creator Economy ทั้งหมด เพระเป็นกรณีสุดวิสัยที่สามารถเกิดขึ้นได้ และถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับขั้นตอนการผลิตสื่อ โดยเฉพาะกระบวนการก่อนการผลิต
“ตนคิดว่านักเดินทางทุกคนมีขั้นตอนการเตรียมตัว โดยเฉพาะถ้าไปในที่ที่ไม่คุ้นชิน เขาต้องมีการประสานงานและดูแลตัวเองอย่างดี เหตุการณ์นี้ไม่ได้สะท้อนว่าวงการครีเอเตอร์มีปัญหา แต่มันเป็นจุดให้เราเรียนรู้ว่าขั้นตอนพรี-โปรดักชันสำคัญมาก ต่อไปอาจต้องยกระดับเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงให้ละเอียดมากขึ้น มีแผนสำรองรองรับ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเดินทาง”

ถอดบทเรียน : องค์ความรู้พื้นฐานสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ
ผศ.ดร.สกุลศรี ฝากข้อแนะนำและองค์ความรู้จากศาสตร์ด้านนิเทศศาสตร์ ที่ผู้ก้าวเข้าสู่วงการครีเอเตอร์ควรศึกษาและนำไปปรับใช้ เพื่อให้การผลิตสื่อมีความปลอดภัย รอบคอบ และสร้างคุณค่าแก่สังคม คือ 1.ให้ความสำคัญกับกระบวนการก่อนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูล การประสานงาน และการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ถือเป็นสัดส่วนถึง 70-80% ของงานทั้งหมด
หากวางแผนส่วนนี้ได้ดีและละเอียดรอบคอบ งานถ่ายทำและขั้นตอนหลังการผลิต จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น สามารถตรวจจับและจัดการปัญหาหน้างาน ตลอดจนเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.สะสมความรอบรู้และชุดข้อมูลที่หลากหลาย การเป็นครีเอเตอร์สายสื่อจำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านและความเข้าใจที่รอบด้านต่อสิ่งต่าง ๆ ยุคนี้เป็นยุคที่ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น การมีชุดข้อมูลที่หลากหลายและลึกซึ้ง จะช่วยให้การผลิตเนื้อหามีความโดดเด่นและแตกต่างจากผู้อื่น
3.ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย เลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงาน เช่น การระบุตำแหน่ง (Location tracking) เครื่องมือสื่อสาร หรือเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจจับความเสี่ยงและปัญหาต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย
ปรากฏการณ์ของครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการออกเดินทางตามความฝัน แต่คือการทำงานในฐานะ “คนทำสื่อ” ที่ต้องอาศัยทั้งแพสชัน ความรู้ ความสามารถ การวางแผนที่รัดกุม และความรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและสังคม เพื่อให้การถ่ายทอดเรื่องราวความหลากหลายของโลกใบนี้ดำเนินไปอย่างยั่งยืนและปลอดภัย.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน
ขอบคุณภาพจาก ฮลุน โซโล่(Hlun solo)



