การจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ หรือบ็อกซ์ออฟฟิศ ของสหรัฐ ทำรายได้เปิดตัวช่วงสุดสัปดาห์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลมาจากภาพยนตร์ 2 เรื่อง ได้แก่ “สไปเดอร์-แมน: แบรนด์ นิว เดย์” (Spider-Man: Brand New Day) และ “มหากาพย์โอดิสซี” (The Odyssey)
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยราคาตั๋วที่สูงขึ้น การฉายในรูปแบบพรีเมียม และภาพยนตร์ทำเงินมหาศาล หรือบล็อกบัสเตอร์ เพียงไม่กี่เรื่อง มากกว่าการกลับมาของผู้ชมภาพยนตร์ในวงกว้าง ซึ่งแม้รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศภายในสหรัฐ อยู่ระดับดีที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 แต่จำนวนผู้ชมภาพยนตร์กลับลดลง
ภาพยนตร์ทุนสร้างสูงจะสามารถรักษาแนวโน้มในปีนี้ไว้ได้หรือไม่นั้น ถือเป็นบททดสอบแรกว่า การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับการที่จำนวนคนน้อยลงยอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อรัชมภาพยนตร์มากน้อยเพียงใด
บริษัท เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ ระบุว่า โรงภาพยนตร์ขายตั๋วได้ประมาณ 470.9 ล้านใบในช่วง 30 สัปดาห์แรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับ 747.3 ล้านใบในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562
“การเติบโตของรายได้สำหรับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาตั๋วโดยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับราคาอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้นเช่นกัน” นายเวด โฮลเดน นักวิเคราะห์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ กล่าว
ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทวิจัย “พลาเซอร์ดอตเอไอ” ซึ่งติดตามจำนวนผู้ชมในโรงภาพยนตร์ แสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน โดยการวัดผลจนถึงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 8.1% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2568 แต่ลดลง 27% เมื่อเทียบกับปี 2562
สิ่งที่แตกต่างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปีนี้ มีสัดส่วนของภาพยนตร์ต้นฉบับหรือภาพยนตร์เดี่ยวมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้คนตอบรับภาพยนตร์หลากหลายประเภทที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์มากขึ้น
ปัจจุบัน ผู้ชมจำนวนมากจองบัตรชมภาพยนตร์สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และภาพยนตร์แฟรนไชส์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เครือโรงภาพยนตร์จึงตอบสนองด้วยการขยายจอภาพขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และยกระดับประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ โดยเชื่อว่าผู้บริโภคจะยินดีจ่ายเงินมากขึ้น สำหรับการรับชมภาพยนตร์ที่ยากจะเลียบแบบได้ทางโทรทัศน์
ทั้งนี้ สัญญาณระยะเริ่มต้นเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ โดยบริษัท เอเอ็มซี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เครือโรงภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่า ความต้องการเข้าชมในโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียม ช่วยให้บริษัททำรายได้สูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์เดียวในรอบ 106 ปี และเป็นช่วงสุดสัปดาห์ที่มีผู้เข้าชมภาพยนตร์มากที่สุดในรอบ 10 ปี
แม้ภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อความต้องการรับชมภาพยนตร์ของผู้บริโภคเป็นบางส่วน แต่ราคาที่สูงขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อสตูดิโอใหญ่บางแห่ง โดยยูนิเวอร์แซล, วอลต์ ดิสนีย์, โซนี่ พิคเจอร์ส, วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และพาราเมาต์ พิคเจอร์ส ครองส่วนแบ่งรายได้ภายในประเทศถึง 68% ในปีนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จของภาพยนตร์อย่างมหากาพย์โอดิสซี และ “เดอะ ซูเปอร์ มาริโอ กาแล็กซี่ มูฟวี่” (The Super Mario Galaxy Movie) ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของยูนิเวอร์แซลเป็น 24% ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จำนวนไม่กี่เรื่อง ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานทางการเงินของผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์มากขึ้น.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



