หนึ่งในนั้นคือ สถานการณ์คนหายและกระบวนการตามหา โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติ ซึ่งไทยเองก็มีเคสลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่น้อยในแต่ละปีเช่นกัน
นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา สะท้อนผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม”ว่า ในส่วนมูลนิธิกระจกเงามีการรับแจ้งเหตุชาวต่างชาติหายตัวในประเทศไทยอย่างน้อย เดือนละ 3 ราย เฉลี่ยปีละ 30-50 ราย และมีหลากหลายเชื้อชาติ หลายประเภท ทั้งต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในไทยนานแล้ว รวมถึงต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว
กรณีมาจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือเป็นคนที่อยู่มานานแล้ว การติดตามอาจไม่ยากมาก เนื่องจากหลายกรณีญาติหรือเพื่อนจะแจ้งมาที่มูลนิธิกระจกเงาโดยตรง หรือแจ้งความสถานีตำรวจในพื้นที่ที่คาดว่าชาวต่างชาติรายนั้นหายตัวไป
แต่ในกรณีเป็นนักท่องเที่ยวอาจมีปัญหา เพราะไม่มีญาติหรือตัวแทนญาติอยู่ในไทยเลย ทำให้ไม่รู้ว่าต้องเดินดำเนินการหรือติดต่อใคร เพื่อแจ้งคนหาย อย่างไรก็ตาม การมีคนหายบางกรณีพบมีโอกาสเสียชีวิตไปแล้ว

หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย ระบุ กรณีเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งที่ทำให้ญาติหรือเพื่อนสงสัยว่าอาจเกิดเรื่องร้าย หรือหายตัวไปคือ การที่ปกตินักท่องเที่ยวรายนั้นมีการติดต่อกับคนรู้จัก แจ้งว่ากำลังเที่ยวอยู่ที่ไหน จะเดินทางไปไหนต่อ และจะกลับเมื่อใด แต่เมื่อขาดการติดต่อ หรือยังไม่กลับไปประเทศต้นทางตามที่แจ้งไว้ ก็จะเกิดการติดตามตัวตามมา
ในส่วนมูลนิธิกระจกเงา เมื่อรับแจ้งคนหายจะประสานตำรวจเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อน เพราะในกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติหายตัวในไทย มักไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ เนื่องจากไม่มีญาติหรือตัวแทนอยู่ในประเทศไทย เลยทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ ค่อนข้างยาก
ต่อมามูลนิธิฯจะประสานกลับไปยังญาติหรือเพื่อนว่าให้กลับไปแจ้งความที่ประเทศต้นทางตัวเอง แล้วประสานส่งข้อมูลผ่านสถานทูตเข้ามา เพื่อเป็น“สารตั้งต้น”ในการตามหา รวมถึงเพื่อเป็นการยืนยันว่า“มีการหายตัวไปจริง” จากนั้นประสานไปยังตำรวจอีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคล เช่น มีการเดินทางไปยังประเทศอื่นหรือไม่ หรือตรวจสอบการทำธุรกรรม ให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ และระหว่างทำธุรกรรมอยู่ในพื้นที่ใด

อีกประเด็นคือประเมินที่เกิดเหตุ ต้องตรวจสอบว่าต่างชาติรายนั้นเริ่มต้นหายตัวไปจากที่ใด ซึ่งจากประสบการณ์และข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวหายตัวกันมากคือ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา-ชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวยอดนิยมของต่างชาติ
“เมื่อรู้พิกัดเบื้องต้นว่าต่างชาติอยู่ในพื้นที่ใดเป็นที่สุดท้าย เราจะเริ่มต้นจากการค้นหาในโรงพยาบาล ตรวจสอบว่าคนที่ตามหากลายเป็นผู้ป่วยหรือเป็นศพนิรนามในโรงพยาบาลหรือไม่ หรือในหลายกรณีโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่รับต่างชาติเข้ามาแต่ไม่มีข้อมูลยืนยันตัวบุคคล ก็จะประสานส่งข้อมูลให้มูลนิธิกระจกเงาว่าได้รับแจ้งคนหายที่เป็นต่างชาติที่มีลักษณะนี้หรือไม่”
หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย เผยด้วยว่า ปัจจุบันมีบางประเทศที่มีบริษัทเอกชน หรือเรียกว่า“เอเจนซี่” เป็นตัวกลางรับเรื่องเหล่านี้มาแจ้งความในไทย รวมถึงประสานมายังมูลนิธิกระจกเงาเพื่อแจ้งข่าว หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับต่างชาติรายนั้น ๆ ซึ่งบางครั้งต่างชาติรายนั้นอาจกลายเป็นศพไร้ญาติ แล้วทางมูลนิธิได้ข้อมูลมา

กรณีศพไร้ญาติซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นคนไทย บางนิติเวชใช้วิธีตรวจ“ลายพิมพ์นิ้วมือ”ก็ระบุตัวตนได้ แต่กรณีเป็นต่างชาติเมื่อได้ลายพิมพ์นิ้วมือมา แล้วนำไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง แต่เนื่องจากไม่มีในฐานข้อมูล ทำให้กลายเป็นศพนิรนามต้องนำไปฝากไว้ที่สุสานเป็นศพไม่ทราบชื่อ ซึ่งบางกรณีก็มีที่ทราบชื่อและสัญชาติ แต่กลายเป็นคนไร้ญาติไม่มีใครติดต่อรับร่าง
ในกรณีเมื่อสถาบันนิติเวชหรือตำรวจแจ้งไปยังสถานทูต และสถานทูตรับเรื่องไปแล้ว อาจไม่สามารถติดต่อญาติหรือบุคคลใดก็ตามที่อยู่ปลายทางให้มารับศพได้ เลยทำให้ศพยังอยู่สุสานในไทยต่อไป โดยบางครั้งมูลนิธิไปสุสานก็พบว่ามีศพต่างชาติ มีชื่อ-นามสกุลเขียนอยู่ เมื่อสถานทูตตามหาญาติไม่ได้ ก็เป็นไปได้ว่าจะไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ
ยกตัวอย่าง หลายปีก่อนมีตำรวจชาวเยอรมันที่เกษียณอายุราชการแล้วมาสูญหายในไทย ตอนแรกมูลนิธิไม่รู้มาก่อนว่ามีเรื่องนี้ กระทั่งตำรวจเยอรมันประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และดีเอสไอแจ้งต่อมาที่มูลนิธิฯ จนสุดท้ายพบว่ามีบันทึกอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี โดยพบศพตำรวจรายนี้ที่มีทั้งชื่อ-นามสกุล และรู้ด้วยว่าเป็นคนเยอรมัน

“ส่วนตัวเชื่อว่าในวันที่พบศพชายรายนี้ อาจมีการประสานสถานทูตไปแล้ว แต่ขั้นตอนบางอย่างอาจตกหล่น หรือไม่สามารถตามหาญาติได้ในเวลานั้น ก็กลายเป็นศพไร้ญาติที่อยู่ในไทย จนมีการติดต่อจากตำรวจเยอรมันอีกครั้งถึงพบตัว”
หรือไม่นานมานี้ ตนมีโอกาสไปที่สุสานแห่งหนึ่งที่เพิ่งรับฝากศพไร้ญาติจากโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี มาฝังไว้ ในกรณีญาติจากประเทศต้นทางรู้แล้วว่ามีการพบศพต่างชาติในไทย หลายกรณีญาติอาจประสานผ่านเอเจนซี่ให้มาติดต่อเรื่องรับศพ หรือบางคนเดินทางมาไทยด้วยตนเองเลยก็มี ซึ่งโดยปกติจะทำพิธีเผาแล้วนำกระดูกกลับไป
สำหรับขั้นตอนรับศพต่างชาติที่ไทย ถือว่าค่อนข้างยุ่งยากพอสมควรเพราะมีหลายขั้นตอน แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่ต่างชาติหายตัวไปโดยไม่ได้เป็นศพ แต่พบมีอาการทางจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดและกลายเป็นบุคคลเร่ร่อน เมื่อรักษาตัวเสร็จจะรับตัวกลับไป
พร้อมทิ้งท้าย ในกรณีที่ญาติติดต่อเข้ามาว่ามีคนหายในประเทศไทย ที่สุดแล้วจะมีการส่งกลับไปที่ต้นทางทั้งหมดไม่ได้มีการตกค้าง.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



