ในส่วนนี้จะมีสิทธิได้รับการเยียวยาใด ๆจากรัฐหรือไม่ โดยเฉพาะพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ที่มีเกณฑ์ช่วยเหลือจำเลย หรือแพะในคดีอาญา
“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถาม นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิฯ ให้ความเห็นถึงเกณฑ์ช่วยเหลือจำเลยในคดีอาญา ตามพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า กรณีศาลชั้นตอนยกฟ้องจำเลยทั้ง 3 ราย (พิ้งกี้ มารดา และพี่ชาย) โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ในทางกฎหมายไม่ถือว่าตัดสิทธิ หรือขาดคุณสมบัติยื่นคำร้อง ตามหลักการพ.ร.บ.ดังกล่าว ต้องยึดคำว่า“คดีถึงที่สุด” ดังนั้น ต้องรอจะมีการอุทธรณ์คดีหรือไม่
ปกติหากจำเลยยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา ไม่ว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง หรือยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย คณะกรรมการฯก็ต้องพิจารณารายละเอียดทางคดีอย่างพฤติการณ์แห่งคดี และคำพิพากษาศาล

พร้อมย้ำ กรณียกประโยชน์แห่งความสงสัยฯ ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิคุณสมบัติ เพราะที่ผ่านมาก็ได้จ่ายเงินเยียวยาจำเลยในคดีอาญา ทั้งในกรณีพิพากษายกฟ้อง และยกประโยชน์แห่งความสงสัยฯมาแล้ว เพียงแต่ใจความสำคัญ คือข้อเท็จจริงในคดี และคำบรรยายที่ศาลระบุไว้ชัดเจนว่าบุคคลนั้น ๆ มีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ และสมควรได้รับการเยียวยาหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดในคดีเลย ก็มีสิทธิในฐานะจำเลยหรือแพะในคดีอาญา
สำหรับผู้มีสิทธิได้รับการเยียวยา ต้องมีคุณสมบัติ 1.เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ 2.ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี 3.ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด และมีการถอนฟ้องระหว่างดำเนินคดี หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด
ทั้งนี้ คดีที่ผ่านมาไม่ว่าการยกฟ้อง หรือยกประโยชน์แห่งความสงสัยฯ มีส่วนน้อยมากที่ศาลจะพิพากษาเลยว่า“ไม่เป็นความผิด” ซึ่งการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา เราพบเหตุผลส่วนใหญ่ที่ศาลยกฟ้องมักระบุว่า พยานหลักฐานไม่อาจรับฟังได้ พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ไม่เป็นความผิด ป้องกันโดยชอบ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่มักยกฟ้องโดยระบุ“ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย”

เยียวยาจำเลยคดีอาญา 24 ปี กว่า 600 ล้านบาท
ตลอด 24 ปี ที่บังคับใช้พ.ร.บ.ดังกล่าว ข้อมูลจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ ณ วันที่ 2 ส.ค.2569 พบการจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของจำเลยไปแล้ว 2,820 ราย รวมเป็นเงิน 641,901,803.25 บาท
เฉพาะปี 2568 จ่ายเยียวยาทั้งสิ้น 62 ราย เป็นเงิน 19,752,782 บาท แบ่งเป็น
-กรณีเหตุผลที่ศาลไม่อาจรับฟังพยานหลักฐาน เยียวยาไปแล้ว 19 ราย
-กรณีพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก เยียวยาไปแล้ว 22 ราย
-กรณีไม่เป็นความผิด เยียวยาไปแล้ว 7 ราย
-กรณียกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย เยียวยาไปแล้ว 9 ราย
-กรณีป้องกันโดยชอบ เยียวยาไปแล้ว 4 ราย
และเหตุผลอื่น ๆ เยียวยาไปแล้ว 1 ราย

ขณะที่ปี 2569 จ่ายเงินเยียวยาจำเลยแล้ว 64 ราย รวมเป็นเงิน 22,749,256 บาท ยกตัวอย่าง กรณียกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย เยียวยาไป 18 ราย เป็นต้น
รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ระบุ ปัจจุบันพ.ร.บ.ดังกล่าว อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขเป็น พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. …. สาระสำคัญเพื่อให้การจ่ายเยียวยาครอบคลุมในส่วนจำเลยในคดีอาญามากขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ระหว่างสอบสวน หรือก่อนและระหว่างพิจารณาคดีก็มีสิทธิ์เช่นกัน

ปลดล็อกไม่ต้องรอ“คดีถึงที่สุด”
พร้อมกันนี้ ชี้จุดต่างสำคัญพ.ร.บ.“ฉบับเดิม” ข้อเท็จจริงต้องฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด แต่“ฉบับใหม่” จะไม่ได้กำหนดถึงขั้นข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติ เพราะจะพยายามแก้ปัญหากรณีที่ศาลมีคำพิพากษา“ยกประโยชน์แห่งความสงสัยฯ” แล้วจะไม่มีการจ่ายเงินเยียวยา
โดยฉบับใหม่จะมีการระบุเงื่อนไขเลยว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริง ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง หรือจำหน่ายคดี หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง ด้วยเหตุพยานหลักฐานมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือไม่ หรือยกฟ้องด้วยเหตุอื่น หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยมิได้กระทำผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

เปิดอัตราเยียวยาปัจจุบัน
กรณีไม่เสียชีวิต
-ค่าทดแทนการถูกคุมขัง วันละ 500 บาท คำนวณจากวันที่ถูกคุมขัง
-ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 80,000 บาท
-ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 50,000 บาท
-ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน
-ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี อย่างค่าทนายความ (ไม่เกินอัตราที่กำหนด)
-ค่าใช้จ่ายกรณีอื่น ไม่เกิน 20,000 บาท
กรณีเสียชีวิต
-ค่าทดแทนไม่เกิน 300,000 บาท (รวมค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเสียหายอื่น)
ทั้งนี้ การยื่นคำขอต้องดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลสุดท้ายตัดสินยกฟ้อง หลักฐานสำคัญต้องนำมาประกอบคือ บัตรประชาชน สำเนาหมายขัง หมายจำคุก และหมายปล่อย หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด สำเนาคำพิพากษาทุกชั้นศาล สำเนาหนังสือสัญญาจ้างว่าความ (กรณีที่ไม่ใช่ทนายขอแรง) กรณีเสียชีวิตจะต้องใช้สำเนาใบมรณบัตร สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพด้วย.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



