กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ มีเหตุจำเป็น ไม่สามารถคิดดอกเบี้ยรับและนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะได้ภายในเดือนธันวาคม ของทุกปี และนำมาบันทึกเป็นรายได้ในงบการเงิน จะบันทึกบัญชีโดย เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ เครดิต ดอกเบี้ยรับ
และเมื่อมีการยื่น ภ.ธ.40 จากดอกเบี้ยค้างรับในปีถัดมา จะสามารถบันทึกบัญชีโดย เดบิต ค่าใช้จ่ายบวกกลับ เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เงินสดพอกพูนสะสมและวนกลับมาคิดเป็นรายได้ดอกเบี้ยรับอีก นั้น
ขอเรียนแจ้งว่า บริษัทฯ ไม่อาจกระทำเช่นที่กล่าวข้างต้นได้ ทั้งตามมาตรฐานการบัญชี และตามหลักการทางภาษีอากร กล่าวคือ เป็นการบันทึกบัญชีโดยไม่มีข้อเท็จจริงทางธุรกิจรองรับ ถือเป็นการปฏิบัติที่เป็นเท็จ และผู้กระทำถือว่า ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพบัญชี (ไม่สมควรเป็นนักบัญชี)
เช่นนี้ กรณีที่บริษัทฯ ให้กรรมการกู้ยืมเงิน โดยไม่คิดดอกเบี้ย ในทางบัญชีก็ให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ คือ ไม่ต้องบันทึกบัญชี แต่ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ก็ให้ปรับปรุงบวกเพิ่มรายได้ตามที่กฎหมายกำหนดลงไป เพื่อนำไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ในส่วนของภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่บริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เมื่อบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.ธ.40 ก็ให้บริษัทฯ ตั้งเป็นหนี้สินค้างจ่าย เมื่อบริษัทฯ ได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามกฎหมาย และลงรายการบัญชีไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป โดยนำค่าภาษีธุรกิจเฉพาะมาถือเป็นรายจ่ายได้.



