“หัวใจของเรื่องนี้ ไม่ใช่การดูว่าเด็กคนไหนเป็นอันตราย แต่เรากำลังจะสร้างระบบที่สามารถทำให้รู้ได้ว่าเด็กคนไหนกำลังมีปัญหาและเข้าถึงตัวเด็ก เข้าใจเด็ก ช่วยแก้ปัญหา  ไม่ให้ลุกลามบานปลาย กลายเป็นความรุนแรง” เสียงสะท้อนน่าสนใจ จาก รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล  นักอาชญาวิทยา  และอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติด้านพัฒนาองค์กร หลังเหตุนักเรียนกราดยิงสลดในรั้ว  โรงเรียนเทพศิรินทร์  นนทบุรี

 “ทีมข่าวอาชญากรรม” ชวนให้มุมมองเชิงอาชญาวิทยา หวังตอบสงสัยเหตุเลวร้ายนี้มีสัญญาณเตือนที่มองเห็นได้หรือไม่  

เทียบพฤติกรรมเดิม จะเห็นสัญญาณ

ต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิม  รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ยกตัวอย่าง  ปกติจะสุงสิงพูดคุยกับเพื่อน แต่เริ่มแยกตัว  ซึ่งสาเหตุอาจมาจากความขัดแย้ง  มีการพูดถึงเรื่องความโกรธ  ไม่สบายใจ พูดถึงเรื่องใช้ความรุนแรง จะทำให้เริ่มจับสัญญาณได้ว่า “ต้องมีปัญหาอะไร”  โดยครอบครัว ผู้ปกครอง ครูหรือเพื่อน สามารถมองเห็นและเข้าไปช่วยแก้ก่อนกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น

“พูดง่าย ๆ เราไม่ได้จับผิดเด็ก แต่เราต้องการค้นหา แล้วฟังเด็กมากขึ้นว่า เขากำลังมีปัญหาอะไร”

แม้เด็กจะเก็บตัวกับทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน  แต่เมื่อไปเรียนขอให้ลองสังเกตเพราะเด็กต้องมีเพื่อนไม่มากก็น้อย หรืออย่างน้อยสุดต้องมีคนที่ใกล้ชิด  ซึ่งครูมีส่วนสำคัญกับการประสานเพื่อนรายนี้ควบคู่กับการสังเกตพฤติกรรม  การส่งข้อมูลระหว่างโรงเรียนกับครอบครัวสำคัญ เพื่อให้เห็นความผิดปกติไปจากเดิม

ทั้งนี้ เป็นหลักข้อมูลทั่วโลกเลยว่า การดูแลเด็กและเยาวชนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ละเมิดกฎกติกาสังคม หรือกฏหมาย  จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว  โรงเรียน ชุมชน ไล่ลำดับขึ้นมา  โดยเฉพาะต้องมีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าไปกำกับนโยบายที่วางแนวทางไว้ เช่น การประเมินความเสี่ยง หากเคยมีนโยบายให้ประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลไปแล้วก็ต้องตรวจสอบว่าดำเนินการหรือไม่ด้วย

ปัจจัยเร่ง-เร้า-ลงมือ

มี 2 ส่วนหลัก คือ ปัจจัยพื้นฐาน  ครอบครัว การเลี้ยงดู ความอบอุ่น  ความเสี่ยงจากปัจจัยนี้ อาทิ ครอบครัวแตกแยก ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว เมื่อเจอกับปัจจัยเร่ง เช่น ถูกเพื่อนในโรงเรียนล้อ กลั่นแกล้ง แจ้งครูแต่ไม่ได้รับความสนใจ  กลางเป็นมีทั้งปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเร่ง  เมื่อเด็กไม่มีทางออกก็อาจเลือกไปสนใจสิ่งที่คิดว่าแก้ปัญหาได้ อย่างการเลือกใช้ความรุนแรง

“ในคนที่คิดจะก่อเหตุ เราไม่อยากให้มองที่ปลายทางอย่างเหตุที่ไปก่อไว้ แต่อยากให้มองต้นทางว่าทำไมถึงไปก่อเหตุ”

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรเป็นปัจจัยสำเร็จว่าเด็กที่เจอปัญหาทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะแต่ละคนมีปัจจัยในชีวิตแตกต่างกัน  จึงต้องพยายามสร้างปัจจัยพื้นฐานที่ดี  ลดปัจจัยเร่งแรงกระตุ้นที่ทำให้ไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตรงนี้เรียกว่า เป็นการจัดการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

“กราดยิง”รูปแบบ“ฆ่าตัวตายผ่านมือผู้อื่น” สภาวะนี้ในสังคมไทย

รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ชี้ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติล้วนเป็นคนเหมือนกัน มนุษย์มีความรู้สึกทั้งโกรธ  ผิดหวัง สิ้นหวัง  สิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ก็เป็นบทเรียนให้ต้องย้อนกลับมาดู  ต่างประเทศเกิดขึ้นแล้ว ในไทยก็เริ่มแล้ว ถ้ายังมีปัญหา เช่น ปัจจัยพื้นฐานไม่สมบูรณ์  มีปัจจัยกระตุ้น หรือปัจจัยเร่ง โอกาสจะเกิดขึ้นอีกก็มี  

โดยเฉพาะปัจจุบันการรับรู้ข่าวสารของเด็กในปัจจุบันเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนเกิดการเรียนรู้และพฤติกรรมเลียนแบบประกอบกับปัญหาของไทยขณะนี้คืออาวุธปืน  ครอบครัวต้องเก็บให้มิดชิดป้องกันการเข้าถึง

พร้อมแสดงกังวลกลุ่มปืนเถื่อนที่ไม่มีระบบฐานข้อมูลชัดเจน  สิ่งที่รัฐทำได้คือ  ต้องมีมาตรการตรวจจับทั้งในตลาดมืด ตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะการลักลอบขายปืน และปืนดัดแปลง ควรตั้งหน่วยเฉพาะจัดการปัญหา  นอกเหนือด่านตรวจค้นตามท้องถนน

ที่สำคัญเสนอว่าให้กรณีพบการลักลอบจำหน่ายผิดกฎหมาย หรือลักลอบพกพา  ต้องบังคับโทษให้รวดเร็ว และแจ้งต่อสาธารณชน ให้คนรู้สึกว่ากฎหมายเข้มข้น  นโยบายรัฐไม่ใช่แค่ประกาศเฉย ๆ เพราะหลักสากล หลักวิชาการ การบังคับโทษที่มีประสิทธิภาพ เด็ดขาด รวดเร็ว แน่นอน จะส่งผลต่ออาชญากรรมลดลง นอกเหนือจากบทลงโทษ

เก็บตก 3 มิติ ที่หล่นหายหลังเสียงปืนสงบ

1.ให้ความสนใจว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้  ไม่ใช่มองเฉพาะผู้ก่อเหตุ ต้องสนใจว่าปรากฏการณ์อะไรที่ทำให้มาก่อเหตุแบบนี้ได้

2.ควรมองภาพรวมทั้งในระบบครอบครัว โรงเรียน ระบบการศึกษา กลุ่มเพื่อน สัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียน รวมทั้งเรื่องสังคมหรือชุมชนออนไลน์  นักเรียนปัจจุบันมีโซเซียลมีเดียและเข้าถึงแพลตฟอร์มหลากหลาย จึงต้องมองจุดนี้ด้วย

และ3.มาตรการป้องกันที่ต้องทำอย่างจริงจัง  ไม่ต้องรอให้เด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วค่อยหาทางแก้  เช่น จัดตั้งคณะกรรมการปลอดภัยของโรงเรียน  มีหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่าง ผู้บริหารสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนนักเรียน ตัวแทนครู ตัวแทนตำรวจ ตัวแทนชุมชน  มีช่องทางรับแจ้งเบาะแส  หรืออาจมีผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก มาร่วมด้วย.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน