ในช่วงปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายแห่งเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น โพสต์บนติ๊กต็อกที่ส่งเสริมความผอมอย่างสุดโต่ง โฆษณาโคเคนบนเฟซบุ๊ก และเทคโนโลยีดีปเฟคเนื้อหาทางเพศที่สร้างโดยแชตบอต “กร็อก” (Grok) และเผยแพร่บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์


ร่างกฎหมายซี-34 (Bill C-34) ซึ่งเสนอโดยนายมาร์ก มิลเลอร์ รมว.วัฒนธรรมแคนาดา จะห้ามการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่มันก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า มันเป็นความพยายามกันเด็ก ๆ ออกจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่พวกเขาใช้ด้วย


นอกเหนือจากการห้ามเด็กไม่ให้เข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์แล้ว ร่างกฎหมายที่เสนอจะควบคุมบริการออนไลน์บางประเภท กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบ และจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ถือว่าเป็นอันตราย โดยจะมีผลบังคับใช้กับสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงแชตบอต เว็บไซต์ลามกอนาจาร และแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม


ร่างกฎหมายซี-34 จะบังคับให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การตรวจสอบหรือการประมาณอายุ การลดความเสี่ยงของการเข้าถึงเนื้อหาที่แสดงความเกลียดชังหรือรุนแรง การมีเครื่องมือบล็อกและรายงาน การระบุโพสต์ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการรวมกลไกการออกแบบที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น


ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อหาที่เป็นปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการแสวงประโยชน์ทางเพศ และการทำให้ผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ จะต้องถูกทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับรายงาน


อนึ่ง ร่างกฎหมายฉบับนี้จะจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยทางดิจิทัลแห่งแคนาดา ซึ่งองค์กรจะจัดการกับเรื่องร้องเรียน มีอำนาจในการสอบสวน และสามารถดำเนินการลงโทษได้ตามกฎระเบียบที่กำหนดโดยรัฐบาลออตตาวา


อย่างไรก็ตาม กิจกรรมบางอย่างจะถูกยกเว้นจากกรอบการทำงานที่เสนอ เช่น บริการส่งข้อความส่วนตัว วิดีโอเกมออนไลน์ และเสิร์ชเอนจิน อีกทั้งบางแพลตฟอร์มอาจได้รับการยกเว้นเช่นกัน หากแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องเด็ก


แม้ร่างกฎหมายซี-34 ดูเหมือนจะมีเหตุผล แต่มันก็มีข้อบกพร่องอยู่ โดยส่วนหนึ่งคือ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งมีข้อกำหนดในการให้บริการที่คล้ายคลึงกับบทบัญญัติในร่างกฎหมายซี-34 อยู่แล้ว แต่มันพิสูจน์ให้เห็นว่า “ไม่เพียงพอ”


นอกจากนี้ บทบัญญัติที่มีจุดประสงค์ตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ทั้งในยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา นักวิจัยนานาชาติมากกว่า 350 คน เรียกร้องให้ระงับโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากพวกเขามองว่ามันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างมาก


ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อจำกัดสำคัญของร่างกฎหมายซี-34 คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ควบคุมการเข้าถึงสภาพแวดล้อมออนไลน์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกที่ทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นมีอิทธิพล ซึ่งมันอาจทำให้เด็กอยู่ห่างจากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ อัลกอริทึม หรืออำนาจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ด้วยเหตุนี้ ร่างกฎหมายซี-34 จึงเป็นเพียงการชะลอการเข้าสู่ระบบ โดยปราศจากการพยายามเปลี่ยนแปลงตัวระบบอย่างแท้จริง.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES